Affichage des articles dont le libellé est ก๊าซเรือนกระจก. Afficher tous les articles
Affichage des articles dont le libellé est ก๊าซเรือนกระจก. Afficher tous les articles

dimanche 15 novembre 2009

ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศจะคงอยู่ต่อไป ตำรวจกลับคำสั่งขับไล่ เพราะแรงกดดันจากชุมชน

15 พฤศจิกายน 2552

วันนี้เป็นวันที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนักในอินโดนีเซีย...

เราประหลาดใจที่หัวหน้าตำรวจของอำเภอพาลาลาวันได้เพิกถอนคำสั่งขับไล่ของเมื่อวาน หลังประชาชนในท้องถิ่น 300 คน จากหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ มาเยือนค่ายเมื่อเช้านี้ เพื่อส่งแรงสนับสนุน

ตำรวจยื่นใบแจ้งขับไล่ เพราะถูกกดดันจากอาชญากรสภาพภูมิอากาศ หลังการดำเนินการของ APRIL ซึ่งเป็น บริัษัทผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษยักษ์ใหญ่ ต้องถูกหยุดลงมากกว่า 10 ชั่วโมง โดยนักกิจกรรมกรีนพีซ เมื่อวันพฤหัสบดี การปฏิบัติการนั้นได้รับแรงสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากชุมชนต่างๆ ในท้องถิ่น

"เราต้องการให้กรีนพีซคงอยู่ในค่ายนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การดำรงอยู่ของกรีนพีซในคาบสมุทรกัมปาร์ช่วยเราปกป้องป่าผืนนี้จากการถูกทำลายได้อย่างแท้จริง" ซูวันดี คุณครูจากโรงเรียนในเตลุก เมอรันติ กล่าว "หากในอนาคตกรีนพีซถูกบังคับให้ออกจากกัมปาร์ เราก็ขอเรียกร้องให้ APRIL ออกจากกัมปาร์เช่นกัน" เขากล่าวเสริม

Community supporters arrived by the hundreds
ผู้สนับสนุนจากชุมชนต่างๆ หลายร้อยคนได้มาถึง ©Will Rose/Greenpeace

นี่เป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับสำหรับทีมผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศที่ทุ่มเท ที่อยู่ในค่ายมา 3 สัปดาห์ และสำหรับชุมชนต่างๆ ในท้องถิ่นที่ต้องมีชีวิตอยู่กับผลกระทบของการทำลายป่าและการดึงน้ำออกจากป่าพรุ

"เรารู้สึกซาบซึ้งและนอบน้อมต่อแรงสนับสนุนอันมากล้นจากประชาชนในจังหวัดรีอาล มันยืนยันความเชื่อของเราที่ว่าประชาชนอินโดนีเซียหวังให้ผืนป่าของพวกเขาได้รับการปกป้อง" ซุลฟามิ จากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

"นี่เป็นสัญญาณที่สำคัญมากสำหรับประธานาธิบดียูโดโยโน ที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนของเขาเต็มใจช่วยเขาเชิดชูเกียรติแห่งความทะเยอทะยานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่า เขาควรลงมือปฏิบัติในทันทีโดยลงโทษผู้ที่กำลังทำลายป่า ในขณะเดียวกันก็ปกป้องป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชนที่ต้องพึ่งพาป่า" เขากล่าวเสริม

ค่ายแห่งนี้ตั้งอยู่มา 3 สัปดาห์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เร่งดึงดูดความสนใจมาที่บทบาทของการทำลายป่าฝนและป่าพรุ ที่มีต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ผลักดันการประชุมสุดยอดโลกร้อนของสหประชาชาติที่สำคัญอย่างยิ่ง ในเดือนธันวาคมนี้ ในช่วงดังกล่้าว ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศที่มุ่งมันและเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่แรงกล้า ได้สร้างฝาย หยุดรถขุด และ กางป้ายผ้าขนาดใหญ่ในสภาพการณ์ที่ย่ำแย่อย่างที่สุด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นยากลำบากและต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งกายและใจมากนัก

ในขณะเดียวกัน นักกิจกรรมชาวอินโดนีเซียที่ร่วมปฏิบัติการเมื่อวันพฤหัสบดี ได้ถูกปล่ิอยตัวโดยปราศจากข้อกล่าวหา พวกเขากลับมายังค่ายพร้อมคำสั่งให้รายงานตัวต่อตำรวจสัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนนักกิจกรรมชาวต่างชาติ 11 คนกำลังถูกส่งตัวกลับประเทศ และในขณะที่ฉันพิมพ์บล็อกอยู่นี้ นักกิจกรรมหลายคนกำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบิน และส่วนที่เหลือจะตามไปในวันพรุ่งนี้

sml-c1511098.jpg
ประชาชนจากชุมชนในท้องถิ่น ยืนอยู่ร่วมกับร๊อบ ผู้นำค่าย และผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศคนอื่นๆ
©Ardiles Rante/Grenpeace

samedi 14 novembre 2009

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนดีทำความดี

14 พฤศจิกายน 2552

นี่เป็นข่าวล่าสุดจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศในอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังถูกปิดลงโดยตำรวจ

จาก ซารา เบอร์ตัน:

วันนี้ฉันมาถึงเปกันบารู ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเกาะสุมาตรา และห่างจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศเพียง 4 ชั่วโมงครึ่ง ฉันกำลังมุ่งหน้าไปยังค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ พร้อมกับโจโก เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซในอินโดนีเซีย และอิโลนา เจ้าหน้าที่รณรงค์วัยรุ่นจากกรีนพีซ รัสเซีย ที่จะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ในสำนักงานกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฉันเป็นผู้รองอำนวยการโครงการนานาชาติ ที่มักจะประจำอยู่ในอัมสเตอร์ดัม มันเป็นชื่อตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ฉันชอบทำ คือ ไปยังที่ที่มีการปฏิบัติการ และฉันคิดว่าในขณะนี้ไม่มีที่ใดที่เต็มไปด้วยการปฏิบัติการเหมือนที่นี่

ดูเหมือนว่าฉันคิดไม่ผิด หลังการปฏิบัติการอันเยี่ยมยอดในป่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (ภาพอันเลิศเลอปรากฏเต็มหน้า ในนสพ. อินเตอร์เนชั่นแนล เฮอรัล ทริบูน ฉบับเอเชีย ซึ่งเป็นโฆษณาที่มีเป้าหมายที่ประธานาธิบดีโอบามา ที่อยู่ในระหว่างเยือนสิงคโปร์) ที่ตำรวจท้องถิ่นถ่ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อต้านผู้พิทักษ์สภาพภูิมิอากาศ แทนที่จะต่อต้านผู้ทำลายสภาพภูมิอากาศ

The ad in the International Herald Tribune

นักกิจกรรมส่วนหนึ่งจะถูกส่งกลับประเทศในวันจันทร์

ฉันรู้ว่านักกิจกรรมประมาณ 11 คนถูกนำตัวไปยังเปกันบารูเพื่อส่งตัวกลับประเทศจากอินโดนีเซีย เพราะพวกเขาเป็นคนต่างชาติ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเป็นเยี่ยมพวกเขาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อฉันไปถึงเป็นเวลากลางวัน และอาสาสมัครกรีนพีซเพิ่งมาถึงพร้อมอาหารกลางวันสำหรับชายและหญิง 11 คน ซึ่งทั้งหมดดูมีจิตใจที่แข็งแกร่ง แม้ว่า่จะอยู่ในสภาพการณ์ที่น่าหดหู่

นักกิจกรรมแต่ละคนเดินมาจับมือและแนะนำตัวกับฉัน บางคนมาจากประเทศไทย ที่เหลือมาจากบราซิล สเปน และ เยอรมนี พวกเขาอยู่ที่ค่ายเป็นระยะเวลาต่างกัน ตั้งแต่ไม่กี่วันจนถึง 2-3 สัปดาห์ ทั้งหมดผิดหวังที่ต้องจากไป และต้องการบอกรักและโอบกอดผู้ที่ยังเหลืออยู่ในค่าย แต่ก็เหมือนที่ฉันบอกว่าจิตใจของพวกเขาแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาได้เห็นภาพในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพราะพวกเขารู้ว่าการปฏิบัติการนั้นประสบผลสำเร็จ มีีผลในด้านดีไปทั่วโลก และทำให้ประชาชนอีกหลายพันคนรับรู้ถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศและป่าไม้

Some of the activists from this weeks action

ฉันอยู่เป็นเพื่อนนักกิจกรรมทั้ง 11 คน จนกระทั่งถึงเวลาที่พวกเขาต้องจากไป ฉันเดินไปกับพวกเขาถึงสนามบินเพื่อบอกลา พวกเขาเป็นคนที่น่าประทับใจ ดังที่คุณคงจะนึกออก เพราะผู้คนที่ดีที่สุดเท่านั้นที่จะนำตัวเองเข้าไปเสี่ยงเช่นนั้น พวกเขารู้เหมือนที่ฉันรู้ว่า การปกป้องป่าเป็นสิ่งสำคัญเพียงใด (แม้จะปกป้องได้เพียงมากกว่า 1 วัน ดังที่พวกเขาได้ทำ) เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ และพวกเราทุกคนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ และอาชญากรสภาพภูมิอากาศ

ฉันได้ยินจากคนในค่ายว่า ตอนเย็นวันนี้ ตำรวจจำนวนมากมาถึงค่ายเพื่อยืนกรานว่าค่ายต้องถูกรื้อถอน และกรีนพีซต้องออกจากพื้นที่ ฉันจะไปที่นั่นในวันพรุ่งนี้ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อดูว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น ฉันเข้าใจว่าตำรวจให้เวลาคนของเราถึงโมงเย็นในการเก็บข้าวของออก ฉันต้องการเห็นด้วยตาตนเองว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนดีถูกหยุดยั้งไม่ให้ทำความดี ในขณะที่ผู้ที่ได้ผลกำไรจากการทำลายได้รับอนุญาตให้ทำลายต่อไป ฉันต้องการทำสิ่งที่ชาวกรีนพีซทำมาหลายทศวรรษ นั่นคือเป็นประจักษ์พยาน

ซารา เบอร์ตัน

mercredi 11 novembre 2009

ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศเริ่มการปกป้องป่า กู้วิกฤตโลกร้อน ในอินโดนีเซีย





เช้าวันนี้นักรณรงค์กรีนพีซ ได้เข้ายึดรถขุดของบริษัทผลิตกระดาษ APRIL
แล้ว 4 ตัว ในเขตคาบสมุทร กัมปาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อต้องการประกาศเจตนารมณ์ความต้องการอันเร่งด่วนในการยุติการตัดไม้ทำลายป่าในอินโดนีเซีย

การปล่อยก๊าซคาร์บอนที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่าและการเสื่อมสภาพของสภาพป่าและป่าพรุในอินโดนีเซียนี้ เป็นต้นเหตุใหญ่อันดับ 3 ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนทั่วโลก

เวลา 6.15 นาฬิกาวันนี้ นักรณรงค์กรีนพีซกว่า 50 คน ได้เข้ามาถึงพื้นที่ APRIL และหลังจากนั้นเพียงครึ่งชั่วโมง ก็ได้ปิิดยึดรถขุด 3 คัน และแขวนป้ายผ้าที่เขียนว่า "OBAMA YOU CAN STOP THIS" (โอบามาหยุดทำลายป่าได้)

นอกจากนักรณรงค์ทั้ง 3 ทีมที่เข้าหยุดรถขุดแล้ว ยังมีนักรณรงค์์อีกทีมชูป้าย "Climate Crime" (อาชญากรรมทางสภาพภูิมิอากาศ) เพื่ออ้างถึงการกระทำที่บริษัท APRIL ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศจากการทำลายป่านี้ ซึ่งเป็นการตัดไม้ทำลายป่าที่ผิดกฎหมายอย่างเห็นได้ชัด


Read the English version : http://weblog.greenpeace.org/climate/

Rin

vendredi 9 novembre 2007

บริษัทชื่อ "ปรุงโลกร้อนให้ร้อนขึ้น"




อาสาสมัครกรีนพีซยุติการทำลายระบบนิเวศน์ป่าพรุในพื้นที่ของบริษัทน้ำมันปาล์มพีที ดูทา พาลมา ที่จังหวัดรีอาล (Riau) ในสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อาสาสมัครกำลังสร้างเขื่อนชั่วคราว 5 แห่งในบริเวณคลองน้ำลึก 3 เมตร ที่ใช้ในการทำซุงและดึงน้ำออกจากพื้นที่ป่าพรุเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งขัดต่อกฎหมายอินโดนีเซียในเรื่องการปกป้องป่าและยังส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล

อาสาสมัครกรีนพีซกว่า 30 คนทำงานร่วมกับชุมชนจากหมู่บ้านใกล้เคียงในกัวลาเชนากูเพื่อสร้างเขื่อนชั่วคราวกั้นไม่ให้มีการระบายน้ำออกจากป่าพรุซึ่งจะทำให้พื้นที่บริเวณนั้นไม่เหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกออกมา


เขื่อนชั่วคราวนี้จะช่วยป้องกันบริษัทน้ำมันปาล์มจากการเผาพื้นที่ป่าพรุอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่จะมีการนำไปใช้เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเพิ่มให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น


“บริษัทน้ำมันปาล์มนี้กำลังทำสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยบริเวณผืนป่าพรุแห่งนี้” ฮัปโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว “และนอกจากนี้ยังส่งผลไปสู่ภาวะโลกร้อนอีกด้วย”

เหลือเวลาเพียง 1 เดือนก่อนจะถึงวันที่รัฐบาลทั่วโลกจัดการประชุมที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการขั้นต่อไปเพื่อต่อสู่กับภาวะโลกร้อน กรีนพีซได้เปิดเผยการตรวจสอบสินค้ายี่ห้อชั้นนำของโลกจำนวนหนึ่งที่เป็นสาเหตุของทำลายป่าพรุในอินโดนีเซีย และทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น ทั้งๆที่การทำลายป่าพรุนั้นทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศโลกไปแล้ว 4%


รายงานของกรีนพีซที่ชื่อ ปรุงโลกให้ร้อน (Cooking the Climate) แสดงให้เห็นว่าบริษัท เช่น ยูนิลีเวอร์ (Unilever) เนสท์เล่ (Nestlé) และพร็อกเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล (Procter & Gamble) เป็นตัวการของการทำลายป่าพรุในอินโดนีเซียจากสาเหตุการใช้น้ำมันปาล์มในอาหาร เครื่องสำอาง และเชื้อเพลิง ป่าพรุใน


อินโดนีเซียเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไว้มากที่สุดในโลก ดังนั้นการทำลายป่าพรุเหล่านี้จึงเป็นตัวการที่นำไปสู่ภาวะโลกร้อนอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้“การตรวจสอบนี้แสดงให้เห็นว่าท้ายที่สุดแล้ว บริษัทนานาชาติเพียงไม่กี่แห่งนี้เป็นผู้ทำลายและเผาป่าพรุของอินโดนีเซียเพื่อนำไปผลิตอาหาร น้ำมัน และน้ำยาซักผ้า


สินค้ายี่ห้อที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดบางยี่ห้อได้กำลังเพิ่มความร้อนให้กับภูมิอากาศอย่างแท้จริง” เอ็มมี่ ฮาฟิลด์ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว



------------



กรีนพีซเป็นองค์กรต่อต้านการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรัฐบาลและบริษัท เราไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลและเอกชน จึงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือจากประชาชนเช่นคุณ

กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเพื่อของคุณเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ของกรีนพีซโดยบอกให้พวกเขาไปเยี่ยมเว็บไซต์ของกรีนพีซ – http://www.greenpeace.or.th/ และมีส่วนร่วมโดยสมัครจดหมายข่าวนักกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการณรงค์ทางอินเทอร์เน็ต


1. บริจาควันนี้ – ช่วยกรีนพีซให้ดำรงอยู่ สมัครสมาชิกวันนี้


2. ลงมือทำ – เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์กรีนพีซ รับวิธีง่ายๆ เพื่อปกป้องโลก


3. เป็นอาสาสมัคร – มีหลายอย่างที่ต้องทำเพื่อปกป้องโลกใบนี้สำหรับคนรุ่นต่อไป และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ