Affichage des articles dont le libellé est กัมปาร์. Afficher tous les articles
Affichage des articles dont le libellé est กัมปาร์. Afficher tous les articles

dimanche 29 novembre 2009

นักกิจกรรมก้าวลงจากเครน แต่ข้อความของพวกเขายังดำรงอยู่ - หยุดทำลายป่า กู้วิกฤตโลกร้อน

ข้อความที่นักกิจกรรม 4 คนส่งจากยอดรถเครนในอินโดนีเซียหลังยึดรถเครนถึง 27 ชั่วโมง นั้นชัดเจน นั่นคือ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเกิดขึ้นรอบๆ ตัวเรา มันส่งผลกระทบต่อเราทุกคน ไม่ว่าเราจะอาศัยอยู่ที่ใด และการหยุดการทำลายป่าเป็นวิธีการที่รวดเร็วที่สุดและมีราคาถูกที่สุด ในการแตะเบรกความบ้าคลั่งที่กำลังพุ่งดิ่งตรงมาหาเรา"

จากยอดรถเครน 1 คัน และอีก 3 คันที่ถูกยึดจนถึงเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน เราสามารถมองเห็นผืนป่าและป่าพรุอินโดนีเซียที่ถูกทำลายเป็นพื้นที่กว้างใหญ่และอ้างว้างทอดไปไกล ผืนป่าและป่าพรุนี้ถูกทำลายราบเรียบและเผาอย่างมีวิธีการ โดยบริษัทต่างๆ เช่น APP เพื่อเปลี่ยนสภาพเป็นพื้นที่ปลูกต้นอาคาเซียและปาล์มน้ำมัน การทำเช่นนี้ทำให้ที่กักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์อันใหญ่มโหฬารถูกปลดล็อก และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ออกสู่บรรยากาศ เป็นตัวขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่ระดับที่อันตรายมากขึ้น

แม้ว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะพยายามนำตัวนักกิจกรรมลงมา สิ่งที่พวกเขาทำ ได้แก่ การแกว่งเครน และการขมขู่อื่นๆ พวกเขา่ประจำที่คุมเข้มจนถึง 10 โมงเช้าของวันที่ 27 พ.ย. จากนั้นตำรวจได้กักตัวนักกิจกรรม และนำตัวไปยังสำนักงานใหญ่ของสถานีตำรวจเมืองเปกันบารูเพื่อสอบปากคำ กลุ่มนักกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยชาวเยอรมัน ดัช ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย ได้แสดงให้ผู้นำโลกเห็นว่า การลงมือปฏิบัติในทันทีนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปได้และจำเป็น และการเปิดโปงอาชญากรสภาพภูมิอากาศ เช่น ซีนาร์ มาส ซึ่งมี APP เป็นบริษัทในเครือ เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นหายนะเกินควบคุม

ในเวลานี้ถึงเวลาที่ประธานาธิบดีโอบามา และผู้นำประเทศที่พัฒนาแล้วคนอื่นๆ จะจัดหาเงิน และช่วยประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า ในการปกป้องป่าของพวกเขา ในขณะเดียวกันประธานาธิบดียุดโฮโยโนควรเปลี่ยนพันธะสัญญาของเราเป็นการกระทำ โดยสั่งระงับการทำลายป่าในอินโดนีเซียในทันที เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสิ่งที่เหลืออยู่จากปอดสีเขียวอันมีพลังมหาศาลจะไม่พ่ายแพ้ไปตลอดกาล

ค่ายผู้พิทักษ์ป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อนที่เปิดตัวเมื่อ 5 สัปดาห์ก่อน บนคาบสมุทรกัมปาร์ ยังคงยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง และกรีนพีซจะคงอยู่ในใจกลางป่าฝนอินโดนีเซียต่อไป

vendredi 27 novembre 2009

เรามาผจญภัยกันในที่ห่างไกล ก็เพื่อบอกผู้นำโลกว่า ภาวะโลกร้อนเริ่มต้นที่นี่ ปกป้องป่าทันที

๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๒
ค่ายผู้พิทักษ์ป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน
หมู่บ้านเตลุก เมอรันติ
จังหวัดรีอาล
อินโดนีเซีย

เมื่อคืนมีทีมอาสาสมัครของอินโดนีเซียและช่างภาพ (ไม่ทราบจำนวน) ไปกางป้ายกันในป่า ตั้งใจกันว่าจะออกเดินทางตอนเที่ยงคืน แต่สุดท้ายไปกันประมาณตี ๓ (สงสัยตื่นกันไม่ไหว) ที่ต้องออกเช้าขนาดนี้เพราะต้องนั่งเรือจากค่ายไปท่าเรือที่ เตลุก บินใจ ๔๕ นาที นั่งรถต่อไปถึงทางเข้าป่า แล้วต้องเดินเท้าเข้าไปในป่าอีกประมาณ ๔ กิโลเมตร พร้อมป้ายผืนใหญ่ ๒ ผืน ส่วนร๊อปจะตามไปตอนเช้ามืด

หน้าตาทีมงานตอนไปถึง

การเดินทางต่อจากนี้ แบนเนอร์จะถูกลำเลียงลงเรือสำปัน (เรือพายพื้นเมือง ขุดจากต้นไม้ทั้งต้น) ๒ ลำ พายเข้าไปตามคลอง จุดหมายปลายทางคือ ๔ กิโลเมตร จากนี้ จุดที่พื้นที่ป่าถูกทำลายมากที่สุดบนป่าพรุที่เพิ่งถูกถางในเขตสัมปทานเยื่อกระดาษและกระดาษของบริษัท T.Arara Abadi-siak ซึ่งเป็นของ Asia Pulp and Paper (APP) ส่วนทีมงานที่เหลือ เดินเท้าเข้าไปและเคลียร์สิ่งกีดขวางเพื่อให้เรือผ่านไปได้โดยสะดวก



สภาพป่าพรุที่ถูกเผาทำลาย พบเห็นได้ตลอดเส้นทาง

จุดตั้งค่ายที่พักชั่วคราว ก่อนเคลื่อนย้ายป้ายขนาดใหญ่มาก ด้วยกำลังคน





ป้ายที่มีภาพของนายกรัฐมนตรีแองเจอล่า เมอร์เคล แห่งเยอรมนี และข้อความว่า
Climate Change Starts Here. Less Talk, More Money! 
(ภาวะโลกร้อนเริ่มต้นที่นี่ พูดให้น้อย เงินให้มาก)
และ ป้ายที่มีภาพนายกรัฐมนตรีนิฌคลาส ซาร์โคซี แห่งฝรั่งเศส และข้อความว่า
"จัดหาเงินหลายล้านยูโร ปกป้องป่า และสภาพภูมิอากาศ"
เพื่อเรียกร้องให้ผู้นำประเทศทั้งสองจัดหาเงินทุนเพื่อหยุดการทำลายป่า เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน ณ
การประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในเดือนธันวาคมนี้


ส่วนที่ค่าย วันนี้เป็นวันแรกที่เริ่มไปทำงานที่เขื่อนเต็มวัน (เคลียร์พื้นที่ต่อ) จริง ๆพวกเราก็อยากไปร่วมกับทีมป้าย แต่งานสร้างเขื่อนมันค้ำคอ ไว้โอกาสหน้าแล้วกัน เพตเตอรี่นัดพวกเราออกเดินทางประมาณ ๗ โมงเช้า แต่สายตามเคยเพราะอาหารเช้า ๗ โมง เช้านี้เราหารองเท้าบูธที่เตรียมไว้ในห้องเก็บของไม่เจอ นึกได้ว่าอาจจะเป็นทีมกางแบนเนอร์ในป่าเอาไปตั้งแต่เมื่อคืน เราเลยเสียเวลาเตรียมของอีกนิดหน่อย งานของพวกเราวันนี้คือ ขนไม้ที่อยู่บริเวณชายหาดเข้าไปที่เขื่อนให้ได้ สมาชิกวันนี้มี เพตเตอรี่ พี่ริว พี่ท๊อป พี่แป๋ง นุ่น ส่วนน้องอุ้มปวดท้อง (แบบผู้หญิง ผู้หญิง) บอกว่าประมาณ ๒ วัน น่าจะหาย เลยให้นอนอยู่ที่ค่าย มีสุรีย์ คอยดูแลให้กินยาสมุนไพร อะไรบางอย่าง คอยนวดเท้า ดูแล้วไม่น่าเป็นห่วง พวกเราเลยออกเดินทางกัน

เมื่อเรือปอมปองมาส่งเราที่หาด เจอกับพวกบานี่ (มีชาวบ้าน + อาสาสมัคร) ประมาณ ๕ คน ที่ไปสำรวจพื้นที่สร้างเขื่อนแห่งที่ ๒ บอกว่าเข้าไปเจอสัตว์ตัวนึงเหมือนจะโดนตัวอะไรกัด เลยช่วยออกมา

วันนี้น้ำลงเยอะต้องเดินไกลกว่าปกติ ทิม กับ โจฮาน อยู่ช่วยพวกเราด้วย พี่ท๊อปอาสาแบกไม้ที่จะต้องเอาไปสร้างที่พักชั่วคราว ส่วนวันนี้พี่ริวแต่งตัวเหมือนผู้ก่อการร้าย (จริงๆ กลัวแดดเผา) และคนอื่นที่เหลือก็ช่วยกันขนของอื่นๆ ตามไป

เมื่อพร้อมเริ่มงาน เพตเตอรี่ก็สรุปว่างานของวันนี้ที่ต้องทำ คือ ขนไม้ที่ชาวบ้านขนมาไว้ให้ที่หาดเข้ามาให้ถึงบริเวณที่จะสร้างเขื่อน ตอนแรกก็บอกให้พวกเราช่วยกันแบก แล้วเดินเข้าไปที่เขื่อน แต่หลังจากทดลองกันพบว่าเป็นงานที่หนักมาก เพตเตอรี่บอกว่าคนไม่พอต้องไปตามคนมาช่วย (มองเห็นทีมเรือจอดเรืออยู่ไกลๆ) แต่พวกเรามีหรือจะยอมลำบากขนาดนั้น งานแบบนี้มันต้องใช้สมอง ไม่ใช่แค่แรงงาน

หลังจากวิเคราะห์กันแล้วพวกเราเลยตัดสินใจ ใช้เชือกที่ผูกมากับไม้ ผูกไม้ลากไปตามคลอง จนถึงเขื่อน ไกล เหนื่อย แต่ก็ดีกว่าแบกไป ส่วนเพตเตอรี่ได้คนมาช่วยอีก ๒ คน

เวลาและเรี่ยวแรงของเราทั้งหมดในวันนี้ ทุ่มเทไห้กับการลากไม้เดินลุยน้ำเข้าไปตามคลอง ส่วนการยกไม้ขึ้นฝั่ง ตั้งใจว่า พรุ่งนี้เริ่มสร้างเขื่อนวันแรก จะมีคนมาช่วยเยอะไว้ค่อยช่วยกันยกพรุ่งนี้แล้วกัน ห้าโมงเย็นถึงเวลาเลิกงาน พวกเราพาร่างกายที่เหนื่อยล้า เดินกลับมารอปอมปองที่ชายหาด

กลับมาถึงค่ายก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน น้องอุ้มบอกช่วงบ่ายก็ดีขึ้นนิดหน่อยเลยออกมานั่งข้างนอก โรดาก็ให้ช่วยกวาด เรือน Big Common คนป่วยอยู่นะ ถึงแม้จะกลับกันมาเร็วแต่ก็ต้องรออาหารเย็นตอน ๑ ทุ่มครึ่ง วันนี้มีอาสาสมัครจากเยอรมัน ชื่อเลาร่า และช่างภาพ อีก ๒ คน มาที่ค่าย ประมาณ ๒ ทุ่ม ทีมกางป้ายในป่าก็กลับกันมา สกปรกกันมาก แต่ไม่มีใครยอมไปอาบน้ำก่อนกินข้าวแม้แต่คนเดียว (คงกลัวอาหารหมด ในเมื่อผู้จัดการค่ายไม่เรียกประชุมซะที (แบบว่าไม่เห็นใจคนที่ทำงานเหนื่อยวันนี้ และพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้ากันเลย) เพตเตอรี่ พระเอกขี่ม้าขาวของเรา ก็เรียกประชุมซะเอง จนวันต่อ ๆมา พวกอาสาสมัครอินโด จะชอบพูดว่า Briefing Briefing (เมื่อเพตเตอรี่เดินมา ) เป็นเรื่องตลกกันไป คืนนี้กว่าจะสรุปกิจกรรมประจำวันก็เกือบ ๓ ทุ่ม มีแนะนำสมาชิกใหม่ และก็สรุปกิจกรรมของวันนี้ ทั้งการรณรงค์ จากบุสตาร์ กางป้าย จากร๊อปและยูดี้ และ งานสร้างเขื่อนจาก เพตเตอรี่ ซึ่งแจ้งว่าพรุ่งนี้เราจะเริ่มสร้างเขื่อนกัน ให้ทุกคน เตรียมตัว เตรียมน้ำดื่ม อุปกรณ์ทั้งหมดที่จะต้องใช้ คนที่จะไปสร้างเขื่อนให้แจ้งชื่อที่โรดา ๔ ทุ่มครึ่ง ถึงเวลาปิดไฟ คนที่ยังไม่ง่วงก็ไปนั่งเล่นกีต้าร์ ร้องเพลงกันต่อที่ท่าน้ำ ส่วนฉันปวดแขนและไหล่ข้างที่ใช้ลากไม้มาก ต้องกินยาคลายกล้ามเนื้อ ตั้งใจว่ากลับไปเมืองไทยเมื่อไหร่ จะไปนวดไทยให้หายคิดถึง วันนี้หลังจากเข้านอน ก็หลับไปอย่างรวดเร็ว

นอนซะ พรุ่งนี้ยังมีงานหนักรออยู่
นุ่น

mercredi 25 novembre 2009

ภาวะโลกร้อนเริ่มต้นที่นี่ นักกิจกรรมไม่ยอมแพ้แม้ความมืดเข้าปกคลุม



ขณะคุณกำลังอ่านบล็อกนี้ มีคน 4 คน อยู่ในใจกลางป่าฝนอินโดนีเซีย พวกเขายอมทำทุำกอย่างเพื่อแสดงให้โลกเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเริ่มต้นที่ใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนี้

>> อ่านข่าวอัพเดทแบบเรียล-ไทม์ ที่นี่

นักกิจกรรม 4 คน จากฟิลิปปินส์ เยอรมนี อินโดนีเซีย และฮอลแลนด์ กำลังขัดขวางการทำงานของรถเครนในโรงงานเยื่อกระดาษและกระดาษของ APP ซึ่งเป็นอาชญากรสภาพภูมิอากาศ แม้จะถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามนำตัวลงมานับครั้งไม่ถ้วน ในขณะที่เรือของบริษัทในแม่น้ำใกล้ๆ ทำให้น้ำกระเพื่อมเพื่อยับยั้งไม่ให้ช่างภาพบันทึกภาพการปฏิบัติการ

อย่างไรก็ตามแม้ต้องทนกับภัยคุกคาม ความเหนื่อยอ่อน ความร้อน และกลิ่นสารเคมีเหม็นหืน มามากกว่า 9 ชั่วโมง แต่นักกิจกรรมของเรายังปักหลัก และสร้างความมั่นใจว่าความสนใจของโลกจะมาอยู่ที่ทิศทางนี้

และสิ่งที่โลกได้เป็นประจักษ์พยานนั้นน่าตกตะลึง พื้นที่ป่าที่เคยไร้การคุกคามของมนุษย์อันกว้างขวาง ในปัจจุบันถูกทำลายจนหมดสิ้น เพื่อใช้ปลูกปาล์มน้ำมัน หรือต้นอาคาเซีย ผืนป่าพรุที่อุดมสมบูรณ์เมื่อถูกเผาจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจก มากพอที่จะเป็นภัยคุกคามอย่างแท้จริงต่อสภาพภูมิอากาศของโลก

หนึ่งในนักกิจกรรมยังคงอยู่บนรถเครน โจเอลจากฟิลิปปินส์ต้องการบอกว่า "ผมอยู่บนเครนนี้ และจะคงอยู่ต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะผมต้องการช่วยจริงๆ โรงงานขนาดมหึมากำลังทำลายป่าฝนของอินโดนีเซีย และเป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผมคิดว่าเราควรทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลกระทบต่อเราทุกคน เราเพิ่งประสบกับไต้ฝุ่น 2 ลูก ที่ดูเหมือนเป็นหายนะมากที่สุด ในฟิลิปปินส์ ผมรู้ว่าผมกำลังทำบางอย่างที่สามารถป้องกันไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นอีก"

โรงงานนี้บดเนื้อไม้เป็นเยื่อกระดาษมากกว่า 2 ล้านตันต่อปี ไม้เหล่านี้มาจากป่าปลูกและป่าธรรมชาติ รวมถึงป่ารอบๆ คาบสมุทรกัมปาร์ที่กำลังถูกคุกคาม แม้เราจะเรียกร้องอย่างไม่สิ้่นสุดให้บริษัทต่างๆ หยุดการทำลายป่าในทันที แต่บริษัทอย่าง APP ก็ยังทำงานสกปรกของพวกเขาต่อไป ทำให้ทุกชีวิตบนโลกอยู่ในความเสี่ยงที่ร้ายแรง

ในขณะที่ความมืดแผ่ปกคลุมโรงงานของ APP เราตระหนักดีว่าอาจมีเพียงนักกิจกรรมเพียง 4 คนที่หยุดรถเครน แต่ยังมีประชาชนหลายล้านคนที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในทุกๆ วัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับที่เกินควบคุม

mardi 24 novembre 2009

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยุติ ณ ที่แห่งนี้ ภาระกิจสร้างฝายเสร็จสิ้น

ไม่กี่วันที่แล้ว แอสติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านป่าไม้ชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้บรรยายความประทับใจแรกเมื่อเธอมาถึงค่าย ตั้งแต่มาถึง เธอวุ่นอยู่กับการช่วยชุมชนท้องถิ้นสร้างฝาย ที่จะช่วยพิทักษ์ป่าพรุอันมีค่า และช่วยกอบกู้สภาพภูมิอากาศ

คลิกที่นี่เพื่อร่วมลงมือปฏิบัติการ

เรื่องราวล่าสุดจากแอสติ:

สถานที่สร้างฝ่ายใกล้กับค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศอาจไม่เคยมีผู้ปฏิบัติงานมากเช่นนี้มาก่อน ดังที่เกิดขึ้่นในวันสุดท้ายที่พวกเราสร้างฝายได้สำเร็จ แม้แต่ลูกเสือชาวอินโดนีเซียประมาณ 10 คนก็มีส่วนร่วมกับงานนี้ โดยปักธงไว้ทั่วสถานที่ ฉันหวังจริงๆ ว่า ลูกเสือชาวอินโดนีเซียจะได้รับการขนานนามว่า "ผู้กอบกู้ป่า" ในเร็ววัน ไปทั่วทั้งประเทศ

กระสอบทรายหนักอึ้งจำนวนหนึ่งที่ถูกเติมทราย และแบกไปยังสถานที่สร้างฝายนั้น มีจำนวนเกือบนับไม่ถ้วน ฉันหวังว่าผู้คนจำนวนไม่มากนักที่ช่วยแบกกระสอบทรายจะไม่มีอาการหนักอึ้งหลงเหลืออยู่ในขณะนี้

ฝายได้ทำให้เกิดสระน้ำจริงๆ ที่คุณสามารถลงไปว่ายน้ำได้ เราเรียกมันว่า 'ทะเลสาบวิสกี้' ทะเลสาบวิสกี้มีน้ำจากดินพรุสีน้ำตาล- แดง หากคุณลองลิ้มรสน้ำนี้ คุณอาจจะเปลี่ยนชื่อไปเรียกว่า 'ทะเลสาบมะนาว' แทน เพราะมันมีความเป็นกรดสูงเหลือเชื่อ หากคุณได้ลองชิม คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมคลองเหล่านี้ที่สร้างขึ้นเพื่อดึงน้ำออกจาป่าพรุจึงมีผลกระทบด้านลบต่อความสมดุลของน้ำ และประชากรปลา

The completed dam


การดึงน้ำออกจากป่าพรุไม่เพียงสร้างหายนะให้แก่ดินพรุ แต่ยังทำให้ระดับน้ำบาดาลลดลง และสามารถลดประชากรปลาและกุ้งจำนวนมหาศาล เพราะความเป็นกรดได้เพิ่มขึ้นในน้ำ (อ่านบล็อกของอาชิช และ โครินนา เพิ่มเติม)

ฉันแน่ใจว่าผู้ที่มีส่วนร่วมตั้งแต่แรกเริ่มจะประหลาดใจว่าฝายนี้ช่างเติบโตเป็นฝายที่สมบูรณ์ได้อย่างอย่างรวดเร็วมาก อารีฟ ซึ่งเป็นผู้นำการสร้างฝาย และทุกคนที่ช่วยออกแรงกายในหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาภูมิใจได้เลยกับผลลัพธ์นี้ เราเฉลิมฉลองการสร้างฝายเสร็จสิ้น ด้วยการเปลี่ยนทะเลสาบวิสกี้ให้กลายเป็นสวนน้ำแสนสนุก ด้วยการแข่งขันกระโดดน้ำนัดพิเศษของเจ้าหน้าที่สร้างฝาย

"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสิ้นสุดลง ณ ที่แห่งนี้" นี่เป็นคำขวัญบนป้ายผ้่าและที่อยู่ในใจเรา เรากำลังออกจากสถานที่สร้างฝาย และเริ่มคิดแล้วว่าจะไปที่ไหนต่อ เพราะมีคลองที่สร้างเพื่อดึงน้ำออกจาป่าพรุมากมายนักที่รอการสร้างฝายอยู่ ;-)

แอสติ

dimanche 22 novembre 2009

พร้อมรับมือกับเหล่าจระเข้

ในตอนบ่ายวันนี้ที่ค่ายมีความอึกทึก เพราะมีผู้มาเยี่ยมเยือนค่ายอย่างน้อย 400 คน มีเด็กๆ มากมายที่หัวร่อและร้องเพลง การเปิดค่ายเกิดขึ้นอีกครั้ง คริสนา มุกติ นักร้องและนักแสดงที่มีชื่อเสียงของอินโดนีเซียเป็นหนึ่งในสิ่งดึงดูดใจ เด็กๆ จากหมู่บ้านเตลุก เมอรันติกำลังร่วมการแข่งขัน Bantun ซึ่งเป็นประเพณีของชนเผ่ามาลัยอันน่ารักมาก ของการร้อยเรียงชีวิตประจำวันเป็นกลอน ฉันรู้ว่าพลาดหลายอย่างเพราะไม่เข้าใจ บทกลอนของ Buntun ทุกบทในปัจจุับันนั้นเกี่ยวกับป่า กิจกรรมสร้างความตระหนักในค่ายของกรีนพีซในวันนี้น่าทึ่งและสร้างแรงบันดาลใจ





ในที่สุดฉันก็มาึถึงค่ายเมื่อวานในตอนเย็น และหลังจากที่เกือบจะหม่นหมองในห้องของโรงแรม ฉันก็รู้สึกมีพลังในทันที่ที่ก้าวเข้าสู่ค่าย พวกเรา (เจ้าหน้าที่รณรงค์ชาวสวิตเซอร์แลนด์และอินเดีย พร้อมด้วยผู้ร่วมงานชาวอินโดนีเซีย) จัดการเดินทางขาสุดท้ายในความมืด เพราะเราต้องการไปถึงค่ายก่อนถูกกักตัวและส่งตัวออกนอกประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับเพื่อนๆ ของเราจากอิตาลี อินเดีย และ เบลเยี่ยม เมื่อวันจันทร์

เมื่อเรามาถึง เราได้รับการต้อนรับโดยผู้คน ประชาชนในท้องถิ่น และ อาสาสมัครกรีนพีซ จำนวน 50-60 คน พร้อมด้วยเสียงกีตาร์ 2 ตัว และบรรยากาศที่สงบสุขและสร้างแรงบันดาลใจ

มีคนบอกฉันว่าจระเข้ (ตำรวจ รัฐบาล และ บริษัท) มีแนวโน้มที่จะไม่ปรากฏตัวในสุดสัปดาห์ ดังนั้นเราจึงใช้เวลาเกือบทั้งวันในการทำกิจกรรม และไปเยี่ยมฝายที่กำลังถูกสร้าง ซึ่งอาจเสร็จพรุ่งนี้ และเรายังได้แสดงป้ายผ้าที่มีข้อความถึงผู้นำประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อตอกย้ำให้พวกเขามีส่วนรับผิดชอบการปกป้องป่าและสภาพภูมิอากาศ


แอสติรณรงค์ในเมืองซูริค


ค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อนให้ความชัดเจนแก่ฉันว่า สถานที่เช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยสร้างพลังและแรงบันดาลใจ ด้วยการได้มีส่วนร่วมในการปกป้องผืนป่าของเรา สภาพภูมิอากาศของเรา อนาคตของเรา ค่ายเช่นนี้ต้องเกิดขึ้นทุกหนแห่ง คุณก็สามารถสร้างค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อนเล็กๆ ของคุณที่ใดก็ได้

ฉันได้ร่วมกิจกรรมกับค่ายแลัว และพร้อมเผชิญกับเหล่าจระเข้แล้ว ;-)

แอสติ

ชุมชนเป็นผู้นำ ขณะนักกิจกรรมกลับสู่ค่าย

จากอาชิช เจ้าหน้าที่รณรงค์จากอินเดีย ที่มาถึงค่ายในที่สุด:

เรามาถึงค่ายเมื่อกลางดึกวันศุกร์ ป้ายผ้าสีเหลืองของกรีนพีซเด่นออกมากในเวลากลางคืน ในขณะที่เรือของเรากำลังแล่นข้ามแม่น้ำจาก Teluk Banjai ฉันมาถึงกรุงจาการ์ตาเมื่อ 1 สัปดาห์ที่แล้ว และเริ่มสงสัยว่าจะได้เห็นค่ายหรือไม่หลังจากตำรวจระรานและขับไล่นักกิจกรรมออกนอกประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ฉันก็มาถึงที่นี่ในที่สุด ไม่มีเวลาทำอะไรมากนักนอกจากแนะนำตัว 1 รอบ ทานอาหารเย็น และ เข้านอน



ตัวค่าย

อย่างไรด็ตาม ในเช้าวันนี้ ฉันสำรวจดูค่ายเป็นครั้งแรก แรกสุดพวกเขามุ่งหน้าไปยังฝายที่สร้างขวางคลองหนึ่ง ที่ใช้ดึงน้ำออกจากป่าพรุ การสร้างฝายเริ่มขึ้นประมาณ 3 สัปดาห์ที่แล้ว และเกือบเสร็จแล้ว คลองเหล่านี้ถูกขุดข้นเพื่อดึงน้ำไปสู่แม่น้ำ ทำให้ป่าพรุเหือดแห้งมากพอสำหรับการปลูกต้นไม้เพื่อการค้า การสร้างฝายขวางคลองเท่ากับเป็นการย้อนกลับกระบวนการดึงน้ำ และฟื้นคืนสุขภาวะให้กับป่าพรุ นอกเหนือจากการป้องกันการปล่อยก๊าซคา์ร์บอนไดออกไซต์มากขึ้นไปอีก

สิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับความพยายามนี้ก็คือ ชาวท้องถิ่นจากหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ ใกล้ๆ ค่ายเป็นผู้นำ ในขณะที่กรีนพีซคอยสนับสนุน บุสตาร์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านป่าไม้กล่าวว่า นี่เป็นเพราะพวกเขาเชื่อมั่นในประโยชน์ต่างๆ ที่ได้ นอกจากต้องพึ่งพาป่าผืนนี้ น้ำจากป่าพรุเป็นกรดสูง และน้ำจากป่าพรุที่เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันและไหลไปยังแม่น้ำส่งผลกระทบต่อผลผลิตปลาและกุ้ง

หลังจากนั้นเรามุ่งหน้าไปยังเขตอนุัรักษ์เครูมูตัน ซึ่งใกล้ต้นน้ำของเตลุก เมอรันติยิ่งขึ้นไปอีก พื้นที่ 1,000 ตารางกิโลเมตรแห่งนี้ได้รับการปกป้อง และทำให้เราเห็นว่าป่าพรุควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรเมื่อเราปล่อยไว้ตามธรรมชาติ น้ำจากป่าพรุที่สงบนิ่งแต่มืดหม่นสะท้อนให้เห็นใบไม้และกิ่งไม้เหนือผืนน้ำ และที่ดักจับปลาจำนวนมากตามทางน้ำแสดงให้เห็นว่าผืนน้ำเหล่านี้เป็นแหล่งทรัพยากรสำคัญสำหรับดำรงชีพของชุมชน

พรุ่งนี้ฉันจะมุ่งหน้ากลับไปยังฝาย โดยในครั้งนี้จะไปช่วยสร้างฝาย จนถึงขณะนี้ เรายังไม่ถูกระรานโดยตำรวจ พวกเขาอาจจะหยุดสุดสัปดาห์ก็ได้ และแม้ในขณะที่ที่ฉันเขียนบล็อกนี้ เพื่อนๆ กลายคนของเราจากหมู่บ้านเตลุก เมอรันติได้มาถึงค่ายเพื่อเยี่ยมพวกเรา แ้ล้วพบกันฉบับหน้า

>> อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน

>> สนับสนุนค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน โดยส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซียทันที ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นในการส่งจดหมายผ่านเว็บไซต์ของเรา

อาชิช 

ป่าฝนเป็น 'ซุปเปอร์มาเก็ต' ที่จำเป็นและยั่งยืน สำหรับชุมชนท้องถิ่น

หลังจากหลายสัปดาห์ฺที่เธออธิบายว่าสะเทือนอารมณ์และเข้มข้น ณ ค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน บนเกาะสุมาตรา ในที่สุด โครินนา โฮลเซล ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านป่าไม้จากเยอรมนี ได้เดินทางออกจากอินโดนีเซียแล้ว โครินนาตั้งใจที่จะอยู่ที่ค่ายอีกนานมาก แต่หลังจากที่เราประสบความสำเร็จในการปฏิบัติการต่อต้าน APRIL ซึ่งเป็นอาชญากรสภาพภูมิอากาศ สภาพการณ์ได้เปลี่ยนไป และมีการออกข้อบังคับที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับชาวต่างชาติที่เดินทางภายในจังหวัดรีอาล

ก่อนเดินทางกลับ โครินนา ได้บรรยายประสบการณ์การทำงานกับชุมชนในท้องถิ่น เพื่อพิทักษ์ระบบนิเวศป่าฝนที่สำคัญยิ่งแห่งนี้ ดังนี้

ฉันเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่ิอย่างน้อยมีโอกาสอยู่ที่ค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศระยะหนึ่ง แต่เพื่อนร่วมงานของฉันบางคน ที่มาถึงค่ายช้ากว่าฉัน ไม่มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ที่สำคัญนี้

ในขณะนี้ชาวต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ และค่าย และในขณะที่ผู้ร่วมงานชาวอินโดนีเซียของเรากำลังถูกสอบปากคำโดยตำรวจ ฉันกังวลว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประชาชนจากชุมชนท้องถิ่นที่ได้สนับสนุนงานของเรา และหยุดยั้งพวกเราไม่ให้ถูกขับไล่ออกจากค่าย





ในอินโดนีเซีย ตำรวจและบริษัทต่างๆ เช่น APRIL และ ซีนาร์ มาส เกี่ยวโยงกันอย่างมาก และพวกเขาทำงานร่วมกันโดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ กำจัดกรีนพีซออกจากคาบสมุทรกัมปาร์ หลังจากที่ฉันถูกกักตัวและสอบปากคำโดยตำรวจ ตำรวจบอกฉันว่าฉันไม่ได้รับอนุญาตให้กลับสู่ค่าย ฉันถามว่าทำไม และคำตอบที่ได้นั้นแปลก เขาบอกว่าก่อนที่กรีนพีซสร้างค่ายขึ้นมาบนคาบสมุทรกัมปาร์ ประชาชนล้วนมีความสุขและสงบสุข ตั้งแต่กรีนพีซมาอยู่ที่นี่ คาบสมุทรกัมปาร์ถูกแบ่งแยกออกเป็นฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายต่อต้านกรีนพีซ และพวกเขาต่อสู้กัน สำหรับเขาทางออกเดียวคือไล่กรีนพีซออกไป

ฉันบอกเขาว่าฉันได้พบว่าประชาชนที่นั่นตระหนักเป็นอย่างดีและมั่นใจในตัวเอง พวกเขารู้แน่ชัดว่าป่ามีความหมายอย่างไรต่อพวกเขา และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อบริษัทใหญ่ๆ ยึดที่ดินไปจากพวกเขา และเปลี่ยนเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้

แทนที่จะไล่กรีนพีซ พวกเขาควรเคารพความปรารถนาของชุมชนในท้องถิ่น




แม้ว่าจำเป็นเวลาสั้นๆ แต่ฉันจะจดจำช่วงเวลาในค่ายไว้เสมอ ฉันได้ทำงานร่วมกับประชาชนในท้องถิ่นและนักกิจกรรมจากทั่วโลก เพื่อบรรลุเป้าหมายเดียวกัน คือ ปกป้องป่า และสภาพภูมิอากาศ

การสร้างค่ายเป็นงานที่หนัก ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกระสอบทรายในอินโดนีเซียต้องมีน้ำหนักประมาณ 40 กิโลกรัีม ยิ่งไปกว่านั้นอุณหภูมิก็สูงด้วย แต่ทุกนาทีนั้นคุ้มค่า บรรยากาศในค่ายนั้นยอดเยี่ยม และคำอำลาแบบปัจจุบันทันด่วนของฉัน ที่เกิดขึ้นเพราะตำรวจขับไล่นั้น ซาบซึ้งมาก ในขณะนี้ฉันดีใจที่ได้รู้ว่าคนในท้องถิ่นกำลังเดินหน้าสร้างฝายกั้นน้ำต่อไป


Corinna at the camp


ประชาชนท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้ที่ดินของพวกเขาแก่บริษัทใหญ่ๆ อย่างเช่น APRIL พวกเขารู้ว่านั่นเป็นการมองการณ์ใกล้ เพราะแม้พวกเขาจะได้เงินจากการขายที่ดิน แต่ก็ยังไม่พอ ฉันพูดคุยกับผู้คนที่ดำรงชีพด้วยการตกปลา เกษตรกรรมขนาดเล็ก และ การใช้ประโยชน์จากป่า และพบว่าในป่าพรุที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ พวกเขาพบยา ผลไม้ ถั่ว เห็ด และ วัสดุก่อสร้าง พวกเขาสามารถปลูกข้าวในป่า ส่วนในไร่ใกล้หมู่บ้าน พวกเขาปลูกข้าวโพดและปาล์มน้ำมันเพื่ิอนำไปใช้เอง และเพื่อขายที่ตลาดในท้องถิ่น ขณะเดินไปตามหมู่บ้าน คุณจะเห็นวัวควาย ไก่ และ แพะ พวกเขากล่าวว่าป่าผืนนี้เป็น 'ซุปเปอร์มาเก็ต' ของพวกเขา ความแตกต่างอย่างเดียวก็คือพวกเขาไม่ต้องเสียเงินจับจ่าย

อาซเวีย ซึ่งเป็นชาวนาในท้องถิ่น บอกฉันว่าเขามีรายได้เพียงพอสำหรับรายจ่ายทั้งหมด สิ่งนี้จะเปลี่ยนไปอย่างน่าตกใจหากป่าผืนนี้ถูกยึดโดย APRIL หรือ ซีนาร์ มาส ที่จะถางและทำให้ดินเหือดแห้ง ซุปเปอร์มาเก็ตฟรีแห่งนี้จะล้มละลาย และคลังปลาจะลดลงมหาศาล แล้วเขาก็จะต้องมีเงินมากขึ้นเพื่อเลี้ยงครอบครัว เงินนั้นจะมาจากไหนล่ะ ฉันถามเขาว่าเขาจะสามารถทำงานในป่าปลูกได้หรือไม่ แต่เขาปฏิเสธเพราะนั่นจะทำให้เขาต้องพึ่งพาบริษัทใหญ่ๆ และเขาจะมีรายได้น้อยลง และเพราะเขาต้องการให้ลูกและหลานของเขาเติบโตขึ้นกับป่า นั่นเป็นเหตุผลที่้เขาต่อสู้เพื่อการปกป้องป่า และต่อสู้ 'บริษัทนั้น' (นี่เป็นคำที่ประชาชนท้องถิ่นเรียก APRIL) และต่อสู้กับรัฐบาลที่ได้ให้สัมปทานพื้นที่ป่าของชุมชนขนาด 240 ตารางกิโลเมตร แก่ APRIL

เขายังได้ลงชื่อในจดหมายที่ชุมชนแห่งนี้ส่งไปให้รัฐบาลเดือนพฤษภาคม 2552 แต่พวกเขาไม่เคยได้รับคำตอบ

ฉันประทับใจมากกับความแน่วแน่ของอาซเวีย เขาตระหนักว่าป่าของเขาไม่เพียงสำคัญต่อตัวเขาและชุมชนของเขา แต่เขารู้ว่าป่าสำคัญต่อทั้งโลกด้วย เขามีความหวังอย่างยิ่งในการประชุมสุดยอด ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในกรุงโคเปนเฮเกน และมีความหวังชุมชนนานาชาติจะเห็นชองมาตรการที่จะปกป้องป่าของเขา เขาต้องการไปโคเปนเฮเกนเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของเขาให้โลกรับรู้ เขาบอกว่าเขาจะทำหลายๆ สิ่งเพื่อปกป้องป่าของเขา แต่เขาจะไม่มีวันจากป่าแห่งนี้ เขาจะไม่มีวันจากหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ และย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่จะ "ต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย"

>> อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ

>> สนับสนุนค่ายผู้พิทักษ์ป่าเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน โดยส่งจดหมายถึงประธานาธิบดีอินโดนีเซียทันที ใช้เวลาไม่กี่วินาทีเท่านั้นในการส่งจดหมายผ่านเว็บไซต์ของเรา

jeudi 19 novembre 2009

ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหน



เมื่อทั้งตัวคุณและนักข่าวที่เดินทางร่วมกับคุณถูกจับ และถูกส่งตัวออกนอกประเทศ นั่นเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังทำสิ่งที่ถูก อย่างน้อยนั่นก็เป็นความจริงหากคุณทำงานให้กับองค์กรที่ลงมือปฏิบัติการสันติวิธีเพื่อต่อสู้กับความอยุติธรรม

ในท่ามกลางการถูกกักตัวและการถูกส่งตัวออกนอกประเทศ ความตึงเครียดและน้ำตา ในอินโดนีเซีย ยังมีข่าวดีเกิดขึ้น! นั่นคือ รัฐบาลอินโดนีเซียได้ระงับใบอนุญาตประกอบการของ APRIL ซึ่งเป็นบริษัทผลิตกระดาษและเยื่อกระดาษ บนคาบสมุทรกัมปาร์ นี่หมายถึง APRIL ถููกห้ามไม่ให้ทำลายป่าและป่าพรุที่อุดมไปด้วยก๊าซคาร์บอนในพื้นที่แห่งนี้ ในขณะที่ใบอนุญาตของบริษัทอยู่ในระหว่างการพิจารณาทบทวน

นักกิจกรรมของเราได้ปฏิบัติการเพื่อหยุดการทำลายป่าและป่าพรุบนคาบสมุทรกัมปาร์ และเน้นย้ำบทบาทอันยิ่งใหญ่ที่การทำลายป่าและป่าพรุที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่เหลืออีกเพียง 17 วันก่อนการประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน เห็นได้ชัดเจนว่าเหล่านักกิจกรรมได้สร้างความระคายเคืองให้กับผู้เกี่ยวข้องจำนวนเล็กน้อยในอินโดนีเซีย แต่พวกเขาได้ยกระดับความสนใจของนานาชาติเกี่ยวกับประเด็นการทำลายป่าขึ้นอย่างมากนัก

ในขณะที่เ้จ้าหน้าที่กำลังเคลื่อนย้ายนักกิจกรรมของเราออกจากค่าย เราขอเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเคลื่อนย้ายผู้กระทำผิดที่แท้จริง และแสดงความเป็นผู้นำในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนการประชุม ณ โคเปนเฮเกน โดยหยุดการทำลายป่าที่เกิดขึ้นต่อเนื่องโดยบริษัทใหญ่ทั้งหลาย

ในขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าผู้คนจากนอกประเทศอินโดนีเซียและสื่อมวลชนจะได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมค่ายหรือไม่ ไม่ว่าจะในฐานะแขกที่ถูกต้องตามกฎหมายของประเทศต่างๆ หรือในฐานะนักข่าว นอกจากนี้ แน่นอนว่ามีโอกา่สที่เจ้าหน้าที่รัฐจะพยายามปิดค่ายอีกครั้ง เราไม่สามารถยอมให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียต้องหยุดขมขู่นักกิจกรรมที่ปฏิบัติการอย่างสันติ ผู้ซึ่งกำลังช่วยประธานาธิบดียุดโฮโยโนให้เติมเต็มพันธะที่เขาได้สร้างขึ้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคา์์ร์บอนไดออกไซต์ปริมาณมหาศาลของอินโดนีเซีย

เมื่อตำรวจพยายามปิดค่ายครั้งล่าสุด พวกเขาถูกยุติการกระทำนั้นโดยประชาชนในท้องถิ่นจำนวนมากล้น ที่ก้าวออกมาสนับสนุนค่ายของเรา อีกครั้งที่ชุมชนท้องถิ่นได้กลับมายังค่ายเพื่อส่งแรงสนับสนุน แม้ว่าตำรวจยังสอดส่องดูแลค่ายเหมือนเมฆดำที่ลอยปกคลุม เราไม่มีทางแน่ใจได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป...

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นข้อความแสดงข่าวดีอีกข่าวจากเคียร่า ซึ่งเป็นนักกิจกรรมชาวอิตาลีจากเกาะซิสิลี่ ที่ได้เขียนข้อความต่อไปนี้ขณะที่กำลังจะถูกส่งตัวออกนอกประเทศจากอินโดนีเซียในวันนี้ เธอถูกกักตัวโดยตำรวจก่อนที่จะเดินทางมาถึงค่ายเสียด้วยซ้ำ !

สวัสดี นักต่อสู้เพื่อป่า!

คุณอาจจะรู้แล้วว่าฉันเป็น "ชาวอิตาเลียนที่อันตรายที่สุดคนหนึ่งในอินโดนีเซีย" และฉันกำลังจะออกนอกประเทศภายในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าเพื่อกลับสู่อิตาลี จนถึงขณะนี้ฉันแน่ใจว่าหลายคนคงรับรู้ดีแล้วว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างกับนักกิจกรรมของเรา ณ ค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ

ทอม โครินนา และนักข่าว 2 คน ที่เดินทางร่วมกับเราไปยังค่าย ได้รับคำสั่งการส่งตัวออกนอกประเทศเมื่อ 2 วันที่แล้ว และเมื่อวานเรากลับสู่กรุงจาการ์ตา ที่ซึ่งคนจากสถานทูตอิตาลีไปรับไรมอนโด (นักข่าว) และตัวฉัน เพื่อนำตัวกลับประเทศ ภายใต้อำนาจของสถานทูต

ทอมและตัวฉันได้ร่วมงานแถลงข่าว ซึ่งจัดโดยกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้เราเล่าเรื่องราวของเราออกสู่สื่อมวลชนต่างประเทศและท้องถิ่น

ตั้งแต่ขณะที่เราถูกตำรวจสั่งให้หยุด ณ ไม่กี่กิโลเมตรจากค่าย สำนักงานกรีนพีซในอิตาลีก็เริ่มส่งข่าวประชาสัมพันธ์และโทรสารพวกเขายังได้โทรศัพท์ไปยังกระทรวงการต่างประเทศในอินโดนีเซียด้วย พวกเขาปฏิบัติงานได้ยอดเยี่ยม และสิ่งที่พวกเขาทำบังเกิดผลอันแข็งแกร่งในสื่อมวลชน โดยสร้างความสั่นสะเทือนไปยังทุกระดับของวงการการเมืองในอิตาลี

ฉันให้สัมภาษณ์ต่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ และนิตยสารในประเทศ หลายสิบแห่ง และเมื่อวานนี้ หนังสือพิมพ์เอสเพรสโซตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ไรมอนโด พร้อมลงชุดภาพที่สวยงาม

และผลตอบรับนั้นเหลือเชื่อ ! รัฐบาลอิตาลีได้ประกาศจุดยืนอันแข็งแกร่งในด้านการปกป้องป่า เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ เป็นครั้งแรก !

นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เรียกร้องคำอธิบายจากทูตอิตาลีในอินโดนีเซีย ในขณะที่รองประธานาธิบดีอินโดนีเซียและผู้แทนของเขากำลังเดินทางมาเยือนกรุงโรมในโอกาสเชื่อมสัมพันธ์ทางการทูต

อีกไม่กี่ชั่วโมงฉันจะได้รับการคุ้มกันโดยท่านทูตไปยังสนามบินเพื่อไปรับหนังสือเดินทาง จากนั้นฉันจะถูกส่งตัวกลับอิตาลี ฉันต้องการส่งอ้อมกอดอันอบอุ่นที่สุดไปยังผู้คนที่ค่ายที่ฉันไำม่มีโอกาสร่วมปฏิบัติการด้วย ฉันภูมิใจมากกับสิ่งที่พวกคุณทำ และจะทำต่อไป

โปรดติดตามต่อไป อีกนานนักกว่าการพิทักษ์ป่าของเราจะจบสิ้่น และเราต้องการแรงสนับสนุนจากท่าน!

baci e abbracci a tutti (ขอส่งรอยจูบและอ้อมกอดถึงทุกคน)

เคียร่า

>> อ่านบล็อกทุกฉบับจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ

อีกวันที่สวยงามและยาวนาน กับการปกป้องป่า กู้วิกฤตโลกร้อน

๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
Climate Defenders Camp
Teluk Meranti
จังหวัด Riau อินโดนีเซีย

วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี ๕ ครึ่ง เมื่อคืนอากาศดี นอนดูดาวจนหลับไปเลย มีคนมาส่องไฟดูเป็นระยะๆ รู้สึกเหมือนอยู่ใน Night Safari แต่ก็หลับได้ ไม่มีปัญหา เสียงปลุกเช้านี้เป็นเสียงเรียกให้ไปดูจระเข้ ตัวยาวประมาณ ๒ เมตร (ระยะนี้ไม่แน่ใจ เพราะมันไกลมาก) คิดในใจเมื่อวานลงเล่นน้ำ เดบี้เตือนว่าในแม่น้ำมีจระเข้ ก็ไม่เชื่อเค้า เกือบไปแล้วมั้ยเราว่ายน้ำก็ไม่เป็น วันนี้ร๊อปตื่นสาย มาถึงท่าน้ำจระเข้ตัวใหญ่ ก็ว่ายลับสายตาไปแล้ว เลยถามยูดี้ว่า แน่ใจเหรอว่าไม่ใช่ปลาโลมา ยูดี้ตอบ “ ผมว่าผมรู้นะว่าจระเข้กับโลมาว่ายน้ำยังไง” เรื่องนี้เรียกเสียงหัวเราะของทุกคนได้แต่เช้าอาหารเช้าวันนี้เป็นข้าวผัด กับไข่เจียวอีกแล้ว ถึงจะเบื่อแต่ก็ต้องกิน

หลังอาหารเช้า พวกเราสมาชิกทีมสร้างเขื่อน ต้องกลับมาเศร้ากันอีกครั้ง เพราะวันนี้นิโคลัส อาสาสมัครหนุ่มจากเบลเยียม ผู้มีบุคลิกอันโดดเด่น และเป็นที่รักของทุกคน ต้องเดินทางกลับ ที่น่าประทับใจมากคือวันนี้นิโคลใส่ชุดที่ไปทำเขื่อน ซึ่งสกปรกมากเป็นชุดเดินทาง ทุกคนพร้อมใจกันมาส่งนิคโดยไม่ต้องร้องขอ ผู้ร่วมเดินทางของนิโคลัสอีก ๒ คน คือ แอนดี้ เจ้าหน้าที่รณรงค์ด้านมหาสมุทรและป่าไม้จากอังกฤษ ส่วนอีกคนจำชื่อเค้าไม่ได้จริงๆ

วันนี้ลอร่าตื่นสายมาก จนโดนประณามว่าเป็นผู้หญิงขี้เกียจ ซึ่งก็ยอมรับด้วยความยินดี เมื่ออยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา และยังมีเวลาอีกประมาณ ๑ ชั่วโมงก่อนไปเขื่อน เราเลยเริ่มทำความสะอาดห้องนอนครั้งใหญ่ ปํญหาคือค่ายเราสร้างด้วยไม้สด และมีฝนตกเป็นระยะ ทำให้ไม้ขึ้นรา ทุกคนไม่สบาย ไอ นอนไม่หลับและหายใจไม่ออก แต่ก็ไม่มีใครคิดจะออกมานอนข้างนอก ยกเว้นอุ้มกับนุ่น แบบว่าใครทนได้ก็ทนกันไป

หลังจากดูตารางงานวันนี้ มีชื่อนิโคลัส (ซึ่งกลับไปแล้ว) อยู่ยามคืนนี้ด้วย เลยขออยู่ยามแทน ตอนตี ๔ ถึง ๖ โมงเช้า กับดีดี้ ไม่เข้าใจระบบการจัดการของผู้จัดการค่ายหมือนกัน หลังทีมเขื่อนออกเดินทาง ที่ค่ายก็เริ่มกิจกรรม โตจัทกับทีมอีก ๒ คน เอาชุดส้มที่เพิ่งซื้อออกมาสกรีน คิดว่ากว่าจะเสร็จคงเที่ยงเพราะโดนป่วนเป็นระยะๆ จากคนที่เอาเสื้อ หมวก ชูชีพ และอื่นๆ มาให้สกรีน พอดีวันนี้วันอาทิตย์มีตลาดที่เตลุก เมอรันติ (มีแค่อาทิตย์ละครั้ง) ทางค่ายต้องไปซื้ออาหารสด เลยขอติดไปช๊อปปิ้งด้วย พี่แป๋งกับพี่ท๊อปก็อยากไปแต่ผู้จัดการค่ายบอกว่าไปไม่ได้ ตอนแรกคิดว่าคงไม่อยากให้คนไปเยอะ เพราะต้องไปซื้ออาหาร แต่เอาเข้าจริง มีไปกันตั้ง ๑o คน เป็นฝรั่งที่ขอติดไปเดินเล่นชมเมืองด้วย (ไม่เข้าใจเค้าอีกแล้ว)

ที่ตลาดบรรยากาศคล้ายๆกับตลาดสดบ้านเรา มีของแทบทุกอย่าง ที่คนในหมู่บ้านอยากได้ ทั้งเสื้อผ้า อาหารสด เช่นไก่ ก็เลี้ยงกันในหมูบ้าน ปลา บางส่วนก็จับจากแม่น้ำ ผัก ผลไม้ ส่วนใหญ่จะเก็บมาจากสวน ยาสมุนไพร อุปกรณ์การเกษตรต่างๆ ซึ่งใส่มาในรถเข็นเล็กๆ คล้ายรถเข็นปูน (ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง) พื้นตลาดเป็นโคลน ลื่นมาก ลอร่าเกือบจะล้มไปนับสิบครั้ง สุดท้ายต้องถอดรองเท้าเดิน ที่นี่ไม่มีไฟฟ้า ต้องใช้เครื่องปั่นไฟ ผัก และผลไม้จึงไม่ค่อยสด ตอนเดินในตลาดรู้สึกเหมือนกับเป็นนักท่องเที่ยว บางคนมาขอถ่ายรูป และพูดคุยกับเรา (นุ่น กับลอร่า อาสาสมัครชาวเยอรมัน) ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยไปที่ค่าย แล้วจำเราได้ โชคดีที่ได้เดบี้ เป็นล่ามส่วนตัว สนุกดีได้ลองกินขนมที่นี่หลายอย่าง อร่อยดี

หลังซื้อของเสร็จ เราแวะไปที่บ้านพักของเราในหมู่บ้าน ซึ่งต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยรวมมิตรมะม่วงในน้ำกะทิ แปลกดี ไม่เคยกิน วันนี้ขอแนะนำภาษาบาฮาซ่า คำว่า “Selamat Datang” แปลว่า “ยินดีต้อนรับ”และ “Selamat Jalan” แปลว่า “ลาก่อน” ได้มาจากป้ายหน้าหมู่บ้าน

กลับมาที่ค่ายอาหารเที่ยงวันนี้เป็นไก่ในน้ำแกงไม่แน่ใจว่าชื่ออะไร วันนี้น้ำหมดอีกแล้ว หลังข้าวเที่ยงไม่มีน้ำล้างจาน โจอังบอกว่าประมาณบ่าย ๒ โมง ต้องการคนไปช่วยที่เขื่อน ๑๕ คน ให้ช่วยกันลงชื่อ ประมาณบ่ายโมงโจอังบอกให้รีบแต่งตัวเพราะอาจต้องไปก่อนโบโน่มา นุ่นกับลอร่ารีบเปลี่ยนเสี้อผ้าภายใน ๓ นาที ๕ นาทีต่อมาโจอัง (อีกแล้ว) แจ้งกับเราว่าต้องการคนแค่ ๖ คน เฉพาะผู้ชาย แบบว่าผู้หญิงอย่างเราก็เซ็ง จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้าอีกที ตั้งใจว่าวันนี้จะไม่ยอมไปเขื่อนอีกแล้ว

บ่ายวันนี้ลมแรงมาก ที่ค่ายวุ่นวายกันใหญ่กลัวเต็นท์จะพังอีกรอบ ท่าทางจะมีบิ๊กโบโน่ บ่าย ๓ โมงกว่า ทุกคนพร้อมกันที่ท่าน้ำหน้าค่ายเพื่อรอดูโบโน่ลูกใหญ่ เรือยาง ๒ ลำออกไปซ้อมโต้คลื่น นำทีมโดยกัปตันโยย่น ส่วนอีกลำเป็นกัปตันยานเซ่น ซึ่งโชว์ฝีมือได้ไม่แพ้กัน วันนี้ไม่มีใครอาบน้ำที่แม่น้ำ เพราะกลัวจระเข้ ก่อนอาหารเย็น Hungry Band ก็เริ่มเปิดการแสดงอีกครั้ง (ชื่อวงได้มาจากเครื่องดนตรีหลักทั้งจาน ชาม ช้อน ส้อม ถังน้ำ และกีต้าร์ ประมาณว่าพร้อมกินทันที) อาหารเย็นมีเทมเป้ผัดกับเต้าหู้ แล้วก็ผักลวกราดซอสถั่ว คล้ายๆ กับพระรามลงสรงที่บ้านเรา หลังอาหารเย็นก็สรุปกิจกรรมวันนี้บุสตาแจ้งว่าพรุ่งนี้วันจันทร์ตำรวจคงมาเยี่ยมเราอีกครั้ง ส่วนอุ้มกับพี่ริวก็สบายดี พักผ่อนอยู่ที่โรงแรมที่เปกันบารู น่าจะกลับพรุ่งนี้ ส่วนทีมจีนพรุ่งนี้จะออกเดินทางประมาณตี ๕ ครึ่ง เพื่อไปดูพื้นที่แห่งความโง่เขลา (ตั้งเลียนแบบภาพยนตร์ "ยุคแห่งความโง่เขลา (Age of Stupid) ที่ฉายรอบปฐมทัศน์ทั่วโลกไปเมื่อเดือนกันยายน 52) ส่วนการสร้างเขื่อนก้าวหน้ามากคาดว่าจะเสร็จภายในวันอังคาร พรุ่งนี้ตื่น ๖ โมง ตอนเช้าต้องการคน ๑o คน ส่วนที่เหลือให้ตามไปตอนบ่ายเพื่อช่วยกันขนทราย คืนนี้ลอร่าออกมาผูกเปลนอนข้างนอก (คงเริ่มทนไม่ไหว) คืนนี้ต้องอยู่ยามตอนตี ๔ ถึง ๖ โมง

เป็นอีกวันที่สวยงามและยาวนาน
นุ่น

ส่วนของน้องอุ้ม---

โรงแรม DYAN GRAHA ในตัวเมืองเปกันบารู

ตื่นมาไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว ห้องที่โรงแรมไม่มีนาฬิกาเลย เลยเปิดทีวีดูเผื่อว่าจะมีเวลาบอกแบบทีวีในเมืองไทย แต่ก็ไม่มี พอดีมีรายการทีวีอินโดรายการหนึ่งพูดว่า ซาลามัท ปากี ที่แปลว่าสวัสดีตอนเช้าก็เลยรู้แค่ว่าตอนนี้ยังไม่เที่ยง พอสักพักก็มีนักร้องอินโดออกมาร้องเพลงๆหนึ่ง ที่ตอนอยู่ค่ายได้ยินบ่อยมาก เพราะแม่ครัวที่เป็นแม่ของเรนดี้เปิดฟังให้ลูกของเธอฟังทุกวัน วันละหลายๆรอบทั้งเช้า กลางวัน เย็น ก่อนและหลังอาหาร ก็นะฟังมาตั้งนานเพิ่งจะได้เห็นหน้านักร้องนี่ละ ดูๆไปก็คล้ายนักร้องลูกทุ่งบ้านเราเหมือนกัน มีนักร้องอินโดเอาเพลง ดูม ดูมของทาทา ยังมาร้องคัฟเวอร์ด้วย แปลกดีพิลึก

แล้ววันนี้จะทำอะไรดีล่ะเนี่ย เค้าบอกให้ Take a rest แล้วไอ้แทค อะ เรสนี่เค้าทำอะไรกันบ้างล่ะ จะให้นอนอย่างเดียวเลยหรอ ฉันไม่ได้ป่วยใกล้ตายนะคะ

หลังจากกินโจ๊กที่เอาติดมาจากเมืองไทยแล้วก็หลับอีก พอสักพักก็มีโทรศัพท์มาพูดภาษาอินโดใส่ ฉันไม่เข้าใจ พูดอังกฤษซิคะ เค้าก็เลยบอกว่ามิสเตอร์แมมโบรอคุณอยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่าง ดีใจว่ะ เลยรีบชวนพี่ริวลงไปข้างล่างด้วยกัน

แมมโบมากับดิคกี้ พอเจอหน้ามันก็ขำใหญ่เลย ถามว่าขำอะไร มันก็บอกว่าขำที่ยูป่วยไง ซะงั้นอ่ะ นั่งคุยกันสักพัก ดิคกี้ต้องรีบกลับค่ายแล้ว อิจฉาอ่ะ อยากกลับเดี๋ยวนี้ เราก็เช็คแฮนด์กันเพื่อร่ำลา หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะ สวีทตี้ แมน

รู้จากแมมโบว่าตอนนี้สิบเอ็ดโมงแล้ว เลยชวนพี่ริวไปหาอะไรกินนอกโรงแรม เดินๆวนๆมั่วๆกันไปก็ได้กินซะที พี่ริวกินอะไรสักอย่างที่คล้ายๆมะตะบะชุบแป้งทอด ส่วนฉันก็กินอะไรสักอย่างที่คล้ายๆบะหมี่น้ำบ้านเรา เสร็จแล้วก็เดินกลับโรงแรม ระหว่างทางแวะซื้อของนิดหน่อย ซื้อทิชชูเปียกไว้เข้าห้องน้ำที่ค่าย เลือกห่อใหญ่เผื่อพี่แป๋งที่มีภารกิจสำคัญทุกเช้าด้วย พอดีเหลือบไปเห็นกระทิงแดง กับ M-150 เข้าทางเลยเรา กะว่าจะซื้อไปฝากพี่ท้อปกับพี่แป๋งซะหน่อย ซื้อช็อคโกแลตแท่งหนึ่งมาฝากเจ้าหญิงด้วยล่ะ กลับโรงแรมกินยาแล้วก็นอนอีก
ตื่นมาพี่ริวมาเคาะประตูห้องบอกว่าพี่ท้อปโทรมา เลยรีบวิ่งไปห้องพี่ริว ก็ยังดีแหละนะที่มีใครติดต่อมาบ้าง คุยกับพี่ท้อป พี่แป๋ง พี่นุ่น สักพักกลับมาที่ห้องสั่งต้มยำกุ้งมากิน เผ็ดมากมาย กินยาคิดว่าจะนอนต่อ พอดีไฟดับทั้งโรงแรม มองอะไรไม่เห็นเลย พี่ริวก็ออกไปหาอะไรกินข้างนอกด้วย ทำไงดีล่ะ หลอนเลยเรา พอดีพี่ท้อปโทรมาอีกรอบบอกว่าอยากให้หายป่วยก่อนแล้วถึงจะให้กลับ เลยบอกไปว่าไม่เป็นอะไรแล้ว อยากกลับพรุ่งนี้เลย พี่ท้อปเลยบอกว่าเดี๋ยวจะคุยกับร็อบให้

ผ่านไปชั่วโมงนึงไฟมา มีโทรศัพท์มาจากริชชี่กับฮาลิมโทรมาถามว่าโอเคมั้ย จะให้กลับพรุ่งนี้ กินข้าวกันหรือยัง ก็ตอบ Yes สำหรับทุกคำถามเลย พอวางสายเลยรีบโทรบอกฟร้อนท์ให้โทรปลุกตอนแปดโมงด้วย เพราะฮาลิมบอกจะมารับตอนเก้าหรือไม่ก็สิบโมงเช้า เฮ้อ ดีใจว่ะ นึกว่าจะต้องเหงาตาย ง่อยกินคาโรงแรมที่นี่เสียแล้ว นอนหลับๆตื่นๆทั้งคืน ไฟดับอีกหลายรอบจนไม่อยากจะนับแล้ว
ห้ามป่วยอีกนะบอสทั้งหลายของเธอรอแอสซิสแทนซ์อยู่

อุ้ม

วันเปิดค่าย

๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๒
Climate Defenders Camp
หมู่บ้านเตลุก เมอรันติ
จังหวัดรีอาล ประเทศอินโดนีเซีย

วันนี้เป็นวันเปิดค่าย ทุกคนวุ่นวายกันนิดหน่อย เนื่องจากต้องรีบเตรียมค่ายให้เสร็จ พิธีเปิดจะมีช่วงบ่าย โดยจะมีชาวบ้านในหมู่บ้าน รวมถึงสื่อมวลชนต่างๆ ทั้งสื่อท้องถิ่นและสื่อต่างประเทศมาเข้าร่วม ประมาณ ๓oo คน ชาวบ้านบางส่วนมากันตั้งแต่เช้า เพื่อเตรียมพื้นที่ในการทำอาหารเลี้ยงในงาน เมนูวันนี้มีแพะเป็นพระเอก ซึ่งเดินทางมาถึงค่ายในวันที่พวกเราเดินทางมาถึง (มันน่ารักมาก แต่ไม่กล้าไปเล่นด้วยกลัวไม่กล้ากิน) ส่วนพวกเรา (ทีมไทย) มีนัดประชุมกับ Petteli ซึ่งเป็น Action Coordinator จากฟินแลนด์ (บ้านเกิดซานตาครอส) ตอน ๙ โมง เรื่องการทำเขื่อน ตกลงกันว่าหลังอาหารเที่ยงเราจะไปดูพื้นที่ที่จะสร้างเขื่อนที่แรกด้วยกัน Petteli บอกเราว่าที่ที่เราจะสร้างเขื่อน (หนึ่งในปฏิบัติการอย่างสันติวิธี) อยู่ห่างจากค่ายไปประมาณ ๙ กิโลเมตร เราต้องนั่งเรือปอมปอง (Pompong) ไป ประมาณ ๔๕ นาที อากาศที่นั่นประมาณ ๕o องศาเซลเซียส ร้อนมาก เมื่อไปถึงเราต้องเดินเท้ากันต่ออีกประมาณ ๑ กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับระดับน้ำ และคาดว่าเขื่อนของเราจะสร้างเสร็จภายในเวลาไม่ถึง ๒ อาทิตย์ (ถ้าไม่มีเรื่องให้ประหลาดใจ)

งานหลักของพวกเราวันนี้ คือเอาผ้าใบมุงหลังคาที่พักให้เสร็จ และเคลียร์พื้นที่ในคลองที่เราต้องสร้างเขื่อน งานสร้างเขื่อนจริงๆ จะเริ่มในวันพุธ คลองที่เราจะสร้างเขื่อนเป็นหนึ่งในคลองที่ชาวบ้านในอดีตขุดขึ้นเพื่อใช้ในการลำเลียงไม้ออกจากป่า ดังนั้นจุดประสงค์หลักในการสร้างเขื่อนของเราคือ ๑) เพื่อหยุดไม่ให้น้ำไหลออกมาจากป่าพรุ (Peatland) และป้องกันไม่ให้พื้นที่ป่าพรุแห้ง ซึ่งจะทำให้ดินมีฤทธิ์เป็นกรด ส่งผลต่อน้ำในแม่น้ำ ๒) ป่าพรุบนคาบสมุทรกัมปาร์ เป็นป่าผืนใหญ่ของอินโดนีเซีย และเป็นพื้นที่ที่มีความลึกของซากพืชทับถมกันมากที่สุดในโลก โดยบางจุดมีความลึกกว่า ๒o เมตร ๓) นับเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก
บานี่เล่าให้ฟังว่า เดิมพื้นที่ป่าพรุในคาบสมุทรกัมปาร์ มีขนาดถึง ๗ แสนตารางกิโลเมตร แต่ในปัจจุบันพื้นที่ ๓ แสน ๕ หมื่น ตารางกิโลเมตร ถูกครอบครองและทำลายโดยฝีมือมนุษย์ ทั้งเพื่อสร้างที่อยู่อาศัย การทำเกษตรโดยปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่สิ่งเลวร้ายที่สุดที่พวกเรายืนหยัดต่อสู้กันอยู่คือการใช้ในเชิงธุรกิจอุตสาหกรรม เช่น ตัดไม้ ถางป่า ขุดคลองระบายน้ำออกจากป่าพรุ เมื่อป่าพรุแห้ง ก็เผาป่า เพื่อปลูกอกาเซีย (คล้าย ๆยูคาลิปตัส) เพื่อผลิตกระดาษ และการปลูกปาล์มน้ำมัน ถ้าเดินเข้าไปจากจุดที่เราสร้างเขื่อนประมาณ ๒ ชั่วโมง จะมีชั้นพีซ หนาประมาณ ๓ เมตร ก่อนจะถึงชั้นของดินลักษณะพีซคือซากของต้นไม้และพืชที่เน่าเสียผุพังทับถมกันมาเป็นเวลานาน ซึ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตูต่างๆ มากมาย ให้ลองนึกถึงภาพขี้เลื่อยปริมาณมากๆ กองทับถมกัน เมื่อฝนตกลงมา ก็สามารถเก็บกักน้ำไว้ได้ในปริมาณมาก ความสมบูรณ์ของป่าพรุสังเกตได้จากสีของน้ำที่ออกมาจากป่าพรุ จะมีสีค่อนข้างแดง ส่วนรสชาติเปรี้ยวนิดหน่อย (ชิมมาแล้ว) มีความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมากมายมหาศาล ทั้งกับพืช สิ่งมีชีวิตต่างๆ รวมถึงมนุษย์ด้วย ถ้าน้ำไหลออกมาจากป่าพรุจนหมด ต้นไม้ในป่าก็จะตาย และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นอย่างมาก กฏหมายของอินโดนีเซียระบุว่า ถ้าจะถางป่า ความลึกของพีซต้องไม่เกิน ๑ เมตร (ซึ่งที่ที่เกินแน่นอน อย่างไม่ต้องสงสัย)

พวกเราเลิกงานประมาณ ๕ โมงเย็น โดย ปอมปองจะมารอเพื่อรับเรากลับมาส่งที่ค่าย

วันนี้เราอาบน้ำในแม่น้ำ หน้าค่าย สนุกดี อาหารเย็นวันนี้เป็นอาหารอินโดนีเซีย โดยมีแม่ครัวจากหมู่บ้านมาทำอาหารให้ อาหารเย็น ๑ ทุ่มครึ่ง ค่อนข้างช้า คงต้องให้เวลาปรับตัวอีกหน่อย ก่อนนอนมีประชุมสรุปประจำวัน บุชตากับชายด์เล่าให้ฟังเรื่องกิจกรรมวันเปิดค่าย มีชาวบ้านมาร่วมงานประมาณ ๒oo คน ส่วน Petteri ก็รายงานความคืบหน้าที่เขื่อน เสร็จแล้วก้แยกย้ายกันไปพักผ่อน ที่นี่ไฟจะปิดตอน ๒๒.๓o น. ส่วนการเฝ้ายามในตอนกลางคืนจะเริ่มตอนเที่ยงคืนถึง ๖ โมงเช้า

วันนี้เหนื่อย เปียก สกปรก แต่ก็มีความสุข

นุ่น

mardi 17 novembre 2009

นักกิจกรรมกรีนพีซ สือมวลชนอิสระ และชุมชนท้องถิ่น ถูกขมขู่อีก

เจ้าหน้าที่รัฐบาลอินโดนีเซียได้เพิ่มกลยุทธ์การข่มขู่ันักกิจกรรมกรีันพีซ สื่อมวลชนอิสระ และชาวชุมชนท้องถิ่น ที่สนับสนุน ค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ ในคาบสมุทรกัมปาร์ บนเกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย

เมื่อวานนี้ตำรวจในจังหวัดรีอาลกักตัวนักข่าวอินเดียและอิตาลี รวมถึงนักกิจกรรมกรีันพีซจากเยอรมนี เบลเยียม และ อิตาลี ที่กำลังเดินทางมายังค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ ขณะนี้พวกเขายังถูกกักตัวอยู่ และถูกสอบสวนเมื่อคืนก่อนทั้งคืน

นักกิจกรรมและนักข่าวมีวีซ่าประเภทธุรกิจที่ถูกต้อง และกำลังเดินทางไปพบชาวบ้านของหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ ผู้ที่ได้ระดมพลเพื่อสนับสนุนผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศของกรีนพีซเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองได้ส่งตัวนักกิจกรรมกรีนพีซชาวต่างชาติจำนวน 11 คนออกนอกประเทศ พวกเขามีส่วนร่วมในการปฏิบัติการสันติวิธี ณ พื้นที่ที่ป่าและป่าพรุที่ถูกถางโดยบริษัท APRIL ซึ่งเป็นบริษัทผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย

The 11 foreign activists who have been deported
นักกิจกรรมต่างชาติ 11 คน ที่ถูกส่งตัวกลับประเทศในไม่กี่วันที่ผ่านมา

"เราเรียกร้องให้ประธานาธิบดียุดโฮโยโนแทรกแซงเพื่อหยุดการกระทำอันร้ายกาจและน่าอับอายต่อนักกิจกรรมกรีนพีซ ที่กำลังทำกิจกรรมอย่างสันติ ร่วมกับชุมชนในท้องถิ่น เพื่อช่วยผลักดันให้ประธานาธิบดีของเราทำให้เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เขาได้ประกาศบนเวทีนานาชาติ เป็นความจริงขึ้นมา" ฮิดายาติ กล่าว

"เมื่อบริษัท APRIL หยุดการทำลายป่า และชุมชนท้องถิ่นได้รับสิทธิ กรีนพีซจะออกจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ"

>> อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ

>> มีส่วนร่วมออกเสียงเรียกร้องข้อตกลงที่สูงส่ง ณ การประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในกรุงโคเปนเฮเกน เดือนธันวาคมนี้ ที่ต้องรวมการจัดตั้งกองทุนปกป้องป่าด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนดีืำทำความดี - บทที่ 3



ฉันได้เรียนรู้ว่าในเรื่องการรณรงค์ สิ่งต่างๆ สามารถเปลี่ยนแปลงภายในชั่วข้ามคืน และในการรณรงค์ีนี้ ฉันได้เรียนรู้ว่าสิ่งต่างๆ สามารถเปลี่ยนได้ 2 หรือ 3 ครั้ง ในชั่วข้ามคืน และนี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในชั่วข้ามคืน

เมื่อวานนี้ อาสาสมัครคนหนึ่งของค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกจากกรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ถูกนำตัวออกจากค่ายโดยตำรวจในท้องถิ่น ไปยังสถานีตำรวจในท้องถิ่น ในขณะเดียวกันนักข่าว 2 คนจากอินเดียและอิตาลี และนักกิจกรรมกรีนพีซและเ้จ้าหน้าที่รณรงค์อีกเล็กน้อยกำลังอยู่ระหว่างเดินทางจากเมืองเปกันบารูมายังค่าย ขณะัที่รถตำรวจขนอาสาสมัครคนนั้นของเราออกไป เรามองเห็นพวกเขาเดินทางมาตามถนน ในที่สุด ทุกคนไปจบอยู่ที่สถานีตำรวจ และถูกสอบสวนเพียงสักครู่หนึ่งเท่านั้น จากนั้นพวกเขาได้รับการจัดหาที่อยู่ให้ 1 คืน และถูกนำตัวกลับไปที่เดิมในเช้าวันถัดไป (ซึ่งก็คือเช้านี้) เพื่อสอบสวนเพิ่มอีก

แล้วเรื่องราวที่เ้จ้าหน้าที่ตำรวจได้บอกเล่าก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เริ่มที่พวกเขาถูกกักตัวด้วยข้อหาของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พวกเขาถูกกักตัวโดยปราศจากข้อกล่าวหา พวกเขามีวีซ่าที่ไม่ถูกต้อง พวกเขามีเอกสารที่ผิด (หรือไม่มี) ที่จะเดินทางสู่จังหวัดรีอาล แต่เราเห็นได้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น นั่นคือ เจ้าหน้าที่รัฐกลัวว่าการรณรงค์นี้้จะดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก และสิ่งนี้ทำให้ฉันหงุดหงิด เพราะนี่ไม่ใช่เป็นปัญหาของจังหวัดรีอาลเท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาระดับประเทศ การปกปักษ์รักษาป่าฝนเป็นประเด็นระดับโลก การทำลายป่าในอินโดนีเซียทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซที่ทำลายสภาพภูมิอากาศเป็นอันดับที่ 3 รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน น่าทึ่งใช่ไหมล่ะ ประธานาธิบดีอินโดนีเซียได้ให้เริ่มให้พันธะว่าจะยกเรื่องนี้ขึ้นมาเจรจาในกรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคม พันธะของเขาต่อการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มีขึ้นบนเวทีนานาชาติ การปกป้องผืนป่าเหล่านี้ โดยหยุดทำลาย เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องช่วยทำให้เกิดขึ้น และในฐานะชุมชนนานาชาติ เราต้องทำให้เจ้าหน้ารัฐบาลอินโดนีเซียที่เป็นผู้กลั่นแกล้งในครั้งนี้ ได้ยินอย่างแจ่มแจ้ง

แน่นอนว่ามีหลายสิ่งกำัลังเกิดขึ้น ณ ค่ายของเรา ชาวชุมชนท้องถิ่นที่แสดงการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งต่อกรีนพีซและงานของเรา ณ ป่าแห่งนี้ ดังที่ฉันได้กล่าวถึงในบล็อกก่อนหน้า กำลังกลับมายังค่าย พวกเขาโกรธจัดที่ตำรวจได้นำตัวอาสาสมัครชาวเบลเยียมออกไป และต้องการปกป้องค่ายและงานรณรงค์ของเรา มันเป็นงานรณรงค์ของชาวชุมชนท้องถิ่นเหล่านี้เท่ากับเป็นงานรณรงค์ของเรา และเรารู้สึกดีใจอย่างยิ่งกับแรงสนับสนุนที่เข้มแข็งและชัดแจ้งนี้

ฉันคาดไว้ว่าในหลายชั่วโมงและหลายวันข้างหน้า สิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก แต่สิ่งที่ฉันรู้แน่ชัด คือ การรณรงค์นี้จะดำเนินต่อไป ฉันรู้ว่าชุมชนกรีนพีซทั่วโลก และชุมชมอื่นๆ ที่กรีนพีซร่วมทำงานเพื่อปกปักษ์ผืนป่าเหล่านี้จะทำสิ่งที่ถูกต้อง และสนับสนุนงานที่ดำเนินต่อเนื่องของเราที่นี่ ฉันรู้ว่า ณ ชั่วขณะนี้ที่เราปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพในวันที่เหลืออยู่ก่อนถึงการประชุมสุดยอดโลกร้อนของสหประชาชาติ เราจะไม่โซเซ และแน่นอนว่าเราจะไม่หยุด

>> อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ

>> มีส่วนร่วมออกเสียงเรียกร้องข้อตกลงที่สูงส่ง ณ การประชุมสุดยอดของสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในกรุงโคเปนเฮเกน เดือนธันวาคมนี้ ที่ต้องรวมการจัดตั้งกองทุนปกป้องป่าด้วย

ซารา เบอร์ตัน

dimanche 15 novembre 2009

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนดีทำความดี บทที่ 2

เมื่อฉันเขียนบล็อกของเมื่อวานจบ ฉันคิดจริงๆ ว่าเมื่อไปถึงค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ ฉันจะได้เป็นประจักษ์พยานของการรบกวนการรณรงค์อย่างสันติ และการขับไล่ทีมนักกิจกรรมและตัวแทนของชุมชนท้องถิ่น

เพียงแค่วันเดียวแต่การณ์กับต่างไปโดยสิ้นเชิง ฉันได้เป็นประจักษ์พยานก็จริง แต่กับสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจ ต่างจากที่คิดไว้โดยสิ้นเชิง ฉันได้เห็นพลังมวลชนในรูปแบบสันติอย่างแท้จริง

เราออกจากเปกันบารูเมื่องรุ่งสาง เพื่อให้ไปถึงค่ายตอนสาย ในระหว่างทาง ร๊อบ หัวหน้าค่ายของเราบอกว่าผู้นำชุมชนในท้องถิ่นและองค์กร NGO จะมาร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับเรา และเราจะจัดการรณรงค์อย่างไม่เป็นทางการขึ้น โดยส่งมอบกุญแจสู่ค่ายให้กับพวกเขา เพื่อแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวและความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นต่อไปแม้ว่าเราจะถูกบังคับให้ออกจากค่ายแล้วก็ตาม ร๊อบขอให้ฉันช่วยปฏิบัติหน้าที่นี้ในนามของกรีนพีซสากล และแน่นอนว่าฉันยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ในระหว่างทางไปคาบสมุทรกัมปาร์ เราหยุดแวะดูพื้นที่ที่ถูกถางโดยบริษัทเดียวกับที่เราเข้าไำปขัดขวางการทำงานด้วยปฏิบัติการสันติวิธีเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว พื้นที่นั้นพังพินาศเหมือนไฟที่โหมกระหน่ำได้เกิดขึ้น ไม่มีอะไรเหลืออยู่นอกจากตอไม้ตายที่กลายเป็นสีดำ และท้องร่ิอง (คลอง) ที่เต็มไปด้วยน้ำที่ถูกดึงออกจากดินพรุ ดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตใดสามารถดำรงอยู่ได้่ ณ ที่นั้นในขณะนี้ มันเป็นภาพที่น่าเศร้า โจโก เจ้าหน้าที่รณรงค์ผู้นำทางของเราเรียกมันว่า "พื้นที่แห่งความโง่เขลา" ที่ตั้งขึ้นเลียนแบบภาพยนตร์เรื่อง "ยุคแห่งความโง่เขลา" (Age of Stupid) ที่ฉายรอบปฐมทัศน์ไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ฉันคิดว่าคำว่าโง่เขลายังเบาไปสำหรับสิ่งที่ฉันเห็น

แต่เมื่อฉันไปถึงค่ายของกรีนพีซ หลังเดินทางบนรถหลายชั่วโมง ตามด้วยการนั่งเรือระยะสั้นๆ ฉันได้เห็นสิ่งที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง การณ์กลับเป็นว่าผู้นำชุมชนที่เราคาดว่าจะได้พบมีผู้เดินขนาบมายังค่ายด้วย นั่นคือ ชาวบ้านท้องถิ่นหลายร้อยคน! พวกเขาโกรธเคือง ใช่ โกรธเคืองมากเสียด้วย ที่ตำรวจจะไล่กรีนพีซออกจากพื้นที่ ดังนั้นพิธีฉลองเล็กๆ ของเราจึงอันตรธานไป สิ่งที่เกิดขึ้นแทน คือ การเดินขบวนหมู่มาก นำหน้าด้วยเด็กๆ ตามด้วยชายและหญิง ที่จัดขบวนเป็นแนวไปทั่วค่าย แต่ละคนฟังซูลฟามิพูดอย่างตั้งใจ (ซูลฟามิเป็นผู้ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยกับชุมชนในท้องถิ่น) เสียงของเขาแผ่ซ่านไปด้วยอารมณ์ แล้วเขาก็แนะนำฉัน ฉันรู้สึกนอบน้อมและสุขใจที่ได้บอกกับพวกเขาว่างานของพวกเขา ร่วมกับทีมรณรงค์ของกรีนพีซที่ค่าย เป็นที่รับรู้ไปทั่วโลก และแม้ว่าพวกเราต้องออกจากค่าย งานรณรงค์เพื่อหยุดการทำลายป่าของเราจะดำเนินต่อไป

ฉันเห็นได้ว่าพวกเขายินดีที่กรีนพีซส่งคำทักทาย และยินดีกับข่าวที่แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่มากล้นในการรณรงค์ปกป้องป่าครั้งนี้ สำหรับพวกเขาและลูกหลาน รวมถึงสำหรับพวกเราทุกคนที่ต้องพึ่งพาป่าอันอุดมสมบูรณ์เพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน อย่างไรก็ดีพวกเขาก็ยังไม่มีความสุขที่ได้รู้ว่ากรีนพีซจะถูกบังคับให้ออกจากค่าย

sml-c1511097.jpg
ซาราปรบมือแสดงความชื่นชมชุมชนท้องถิ่นที่พยายามช่วยปกป้องผืนป่าของตนเอง และกล่าวขอบคุณที่เป็นแรงสนับสนุนให้กรีันพีซ
©Ardiles Rante/Grenpeace

ผู้นำชุมชนท้องถิ่นคนหนึ่งยืนหยัดขึ้นพูดในนามของประชาชนท้องถิ่นที่มีส่วนร่วมกับเรา "เราำไว้วางใจกรีนพีซ" เขาเริ่มต้น "เราไม่ไว้วางใจใครอื่นให้ช่วยปกปักษ์ป่าของเรา แต่เราไว้ใจกรีนพีซ กรีนพีซต้องอยู่ในค่ายต่อไป" เขาเสนอว่าหากตำรวจต้องการกำจัดพวกเรา พวกเขาควรกำจัดบริษัทที่ทำลายป่าออกไปเสียก่อน เขาเรียกร้องให้ตำรวจที่อยู่ตามชายขอบของค่ายให้รับฟังพวกเขา และเห็นได้ว่าพวกเขารับฟัง เนื่องจากภายในไม่กี่ชั่วโมง เราได้รับแจ้งว่าเราสามารถตั้งค่ายได้ต่อไป และนักกิจกรรมกรีนพีซสามารถประจำอยู่เพื่อทำงานให้เสร็จสิ้น ประชาชนในท้องถิ่นที่มุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะปกป้องป่าของพวกเขา สิ่งแวดล้อมของพวกเขา และ งานของพวกเขาที่ค่ายร่วมกับเรา ทำให้พวกเราได้รับชัยชนะ

ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่าการรณรงค์ปกป้องป่าครั้งนี้ยิ่งสำคัญขึ้นไปอีก เพราะการประชุมเอเปคกำลังจะสิ้นสุดลง แต่ผู้นำโลกล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการลงมือปฏิบัติในสิ่งที่จำเป็น เพื่อเป็นแรงหนุนของข้อตกลง ณ กรุงโคเปนเฮเกนในเดือนหน้า ไม่เพียงเพื่อปกป้องป่าเท่านั้น แต่เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง และเพื่อแสดงความเคารพความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นในพื้นที่ป่า เช่นที่ฉันได้พบด้วยความยินดีในวันนี้ เรื่องราวในวันนี้ทำให้ฉันระลึกได้อีกอย่างว่า การต่อสู้ยังไม่จบ มันจะไม่จบจนกว่าเราจะสำเร็จ และผู้นำโลกของเรายังสามารถบรรลุข้อตกลงที่กู้วิกฤตโลกร้อนได้ ณ โคเปนเฮเกน โลกต้องได้ข้อตกลงนั้น และประชาชนเรียกร้องมัน
ซารา เบอร์ตัน

ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศจะคงอยู่ต่อไป ตำรวจกลับคำสั่งขับไล่ เพราะแรงกดดันจากชุมชน

15 พฤศจิกายน 2552

วันนี้เป็นวันที่น่าเหลือเชื่อยิ่งนักในอินโดนีเซีย...

เราประหลาดใจที่หัวหน้าตำรวจของอำเภอพาลาลาวันได้เพิกถอนคำสั่งขับไล่ของเมื่อวาน หลังประชาชนในท้องถิ่น 300 คน จากหมู่บ้านเตลุก เมอรันติ มาเยือนค่ายเมื่อเช้านี้ เพื่อส่งแรงสนับสนุน

ตำรวจยื่นใบแจ้งขับไล่ เพราะถูกกดดันจากอาชญากรสภาพภูมิอากาศ หลังการดำเนินการของ APRIL ซึ่งเป็น บริัษัทผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษยักษ์ใหญ่ ต้องถูกหยุดลงมากกว่า 10 ชั่วโมง โดยนักกิจกรรมกรีนพีซ เมื่อวันพฤหัสบดี การปฏิบัติการนั้นได้รับแรงสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากชุมชนต่างๆ ในท้องถิ่น

"เราต้องการให้กรีนพีซคงอยู่ในค่ายนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การดำรงอยู่ของกรีนพีซในคาบสมุทรกัมปาร์ช่วยเราปกป้องป่าผืนนี้จากการถูกทำลายได้อย่างแท้จริง" ซูวันดี คุณครูจากโรงเรียนในเตลุก เมอรันติ กล่าว "หากในอนาคตกรีนพีซถูกบังคับให้ออกจากกัมปาร์ เราก็ขอเรียกร้องให้ APRIL ออกจากกัมปาร์เช่นกัน" เขากล่าวเสริม

Community supporters arrived by the hundreds
ผู้สนับสนุนจากชุมชนต่างๆ หลายร้อยคนได้มาถึง ©Will Rose/Greenpeace

นี่เป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับสำหรับทีมผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศที่ทุ่มเท ที่อยู่ในค่ายมา 3 สัปดาห์ และสำหรับชุมชนต่างๆ ในท้องถิ่นที่ต้องมีชีวิตอยู่กับผลกระทบของการทำลายป่าและการดึงน้ำออกจากป่าพรุ

"เรารู้สึกซาบซึ้งและนอบน้อมต่อแรงสนับสนุนอันมากล้นจากประชาชนในจังหวัดรีอาล มันยืนยันความเชื่อของเราที่ว่าประชาชนอินโดนีเซียหวังให้ผืนป่าของพวกเขาได้รับการปกป้อง" ซุลฟามิ จากกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

"นี่เป็นสัญญาณที่สำคัญมากสำหรับประธานาธิบดียูโดโยโน ที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนของเขาเต็มใจช่วยเขาเชิดชูเกียรติแห่งความทะเยอทะยานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่า เขาควรลงมือปฏิบัติในทันทีโดยลงโทษผู้ที่กำลังทำลายป่า ในขณะเดียวกันก็ปกป้องป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และ ประชาชนที่ต้องพึ่งพาป่า" เขากล่าวเสริม

ค่ายแห่งนี้ตั้งอยู่มา 3 สัปดาห์แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เร่งดึงดูดความสนใจมาที่บทบาทของการทำลายป่าฝนและป่าพรุ ที่มีต่อการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตราย ในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ผลักดันการประชุมสุดยอดโลกร้อนของสหประชาชาติที่สำคัญอย่างยิ่ง ในเดือนธันวาคมนี้ ในช่วงดังกล่้าว ผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศที่มุ่งมันและเต็มไปด้วยแรงกระตุ้นที่แรงกล้า ได้สร้างฝาย หยุดรถขุด และ กางป้ายผ้าขนาดใหญ่ในสภาพการณ์ที่ย่ำแย่อย่างที่สุด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นยากลำบากและต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งกายและใจมากนัก

ในขณะเดียวกัน นักกิจกรรมชาวอินโดนีเซียที่ร่วมปฏิบัติการเมื่อวันพฤหัสบดี ได้ถูกปล่ิอยตัวโดยปราศจากข้อกล่าวหา พวกเขากลับมายังค่ายพร้อมคำสั่งให้รายงานตัวต่อตำรวจสัปดาห์ละครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนนักกิจกรรมชาวต่างชาติ 11 คนกำลังถูกส่งตัวกลับประเทศ และในขณะที่ฉันพิมพ์บล็อกอยู่นี้ นักกิจกรรมหลายคนกำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบิน และส่วนที่เหลือจะตามไปในวันพรุ่งนี้

sml-c1511098.jpg
ประชาชนจากชุมชนในท้องถิ่น ยืนอยู่ร่วมกับร๊อบ ผู้นำค่าย และผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศคนอื่นๆ
©Ardiles Rante/Grenpeace

samedi 14 novembre 2009

สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคนดีทำความดี

14 พฤศจิกายน 2552

นี่เป็นข่าวล่าสุดจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศในอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังถูกปิดลงโดยตำรวจ

จาก ซารา เบอร์ตัน:

วันนี้ฉันมาถึงเปกันบารู ซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของเกาะสุมาตรา และห่างจากค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศเพียง 4 ชั่วโมงครึ่ง ฉันกำลังมุ่งหน้าไปยังค่ายผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ พร้อมกับโจโก เจ้าหน้าที่รณรงค์ของกรีนพีซในอินโดนีเซีย และอิโลนา เจ้าหน้าที่รณรงค์วัยรุ่นจากกรีนพีซ รัสเซีย ที่จะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ในสำนักงานกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฉันเป็นผู้รองอำนวยการโครงการนานาชาติ ที่มักจะประจำอยู่ในอัมสเตอร์ดัม มันเป็นชื่อตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ฉันชอบทำ คือ ไปยังที่ที่มีการปฏิบัติการ และฉันคิดว่าในขณะนี้ไม่มีที่ใดที่เต็มไปด้วยการปฏิบัติการเหมือนที่นี่

ดูเหมือนว่าฉันคิดไม่ผิด หลังการปฏิบัติการอันเยี่ยมยอดในป่าเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว (ภาพอันเลิศเลอปรากฏเต็มหน้า ในนสพ. อินเตอร์เนชั่นแนล เฮอรัล ทริบูน ฉบับเอเชีย ซึ่งเป็นโฆษณาที่มีเป้าหมายที่ประธานาธิบดีโอบามา ที่อยู่ในระหว่างเยือนสิงคโปร์) ที่ตำรวจท้องถิ่นถ่ายเพื่อใช้เป็นหลักฐานต่อต้านผู้พิทักษ์สภาพภูิมิอากาศ แทนที่จะต่อต้านผู้ทำลายสภาพภูมิอากาศ

The ad in the International Herald Tribune

นักกิจกรรมส่วนหนึ่งจะถูกส่งกลับประเทศในวันจันทร์

ฉันรู้ว่านักกิจกรรมประมาณ 11 คนถูกนำตัวไปยังเปกันบารูเพื่อส่งตัวกลับประเทศจากอินโดนีเซีย เพราะพวกเขาเป็นคนต่างชาติ ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจเป็นเยี่ยมพวกเขาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อฉันไปถึงเป็นเวลากลางวัน และอาสาสมัครกรีนพีซเพิ่งมาถึงพร้อมอาหารกลางวันสำหรับชายและหญิง 11 คน ซึ่งทั้งหมดดูมีจิตใจที่แข็งแกร่ง แม้ว่า่จะอยู่ในสภาพการณ์ที่น่าหดหู่

นักกิจกรรมแต่ละคนเดินมาจับมือและแนะนำตัวกับฉัน บางคนมาจากประเทศไทย ที่เหลือมาจากบราซิล สเปน และ เยอรมนี พวกเขาอยู่ที่ค่ายเป็นระยะเวลาต่างกัน ตั้งแต่ไม่กี่วันจนถึง 2-3 สัปดาห์ ทั้งหมดผิดหวังที่ต้องจากไป และต้องการบอกรักและโอบกอดผู้ที่ยังเหลืออยู่ในค่าย แต่ก็เหมือนที่ฉันบอกว่าจิตใจของพวกเขาแข็งแกร่ง โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาได้เห็นภาพในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว เพราะพวกเขารู้ว่าการปฏิบัติการนั้นประสบผลสำเร็จ มีีผลในด้านดีไปทั่วโลก และทำให้ประชาชนอีกหลายพันคนรับรู้ถึงวิกฤตสภาพภูมิอากาศและป่าไม้

Some of the activists from this weeks action

ฉันอยู่เป็นเพื่อนนักกิจกรรมทั้ง 11 คน จนกระทั่งถึงเวลาที่พวกเขาต้องจากไป ฉันเดินไปกับพวกเขาถึงสนามบินเพื่อบอกลา พวกเขาเป็นคนที่น่าประทับใจ ดังที่คุณคงจะนึกออก เพราะผู้คนที่ดีที่สุดเท่านั้นที่จะนำตัวเองเข้าไปเสี่ยงเช่นนั้น พวกเขารู้เหมือนที่ฉันรู้ว่า การปกป้องป่าเป็นสิ่งสำคัญเพียงใด (แม้จะปกป้องได้เพียงมากกว่า 1 วัน ดังที่พวกเขาได้ทำ) เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ และพวกเราทุกคนรู้ถึงความแตกต่างระหว่างผู้พิทักษ์สภาพภูมิอากาศ และอาชญากรสภาพภูมิอากาศ

ฉันได้ยินจากคนในค่ายว่า ตอนเย็นวันนี้ ตำรวจจำนวนมากมาถึงค่ายเพื่อยืนกรานว่าค่ายต้องถูกรื้อถอน และกรีนพีซต้องออกจากพื้นที่ ฉันจะไปที่นั่นในวันพรุ่งนี้ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น เพื่อดูว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น ฉันเข้าใจว่าตำรวจให้เวลาคนของเราถึงโมงเย็นในการเก็บข้าวของออก ฉันต้องการเห็นด้วยตาตนเองว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคนดีถูกหยุดยั้งไม่ให้ทำความดี ในขณะที่ผู้ที่ได้ผลกำไรจากการทำลายได้รับอนุญาตให้ทำลายต่อไป ฉันต้องการทำสิ่งที่ชาวกรีนพีซทำมาหลายทศวรรษ นั่นคือเป็นประจักษ์พยาน

ซารา เบอร์ตัน