mercredi 11 novembre 2009

นักกิจกรรมจะอยู่ ณ ที่มั่น จนกว่า APRIL บริษัทเยื่อกระดาษและกระดาษ จะมีพันธะหยุดการทำลายป่า

บุสตาร์ ไมทาร์ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านป่าไม้ของกรีนพีซ ได้บอกกับ APRIL ว่า นักกิจกรรมจะไม่ออกจากพื้นที่สัมปทานจนกว่าบริษัทจะให้พันธะต่อสาธารณชนว่า จะหยุดการทำลายป่าและป่าพรุทั้งหมด บนคาบสมุทรกัมปาร์

ฝนตกหนักเริ่มกระหน่ำลงมา ณ สถานที่ปฏิบัติการสันติวิธี และนักกิจกรรมกรีนพีซยังคงขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทเข้าไปใช้รถขุด ที่ใช้ทำลายผืนป่า

Activists unfurled banners calling for climate action

ในขณะที่บารัค โอบามา มาถึงเอเชีย ซึ่งเป็นการมาเยือนภูมิภาคนี้เป็นครั้งแรกในฐานะประธานาธิบดี และในขณะที่สหรัฐอเมริกายังคงขัดขวางความคืบหน้าก่อนการเจรจาภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติ ณ กรุงโคเปนเฮเกนจะเริ่มขึ้นในเดือนหน้า ทีมนักกิจกรรมกรีนพีซนานาชาติ ที่รวมตัวอย่างแข็งแกร่ง 50 คน ได้ส่งข้อความเรียกร้องให้โอบามาลงมือแก้ปํญหาอย่างเร่งด่วนในใจกลางป่าฝนอินโดนีเซีย ที่กำลังถูกคุกคาม

ตำรวจจำนวนหนึ่งมาถึงที่มั่นเมื่อสักครู่นี้จากเมืองเตลุก เมอรันเต้่ เพื่อสังเกตการณ์การปฏิบัติการ พวกเขากลับไปโดยไม่จับกุม

กรีนพีซได้เผยแพร่ข่าวแก่สื่อมวลชน ที่เน้นถึงความเร่งด่วนของการหยุดการทำลายป่าทั้งหมด ข่าวยังเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุดโฮโยโนและผู้นำโลกปกป้องผืนป่าทั่วโลก เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันจะเป็นหายนะเกินควบคุม

Activists unfurled banners calling for climate action

นักกิจกรรมกรีนพีซกลุ่มหนึ่งกางป้ายผ้าขนาด 20x30 เมตร ในพื้นที่ป่าฝนที่เพิ่งถูกทำลายใหม่ เพื่อเรียกร้องให้โอบามาก้าวขึ้นมีบทบาทผู้นำอย่างแข็งแกร่ง และทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำประเทศคนอื่นๆ เพื่อป้องกันวิกฤตโลกร้อน ส่วนอีกกลุ่มล็อคตัวเองไว้กับรถขุด 7 คัน เพื่อหยุดการทำลายป่าฝน

กรีนพีซหยุดการทำงานรถขุดทั้งหมด 7 คัน ในพื้นที่สัมปทานป่าไม้อินโดนีเซีย

นักกิจกรรมกรีนพีซเพิ่งล็อคตัวเองเ้ข้ากับรถขุดอีก 3 คัน ทำให้สามารถหยุดการทำงานของรถขุดทั้งหมด 7 คันของบริษัท APRIL ในพื้นที่สัมปทานเยื่อกระดาษและกระดาษแห่งหนึ่ง ในคาบสมุทรกัมปาร์

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ กรีนพีซเปิดเผยหลักฐานใหม่เอี่ยมเกี่ยวกับการถางป่า และการดึงน้ำออกจากดินพรุโดยบริษัท APRIL ในพื้นที่แห่งนี้ แม้ว่า APRIL จะออกแถลงการณ์่ว่าได้หยุดการดำเนินการในคาบสมุทรกัมปาร์แล้ว มีหลักฐานที่แข็งแกร่งระบุว่าดินพรุ ณ ที่นี้ ลึกกว่า 3 เมตร ทำให้การดึงน้ำออกเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

Aerial view of the APRIL concession
ภาพถ่ายทางอากาศของพื้นที่สัมปทานป่าไม้ของบริษัท APRIL ที่ถ่ายเมื่อวานนี้

(c) Greenpeace/John Novis

นักกิจกรรมกรีนพีซจะยังล็อคตัวเองกับรถขุด และปฏิบัติการสันติวิธีัต่อไป จนกว่า APRIL จะเปิดเผยแถลงการณ์ต่อสาธาณชนว่าจะมีพันธะหยุดการถางป่าบนคาบสมุทรกัมปาร์ตลอดไป

» ติดตามการปฏิบัติการของเราที่ Twitter และ Facebook

เดินทางขาที่ 2 แสนเหนื่อย สู่ป่าทึบ

๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๒
โรงแรมฟอร์มูล่า วัน
จาการ์ตา อินโดนีเซีย

วันนี้เริ่มมื้อเช้าด้วยอาหารอินโดนีเซีย เทมเป้ ไข่เผ็ด กับอาหารที่ไม่รู้จักอีกหลายอย่าง หลังอาหารเช้ากลับมาเช็คเอ้าท์ ที่โรงแรม นัดแท็กซี่ (Golden Bird) มารับตอน ๙ โมงครึ่งเพื่อไปส่งที่สนามบิน จริงๆ แล้วคนที่นี่แนะนำให้นั่ง Blue Bird แต่พวกเรามากันหลายคนและสัมภาระเยอะ เลยนั่ง Golden Bird ได้ถูกกว่า วันนี้ต้องเดินทางต่อไปเปกันบารู ซึ่งเป็นจุดที่ทุกคนต้องไปแวะก่อนเดินทางไปที่ค่าย เพื่อฟังคำชี้แจงเกี่ยวกับค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ กู้วิกฤตโลกร้อน และสถานการณ์ต่างๆ ในพื้นที่ ว่ากันว่าการเดินทางจริงๆ เริ่มต้นที่นี่

๓o นาทีต่อมา พวกเรามายืนอยู่ที่สนามบิน ซูกราโน ฮัตต้า อีกครั้ง (ไม่ถึง ๒๔ ชม.) วันนี้เราเดินทางโดยสายการบินการูดา สายการบินประจำประเทศอินโดนีเซีย เที่ยวบิน GA ๑๔๕ ออกเดินทางเวลา ๑๒.๓o น. เรามาถึงค่อนข้างเร็วเลยมีเวลาเดินเล่นและหาอะไรกินนิดหน่อยก่อนขึ้นเครื่อง อีกอย่างวันนี้เรามีเพื่อนร่วมทีมซึ่งเป็นอาสาสมัครจากอินโดนีเซีย ประมาณ ๑๔ คน จะขึ้นเครื่องไปพร้อมกันด้วย

ที่สนามบินพี่แป๋งได้เจอดาราในดวงใจ เลยขอถ่ายรูปคู่ซะหน่อย พี่ท๊อปเองก็ไม่ขอน้อยหน้า

บนเครื่องบินเจอคุณป้าชาวอินโดนีเซีย กลัวเครื่องบินตกมาก กังวลตลอดเวลาเลย จนไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน ก็พยามปลอบแล้วคุณป้าแกไม่มีที่ท่าว่าจะคลายความกังวลลง สุดท้ายเลยคุยกันตลอดเวลา ๑ ชั่วโมงครึ่ง แน่นอนเรื่องที่คุยต้องเป็นเรื่องเมืองไทย ( ถือโอกาสเผยแพร่วัฒนธรรมซะเลย ) รูปนี้ถ่ายตอนขึ้นเครื่องบิน

ถึงสนามบิน Sultan Syarif Khasim II ที่เปกันบารู มีคนมารอรับ เราเดินทางกันต่อไปที่บ้าน คนขับรถบอก ๑o นาที (คล้าย ๆ กับ ๑ กิโลแม้ว) จริงๆ ประมาณ ครึ่งชั่วโมง ถึงบ้านที่เปกันบารู ที่นี่มีโจอัง Action Coordinator จากอินโดนีเซีย เป็นคนดูแลทำหน้าที่ชี้แจงวัตถุประสงค์การเดินทางในครั้งนี้ โดยมีริสกากับเทสซา คอยเป็นล่ามแปลให้พวกเราฟัง


ประมาณ ๔ โมงเย็น ขบวนคาราวานของเราก็ออกเดินทางอีกครั้ง (Avanza ๓ คัน กะบะอีก ๑ คัน) มุ่งหน้าสู่ท่าเรือที่ Teluk Binjai ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ ๕ ชั่วโมง ที่นั่นเราต้องโทรหาโยย่น หัวหน้าทีมเรืออินโดนีเซีย ให้ส่งเรือมารับเรา ๒ ทุ่มเวลาในไทยเรากินข้าวที่ร้านขายอาหารปาดัง คล้ายๆ ร้านข้าวแกงบ้านเรา แต่ต่างกันที่จะเสริฟกับข้าวทุกอย่างที่มีในร้าน ประมาณ ๒o อย่าง แต่กฏมีอยู่ว่าชิมชามไหน ชามนั้นคิดเงิน (ทรมานใจมากกับการกินอาหารที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร) หลังท้องอิ่ม ก็มีข่าวร้ายว่ารถในขบวนเกิดยางระเบิด ต้องรอเปลี่ยนยาง คาดว่าคืนนี้เราจะถึง Teluk Binjai ประมาณ ๕ ทุ่ม (ข่าวร้ายจริง ๆ) ที่สำคัญเส้นทางหลังจากนี้ มันโหดจริง ๆ ใครเคยไปแม่ฮ่องสอนลองจินตนาการดู เส้นทางเหมือนกันแต่เป็นถนนดิน บางช่วงถนนกำลังสร้าง ไม่มีไฟ สองข้างทางมืดมาก ๆ แล้วคิดดูชีวิตของพวกเราฝากไว้ในรถ Avanza คันเล็กๆ (ปกติถนนแบบนี้น่าจะใช้โฟวิลล์ มากกว่า ) พยามนอนมาตลอดทาง รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงท่าเรือแล้ว จากนั้นเรารอเรือที่จะมารับอีก ๔๕ นาที ได้ข่าวว่าเป็นสปีดโบ๊ท และแล้วก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เพราะเรือที่มารับกลายเป็นเรือปอมปอง (Pompong) ความเร็วประมาณ ๑o กิโลเมตรต่อชั่วโมง และต้องแบ่งเป็นสองทีม ทีมแรกพักที่ Teluk Maranti ใช้เวลาเดินทาง ๔๕ นาที ส่วนอีกทีมเข้าไปที่ค่าย ซึ่งห่างกันประมาณ ๕ นาที ตอนนี้เวลาประมาณตี ๑ ง่วงนอนมาก แต่ปัญหามีอยู่ว่ากระเป๋าทั้งหมดของเราถูกส่งไปที่ค่าย เมื่อต้องรอกระเป๋า เจ้าของบ้านใจดีเลยตื่นขึ้นมาต้อนรับเราด้วยข้าวโพดต้ม ซึ่งก็ไม่มีใครกิน ตี ๒ หลังจากได้กระเป๋าพวกเราเข้านอนทันที โดยไม่มีใครอยากอาบน้ำ

วันนี้พวกเราเดินทางไกลกันจริง ๆ
นุ่น

นักกิจกรรมไทยเริ่มการเดินทางไปปกป้องป่า

๒๓ ตุลาคม ๒๕๔๙
จาการ์ตา อินโดนีเซีย

๗ นาฬิกา ๑๕ นาที TG ๔๓๓ สายการบินไทย พาพวกเราในนามของกรีนพีช เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย) ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าสู่สนามบินซูกราโน ฮัตต้า (Sukarno Hatta International Airport) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย วันนี้ทุกคนตื่นเช้ากันเป็นพิเศษ เรานัดเจอกันที่สนามบินตั้งแต่ตี ๕ ก็มีสายกันบ้างนิดหน่อย วันนี้พี่ริวใส่เสื้อส้ม พร้อมแว่นสีชมพูคู่กาย (สงสัยจะกลัวหลง) เช็คอินเสร็จประมาณ ๖ โมงครึ่ง ท้องเริ่มหิว อาหารเช้าของพวกเราอยู่ที่ ห้องอาหารคิง พาวเวอร์ เดินไกลมากๆ เนื่องจากเราต้องไปขึ้นเครื่องที่ประตู E ๑ ส่วนห้องอาหารคิง พาวเวอร์ อยู่สุดทางเดินอีกด้าน (วันนี้ใช้บัตรสมาชิกพี่แป๋ง เพราะของพี่ท๊อปหมดอายุพอดี)

เรามาถึงสนามบิน ซูกราโน ฮัตต้า ประมาณ ๑๑ โมง เร็วกว่ากำหนดการประมาณ ๑๕ นาที เวลาที่นี่เท่ากับเมืองไทย เพราะอยู่ใกล้กันมาก ที่สนามบินมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นนิดหน่อย เรื่องมีอยู่ว่า ตอนออกเดินทางเรามีกระเป๋าทั้งหมด ๙ ใบ แต่มาถึงที่นี่กระเป๋าเหลือแค่ ๘ ใบ เรารอจนกระเป๋าโหลดลงมาทั้งหมดก็หาไม่เจอ แจ้งเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าต้องหาดูเอง สุดท้ายอุ้มเจอกระเป๋าอยู่กับกรุ๊ปทัวว์กลุ่มใหญ่จากเมืองไทย ประมาณว่าน่าจะมาประชุมบริษัท (ดูจากหน้าตา และอายุ)

จากสนามบินเราเดินทางต่ออีกประมาณ ๔๕ นาที จุดหมายต่อไปของเราอยู่ที่โรงแรมฟอร์มูล่าวัน หลังเช็คอิน มีเวลาพักผ่อนแค่ ๑๕ นาที เพราะต้องรีบเข้าไปเคลียร์เรื่องเอกสารที่สำนักงานกรีนพีช อินโดนีเซีย ก่อนกลับมาที่โรงแรมแวะกินอาหารเที่ยง (มื้อแรก) หน้าสำนักงาน เป็นสะเต๊ะเนื้อแพะ ข้าวผัด แล้วก็ชาเย็น (เครื่องดื่มยอดนิยม)

ก่อนกลับมาแยกย้ายกันพักผ่อน นอนหลับ นัดเจอกันอีกทีตอนอาหารเย็น เนื่องจากเราพักกันคนละชั้น การไปมาหาสู่กันเป็นเรื่องยุ่งยาก

คืนนี้เรากินอาหารเย็นที่ร้านข้างๆ ถนน คล้ายๆ กับข้าวมันไก่ กินกับอะไรหลายๆ อย่าง เช่น เต้าหู้ ไข่ไก่ ไก่ย่าง (ทุกอย่างค่อนข้างแห้ง ) แล้วก็มีซอสจิ้ม แปลก แต่ก็อร่อยดี ก่อนนอนคืนนี้ปิดท้ายด้วยมื้อดึก จากร้าน HOLLAND BAKERY

คืนนี้ .............. ราตรีสวัสดิ์
นุ่น

ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศเริ่มการปกป้องป่า กู้วิกฤตโลกร้อน ในอินโดนีเซีย





เช้าวันนี้นักรณรงค์กรีนพีซ ได้เข้ายึดรถขุดของบริษัทผลิตกระดาษ APRIL
แล้ว 4 ตัว ในเขตคาบสมุทร กัมปาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อต้องการประกาศเจตนารมณ์ความต้องการอันเร่งด่วนในการยุติการตัดไม้ทำลายป่าในอินโดนีเซีย

การปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าและการเสื่อมสภาพของสภาพป่าและป่าพรุในอินโดนีเซียนี้ เป็นต้นเหตุใหญ่อันดับ 3 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก

เวลา 6.15 นาฬิกาวันนี้ นักรณรงค์กรีนพีซกว่า 50 คน ได้เข้ามาถึงพื้นที่ APRIL และหลังจากนั้นเพียงครึ่งชั่วโมง ก็ได้ปิิดยึดรถขุด 3 คัน และแขวนป้ายผ้าที่เขียนว่า "OBAMA YOU CAN STOP THIS" (โอบามาหยุดทำลายป่าได้)

นอกจากนักรณรงค์ทั้ง 3 ทีมที่เข้าหยุดรถขุดแล้ว ยังมีนักรณรงค์์อีกทีมชูป้าย "Climate Crime" (อาชญากรรมทางสภาพภูิมิอากาศ) เพื่ออ้างถึงการกระทำที่บริษัท APRIL ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศจากการทำลายป่านี้ ซึ่งเป็นการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด


Read the English version : http://weblog.greenpeace.org/climate/

Rin

mardi 10 novembre 2009

เยาวชนยุคพลังงานสะอาด ยุตินิวเคลียร์

วันนี้ Solar Generation (กลุ่มเยาวชนยุคพลังงานสะอาด) และ Green DJ (นักจัดรายการวิทยุเยาวชนเพื่อสิ่งแวดล้อม) ของกรีนพีซ เปิดตัวหนังสือการ์ตูนรณรงค์ออนไลน์เรื่อง “มหันตภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ : สาส์นจากความมืด” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับภัยจากพลังงานนิวเคลียร์ผ่านการผจญภัยของเยาวชนที่ต้องการสร้างให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น

ในงานเปิดตัวนี้ มีตัวแทนจากชุมชนที่เป็นจุดที่ถูกสำรวจว่าจะมีการสร้างโรงงานนิวเคลียร์ที่พื้นที่นี่มาร่วมเสวนาด้วย ซึ่งตัวแทนได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจในมุมมองของคนจากชุมชนหลายประเด็นนะคะ เช่น ตัวแทนจากชุมชนตำบลมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท เล่าว่า อยู่ดีๆ อยู่มาวันหนึ่ง ชาวบ้านก็ไปเห็นว่ามีบ่อสี่เหลี่ยมถูกขุดอยู่ ถามไปถามมา ถึงได้ทราบว่าจะมีการสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แถวพื้นที่นี่
พวกเขาไม่มีความรู้ แต่ก็ได้พยายามศึกษาและได้รับทราบถึงผลกระทบที่เป็นอันตราย ตัวแทนชุมชนนี้บอกต่อว่า ข้อมูลที่พวกเขาได้รับ จะได้แต่ข้อมูลทางแง่ดี ซึ่งพวกเขาก็มีข้อโต้แย้งทั้งนั้น ดังเช่นว่า

>> การไฟฟ้าบอกว่าจะได้ใช้ไฟฟ้าฟรี :
พวกเราก็คิดว่า จะฟรีได้ยังไง การสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์นี้ ต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งส่วนหนึ่งก็ มาจากภาษีประชาชนมิใช่หรือ

>> การบอกว่าจะให้มีงานทำใน 6 เดือน :
พวกเราคิดว่าพวกเราคงไม่มีความสามารถทำได้ เพราะทุกอย่างเป็นเทคนิคหมด และอะไรจะเกิดขึ้นหลัง 6 เดือน ? รังสีในร่างกาย หรือ อันตรายต่อสุขภาพต่างๆล่ะ

>> การประกาศแจ้งว่าจะสร้างโรงงานในที่ห่างไกลชุมชน :
แต่พื้นที่ๆพวกเราอยู่ก็เป็นชุมชนไม่ใช่หรือ มีสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ฯลฯ

>> การบอกเราว่าจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี :
พวกเราไม่แน่ใจว่าหมายความว่าอย่างไร ชัยนาทเคยถูกประกาศว่าเป็นจังหวัดภัยแล้งอยู่แล้ว นี่ยังจะต้องใช้้น้ำจำนวนมากไปหล่อในแท่นปฏิกรณ์อีกหรือ??

>> กากนิวเคลียร์ จะนำไปทิ้งที่ทะเล หรือฝังลึกใต้ดิน :
ชัยนาทอยู่ห่างจากทะเล 200 เมตร ถ้ามีการรั่วระหว่างทาง หรือ ถ้าฝังใต้ดินแล้วมีการรั่วซึมสู่ผืนดินและแหล่งน้ำล่ะ

อืม... เป็นความเห็นตรงๆจากคนในพื้นที่ที่เป็นห่วงพื้นที่ของตน สุขภาพและสภาพแวดล้อมของพวกเขา ที่ควรจะได้รับการรับฟังพิจารณานะคะ

คุณ ทราบไหมคะ การไฟฟ้าเคยให้ Abac Poll ทำการสำรวจความเห็นต่อการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ปรากฎว่าผลเป็นอย่างไรทราบไหมคะ 80 % บอกว่า เห็นด้วย แต่ 60% ของคนที่เห็นด้วยนั้นบอกว่า แต่อย่ามาสร้างแถวบ้านของฉัน (อ้าว!?!)

จังหวัดชัยนาทเป็นหนึ่งพื้นที่ ที่ถูกพิจารณาว่าเหมาะแก่การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยสำนักพัฒนาพลังงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงพลังงาน เนื่องจากภูมิประเทศขนาบข้างด้วยแม่น้ำท่าจีนและเจ้าพระยา © Greenpeace/ Virunan Chiddaycha

พลังงานนิวเคลียร์ เป็นพลังงานที่อันตราย มีผลกระทบต่อสภาวแวดล้อมรวมถึงมนุษย์ ตัวอย่างเห็นได้ชัดที่เกิดขึ้นมาแล้วคือผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์จากอุบัติภัยนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล


เราควรหันมาสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและปลอดภัย ซึ่งเป็นทางออกที่แท้จริงของการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เพราะพลังงา หมุนเวียนที่ใช้เพิ่มขึ้นช่วยให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง ซึ่งหมายถึงอุทกภัย ภัยแล้ง และ เหตุการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลกจะลดน้อยลงด้วยค่ะ

อ่านเรื่องราวในรูปแบบการ์ตูนการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของคอสโมและลูนาร์ ที่เดินทางย้อนเวลาจากโลกอนาคต เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวคลียร์ที่เกิดขึ้นในยุคของพวกเขา ได้ที่นี่

ดูรูปงานเปิดตัวหนังสือการ์ตูน 'มหันตภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ : สาส์นจากความมืด' ได้ที่นี่

Rin

mercredi 4 novembre 2009

ช่วยกันเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ

ขอ ความร่วมมือด่วนจากทุกท่านครับ เพื่อช่วยเหลือปกป้องชีวิต ชุมชน และสิ่งแวดล้อมของเราจากโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ก่อมลพิษสูง
โดยทุกท่านสามารถช่วยกันเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ฉบับประชาชน ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันผลกระทบได้เป็นอย่างดี

ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและมี หลักการที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 67 ซึ่งภาคประชาชนจะเสนอแทนพระราชบัญญัติฉบับที่เสนอโดยรัฐบาลที่มีการทำอย่าง เร่งรีบ ไม่ผ่านการรับฟังความคิดเห็น และมีลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนอย่างชัดเจน

ขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ กำลังอยู่ในระหว่างเปิดให้ประชาชนช่วยกันลงชื่อให้ครบหนึ่งหมื่นชื่อเพื่อ เสนอกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ซึ่งยิ่งผลักดันร่างกฎหมายนี้ได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเร่งเวลาที่จะทำให้การกำหนดหลักเกณฑ์โครงการต่างๆ มาอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน และน่าจะเป็นกลไกคอยถ่วงดุลป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น เป็นอีกหนึ่งทางออกของความขัดแย้งทั้งหลายได้


ท่านสามารถดาวน์โหลดร่างกฎหมายฯ และแบบฟอร์มเสนอร่างกฎหมาย ได้ตามลิงค์ด้านล่างนี้

สรุปสาระสำคัญของ (ร่าง) พระราชบัญญัตองค์กรอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขาภาพ พ.ศ... ตามมาตรา 67 วรรค 2 แห่งรัฐธรรมนูญฯ 2550

(ร่าง)พระราชบัญญัติองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ศ. ….

แบบฟอร์มเสนอร่างกฎหมาย