Affichage des articles dont le libellé est โรงไฟฟ้านิวเคลียร์. Afficher tous les articles
Affichage des articles dont le libellé est โรงไฟฟ้านิวเคลียร์. Afficher tous les articles

mercredi 18 novembre 2009

จับโกหก “ผู้วางแผนนโยบายพลังงาน”

จับโกหก “ผู้วางแผนนโยบายพลังงาน”

…..พลโทหญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน ประธานในงานสัมมนา เผยว่า ขณะนี้มีชาวบ้านหลายจังหวัดได้ส่งจดหมายมายังกระทรวงพลังงาน เพื่อขอให้มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในชุมชนตัวเอง ที่ได้อ่านจดหมายแล้ว เช่น ชาวบ้านจาก อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ซึ่งเมื่อลงสำรวจแล้วพบว่าชาวบ้านต่างยอมรับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์มาก

อย่างไรก็ดี เมื่อสอบถามไปยัง นายณอคุณ สิทธิพงศ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน และ ผอ.สพน.ปฏิเสธว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีแหล่งน้ำ เพื่อใช้ระบายความร้อน และการระบายความร้อนโดยใช้น้ำจากบึงบอระเพ็ด ก็ถือว่าไม่สามารถทำได้ เพราะไกลเกินไป….

(ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ , 24 มีนาคม 2551)

รายงาน ข่าวจากกระทรวงพลังงาน แจ้งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนว่า ขณะนี้การศึกษาความเหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สำเร็จไปแล้วร้อย ละ 62% โดยในส่วนของการคัดเลือกพื้นที่สำหรับตั้งโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้น ปัจจุบันเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2 คือ การคัดเลือกพื้นที่จาก 14 แห่ง เหลือเพียง 4 จังหวัด รวม 5 แห่ง ได้แก่ 1.พื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี 2 แห่ง 2.จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 แห่ง 3.จังหวัดตราด 1 แห่ง และ 4.จังหวัดนครสวรรค์ 1 แห่ง ขั้นตอนต่อจากนี้เจ้าหน้าที่จากบริษัท เบิร์นแอนด์โลว์ บริษัทที่ปรึกษาความเหมาะสมการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะต้องลงพื้นที่ ขุดเจาะชั้นหินในระดับความลึก 100 เมตร ของพื้นที่ทั้ง 5 แห่ง เพื่อศึกษาทางธรณีวิทยาสำหรับเลือกพื้นที่ให้เหลือเพียง 3 แห่ง ที่จะใช้ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คาดว่าปี 2553 จะคัดเลือกพื้นที่สำเร็จ
(ที่มา : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1258373478&grpid=00&catid=)

สรุปจากข่าวก็คือ ในตอนแรก(เดือนมีนาคม 2552) บอกว่า นครสวรรค์(อ.ท่าตะโก) “ไม่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แต่อย่างใด” แต่ต่อมา (เดือนพฤศจิกายน 2552) กลับบอกว่า นครสวรรค์เป็นหนึ่งในพื้นที่สำรวจความเหมาะสมที่คัดออกมาจากพื้นที่ 14 แห่ง

ไม่มีเหตุผล ยกเว้นแต่ว่า พวกเขาชอบแต่โกหกชาวบ้านไปวัน ๆ


> อ่านการ์ตูนมหันตภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ออนไลน์ คลิก

> อ่านเรื่องงานเปิดตัวจากเยาวชนกรีนพีซเปิดตัวหนังสือการ์ตูนเรื่อง “มหันตภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ : สาส์นจากความมืด”  คลิก



ธารา

mardi 10 novembre 2009

เยาวชนยุคพลังงานสะอาด ยุตินิวเคลียร์

วันนี้ Solar Generation (กลุ่มเยาวชนยุคพลังงานสะอาด) และ Green DJ (นักจัดรายการวิทยุเยาวชนเพื่อสิ่งแวดล้อม) ของกรีนพีซ เปิดตัวหนังสือการ์ตูนรณรงค์ออนไลน์เรื่อง “มหันตภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ : สาส์นจากความมืด” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับภัยจากพลังงานนิวเคลียร์ผ่านการผจญภัยของเยาวชนที่ต้องการสร้างให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น

ในงานเปิดตัวนี้ มีตัวแทนจากชุมชนที่เป็นจุดที่ถูกสำรวจว่าจะมีการสร้างโรงงานนิวเคลียร์ที่พื้นที่นี่มาร่วมเสวนาด้วย ซึ่งตัวแทนได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจในมุมมองของคนจากชุมชนหลายประเด็นนะคะ เช่น ตัวแทนจากชุมชนตำบลมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท เล่าว่า อยู่ดีๆ อยู่มาวันหนึ่ง ชาวบ้านก็ไปเห็นว่ามีบ่อสี่เหลี่ยมถูกขุดอยู่ ถามไปถามมา ถึงได้ทราบว่าจะมีการสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แถวพื้นที่นี่
พวกเขาไม่มีความรู้ แต่ก็ได้พยายามศึกษาและได้รับทราบถึงผลกระทบที่เป็นอันตราย ตัวแทนชุมชนนี้บอกต่อว่า ข้อมูลที่พวกเขาได้รับ จะได้แต่ข้อมูลทางแง่ดี ซึ่งพวกเขาก็มีข้อโต้แย้งทั้งนั้น ดังเช่นว่า

>> การไฟฟ้าบอกว่าจะได้ใช้ไฟฟ้าฟรี :
พวกเราก็คิดว่า จะฟรีได้ยังไง การสร้างโรงงานพลังงานนิวเคลียร์นี้ ต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งส่วนหนึ่งก็ มาจากภาษีประชาชนมิใช่หรือ

>> การบอกว่าจะให้มีงานทำใน 6 เดือน :
พวกเราคิดว่าพวกเราคงไม่มีความสามารถทำได้ เพราะทุกอย่างเป็นเทคนิคหมด และอะไรจะเกิดขึ้นหลัง 6 เดือน ? รังสีในร่างกาย หรือ อันตรายต่อสุขภาพต่างๆล่ะ

>> การประกาศแจ้งว่าจะสร้างโรงงานในที่ห่างไกลชุมชน :
แต่พื้นที่ๆพวกเราอยู่ก็เป็นชุมชนไม่ใช่หรือ มีสถานที่ราชการ โรงพยาบาล โรงเรียน ฯลฯ

>> การบอกเราว่าจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี :
พวกเราไม่แน่ใจว่าหมายความว่าอย่างไร ชัยนาทเคยถูกประกาศว่าเป็นจังหวัดภัยแล้งอยู่แล้ว นี่ยังจะต้องใช้้น้ำจำนวนมากไปหล่อในแท่นปฏิกรณ์อีกหรือ??

>> กากนิวเคลียร์ จะนำไปทิ้งที่ทะเล หรือฝังลึกใต้ดิน :
ชัยนาทอยู่ห่างจากทะเล 200 เมตร ถ้ามีการรั่วระหว่างทาง หรือ ถ้าฝังใต้ดินแล้วมีการรั่วซึมสู่ผืนดินและแหล่งน้ำล่ะ

อืม... เป็นความเห็นตรงๆจากคนในพื้นที่ที่เป็นห่วงพื้นที่ของตน สุขภาพและสภาพแวดล้อมของพวกเขา ที่ควรจะได้รับการรับฟังพิจารณานะคะ

คุณ ทราบไหมคะ การไฟฟ้าเคยให้ Abac Poll ทำการสำรวจความเห็นต่อการสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ปรากฎว่าผลเป็นอย่างไรทราบไหมคะ 80 % บอกว่า เห็นด้วย แต่ 60% ของคนที่เห็นด้วยนั้นบอกว่า แต่อย่ามาสร้างแถวบ้านของฉัน (อ้าว!?!)

จังหวัดชัยนาทเป็นหนึ่งพื้นที่ ที่ถูกพิจารณาว่าเหมาะแก่การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยสำนักพัฒนาพลังงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงพลังงาน เนื่องจากภูมิประเทศขนาบข้างด้วยแม่น้ำท่าจีนและเจ้าพระยา © Greenpeace/ Virunan Chiddaycha

พลังงานนิวเคลียร์ เป็นพลังงานที่อันตราย มีผลกระทบต่อสภาวแวดล้อมรวมถึงมนุษย์ ตัวอย่างเห็นได้ชัดที่เกิดขึ้นมาแล้วคือผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์จากอุบัติภัยนิวเคลียร์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล


เราควรหันมาสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและปลอดภัย ซึ่งเป็นทางออกที่แท้จริงของการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เพราะพลังงา หมุนเวียนที่ใช้เพิ่มขึ้นช่วยให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง ซึ่งหมายถึงอุทกภัย ภัยแล้ง และ เหตุการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลกจะลดน้อยลงด้วยค่ะ

อ่านเรื่องราวในรูปแบบการ์ตูนการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นของคอสโมและลูนาร์ ที่เดินทางย้อนเวลาจากโลกอนาคต เพื่อมาบอกเล่าเรื่องราวผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงโรงไฟฟ้านิวคลียร์ที่เกิดขึ้นในยุคของพวกเขา ได้ที่นี่

ดูรูปงานเปิดตัวหนังสือการ์ตูน 'มหันตภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ : สาส์นจากความมืด' ได้ที่นี่

Rin

mardi 16 juin 2009

แม่น้ำเจ้าพระยา ทำเลใหม่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ณ มุมสงบสันติแห่งหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา

เราไปถึงอำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท พระอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าตะวันตกพอดี หลังจากโทรศัพท์สอบถามเส้นทางอีกครั้งจากคนในพื้นที่ เพื่อร่วมงานคอนเสิร์ตต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งจัดขึ้นที่สนามหญ้าโรงเรียนวัดสิงห์ ไม่ไกลจากวัดปากคลองมะขามเฒ่าที่ศักดิ์สิทธิ์และมีชื่อเสียงของจังหวัดชัยนาท เราก็ได้เห็นมุมที่สงบสันติแห่งหนึ่งริมฝั่งเจ้าพระยา

ชุมชนตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ของจังหวัดชัยนาทอยู่ในโอบกอดของแม่น้ำ (และภูเขาลูกย่อมๆ) ฝั่งตะวันออกเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านตะวันตกเป็นจุดกำเนิดของแม่น้ำท่าจีน ไม่น่าเชื่อว่า ความสงบสันติของชุมชนและความงดงามตามธรรมชาติของพื้นที่แห่งนี้จะกลายเป็นตัวเลือกหนึ่งของพื้นที่ในการสำรวจความเหมาะสมในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปัจจุบัน

ทันทีที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และสำนักงานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ภายใต้งบประมาณผูกพันสามปีของกระทรวงพลังงาน ได้งัดข้อมูลพื้นที่ 14 แห่งเพื่อสำรวจความเหมาะสม และตัดออกเหลือ 4 แห่ง ในเวลาต่อมา ออกสู่สายตาของสาธารณะชนผ่านงานสัมมนาที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ หนังสือพิมพ์หลายฉบับได้ลงข่าวว่า ชัยนาทถูกเล็งให้เป็นสถานที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ นำไปสู่การรับรู้ที่มากขึ้นของชุมชนในเขตตำบลมะขามเฒ่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่บริษัทที่ปรึกษา Burn and Roe ที่รับจ้างจากกระทรวงพลังงานศึกษาความเหมาะสมของการดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ได้ส่งทีมสำรวจเข้าไปเจาะชั้นดินเพื่อเก็บข้อมูลด้านธรณีวิทยานั้น ได้สร้างความกังขาให้คนในพื้นที่ และตัวแทนชุมชนได้ติดต่อมาที่กรีนพีซเพื่อประสานในด้านข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากนั้นไม่นาน

ณ ที่สงบสันติริมฝั่งเจ้าพระยาตรงนั้น จึงได้ระอุขึ้นมาด้วยประเด็นใหม่ "พลังงานนิวเคลียร์"

กรีนพีซในนิทรรศการต่อต้านนิวเคลียร์ ที่ชัยนาท by you.
เด็กนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ชมนิทรรศการ "บาดแผลแห่งเชอร์โนบิล" ของกรีนพีซ

บทเพลงต้านนิวเคลียร์

อาจกล่าวได้ว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ที่เราได้เห็นชุมชนลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับประเด็นพลังงานนิวเคลียร์ในประเทศไทย นอกเหนือจากกรณีศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ที่องครักษ์ ความคิดในการผลักดันให้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นมีมานานแล้ว ครั้งแรกในปี 2509 โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ (โครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่อ่าวไผ่ ชลบุรี) โครงการต้องพับไปเนื่องจากการค้นพบก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย มีการรื้อฟื้นโครงการอีกครั้งในปี 2520 คราวนี้ด้วยกระแสของการต่อต้านนิวเคลียร์ในระดับโลก การผลักดันโครงการจึงไม่เป็นผล และการเกิดอุบัติภัยนิวเคลียร์ครั้งร้ายแรงในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมที่โรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลในปี 2529 ก็ถือเป็นการตอกตะปูฝาโลงให้กับการขยายตัวของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วโลก

ความบ้านิวเคลียร์กลับมาอีกครั้งจากประเด็นของภาวะโลกร้อนและความมั่นคงของแหล่งพลังงาน อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ใช้วิวาทะนี้เพื่อเร่ขายเทคโนโลยีนิวเคลียร์ของตนไปทั่วโลก และชัยนาทก็เป็นหนึ่งในสมการแห่งความบ้าคลั่งดังกล่าว

คนตำบลมะขามเฒ่าที่ชัยนาทเป็นคนรักสงบ การที่พวกเขาลุกขึ้นมารวมตัวกันตั้งคำถาม จัดเวทีพูดคุย และทำงานด้านข้อมูลข่าวสารเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ นับเป็นเรื่องไม่ธรรมดา เสียงของพวกเขาสมควรต้องได้รับการรับฟังจากคนในสังคมไทยเป็นอย่างยิ่ง และแน่นอนรัฐบาลและผู้ผลักดันโครงการนั้นไม่ควรเพิกเฉย แต่พวกเราก็ใช้กลยุทธ์การเพิกเฉยแบบแยบยล เห็นได้จากจดหมายจากกระทรวงพลังงาน ที่ลงนามโดยรองปลัดกระทรวง ซึ่งรั้งตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แจ้งมายังผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทว่า จากการสำรวจข้อมูลเบื้องต้นสรุปว่าพื้นที่สำรวจที่ตำบลมะขามเฒ่ามีคุณสมบัติต่ำกว่าเกณฑ์ในการคัดเลือกให้เป็นพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

จดหมายจากกระทรวงพลังงานฉบับนี้ถือว่าเป็นกลยุทธ์ (สกปรก) ที่ได้ผลพอสมควร คนในชุมชนส่วนใหญ่คิดว่า รัฐบาลจะไม่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่นั่นแล้ว แต่กลยุทธ์นี้เป็นสิ่งที่นำไปใช้อย่างกว้างขวางในหลายพื้นที่ที่มีความขัดแย้งระหว่างชุมชน รัฐ และ กลุ่มทุน ในกรณีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่รวมถึงโครงการพลังงานต่างๆ จดหมายฉบับนั้นจึงถูกถอดรหัสในทันทีว่าเป็น กลอุบายของรัฐในการลดกระแสต่อต้านของประชาชน

การหลับหูหลับตาผลักดันโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยไม่ฟังความเห็นที่หลากหลายของประชาชนนับเป็นเรื่องเปราะบาง การใช้งบประมาณ (ที่มาจากภาษีประชาชน) ลงไปยัดเยียดข้อมูลผ่านการประชาสัมพันธ์และทำให้คนยอมรับโครงการนั้นเป็นการคิดที่หยาบคายและตื้นเขินเป็นอย่างยิ่ง

กรีนพีซในคอนเสิร์ตต่อต้านนิวเคลียร์ ที่ชัยนาท by you.
หงา คาราวาน

วงคาราวานที่ขับขานเพลงแห่งการต่อสู้ของคนเล็กคนน้อย ของภาคประชาชน ก้องกังวานบนเวทีคอนเสิร์ต บนสนามฟุตบอลโรงเรียนวัดสิงห์ เป็นเสียงเพลงที่สร้างแรงบันดาลใจ และถือเป็นจุดเริ่มของการต่อสู้ของประชาชนอีกหน้าหนึ่ง เราอยากเรียกงานคอนเสิร์ตนี้ว่าเป็น งานดนตรีต่อต้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ครั้งประวัติศาสตร์

บทเพลงเก่านำมาขับขานใหม่ ที่สอดแทรกเนื้อหาผ่านคำร้อง ได้จุดประกายให้คนลุกขึ้นสู้ เราขอคารวะจิตใจวิญญานชุมชนที่นั่น เราเชื่อเหลือเกินว่า ด้วยพลังของประชาชน เราจะประสบชัยชนะในที่สุด

ดูภาพสไสลด์งานคอนเสิร์ตและนิทรรศการได้ที่นี่

ธารา