vendredi 5 décembre 2008

..แม่เมาะ..

5 ธันวาคม 2551

แม่เมาะเพาะรัก......ให้ก่อเกิด
กิจกรรมให้กำเนิดมิตรภาพ
อีกก้าวหนึ่งของนักฝันตัวน้อยๆ
ดำเนินไปตามจุดมุ่งหมายและบรรลุเป้าหมาย
แผงโซลาเซลล์ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
สามฝายแม้วจะคืนน้ำสู่วิถีชีวิต
นี่ไม่ใช่แค่การเข้าค่ายทำกิจกรรมเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน
แต่นี่เป็นการเริ่มต้นการสร้างและปกป้องอนาคตของเรา
"พอได้แล้วกับการจ่ายเงินเพื่อเผาโลก"

พรุ่งนี้เช้า เราจะออกค่ายกันแล้ว เพื่อนๆพี่ๆที่รัก
ฉันเชื่อเหลือเกินว่าการจากลาในวันพรุ่งนี้
จะเป็นการเริ่มต้นของความทรงจำที่ดี
สองคืนสามวันที่แม่เมาะ เราได้ช่วยกันเพาะค้นรัก
มันจะต้องเติบโต...เพื่อร่มเงาให้เราได้พิงหลังพัก
และเพื่อโลกของเรา


ด้วยรัก(เหลือเกิน)
ฟืนฝัน...

































































jeudi 4 décembre 2008

Global Day of Climate Action วันที่ 1

บรรดาเราเหล่า Solar Generation จากหลายมหาวิทยาลัยเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลาสองทุ่มครึ่ง ของวันที่ 3 ธันวาคม 2551

เช้าวันที่ 4 ธันวา เราเดินทางถึงตัวเมืองลำปางอย่างปลอดภัย รถตู้พาเรามุ่งหน้าเข้าสู่ศูนย์เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ

วันที่ 4-6 ธันวาคม 2551 เรามีภารกิจนอกห้องเรียนร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ นั่นคือ ภารกิจกู้วิกฤตโลกร้อน ภารกิจในการเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าเพื่อปกป้องอนาคตของพวกเราทุกคน

วันนี้เราได้เรียนรู้การต่อสู้ทางด้านสิทธิของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากถ่านหินในเหมืองแม่เมาะ จากลุงนะ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ

หลังจากนั้น พี่น้ำ จากกรีนพีซได้พูดคุยถึงวิกฤตพลังงานให้น้องๆ ฟัง พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบคำถาม ข้อสงสัยเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานในบ้านเรา

















ลุงนฤดล ประธานเครือข่ายฯแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ให้พวกเรา


















ช่วงบ่าย เราแบ่งกิจกรรมเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งศึกษาเรื่องพลังงานหมุนเวียนพร้อมเรียนรู้ภาคปฏิบัติในการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากเซลล์สุริยะ อีกกลุ่มหนึ่งเรียนรู้การทำฝายแม้ว พร้อมลงมือปฏิบัติ ขุดดิน ถางหญ้าปรับพื้นที่ ขนอิฐบล็อกเพื่อเพื่อจะก่อฝาย

อาการของกลุ่มฝาย (ซึ่งเราอยู่ในนั้นด้วย) เหนื่อยหอบกับการขนอิฐบล็อกแสนหนัก
เหนื่อย...แต่เราเหนื่อยแบบอิ่มรอยยิ้ม เช่นเดียวกับเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่เหนื่อยแบบมีรอยยิ้มเหมือนกัน
ใน "ภารกิจการปกป้องอนาคตของเรา"
ยุติภาวะโลกร้อน เริ่มต้นยุคพลังงานหมุนเวียน



ตะวันตกดินแล้ว อีกเดี๋ยวฟ้าจะมืด
คืนนี้เราจะนอนด้วยกันที่แม่เมาะ แล้วเราก็จะฝันร่วมกัน
"ฝันและหวังที่จะเห็นอนาคตยุคพลังงานสะอาดของเราให้เป็นจริงในเร็ววัน"

















ทีมเตรียมฐานสำหรับติดตั้งโซลาเซลล์
















ทำฝายเพื่อเก็บน้ำ




mardi 2 décembre 2008

วันรณรงค์ทั่วโลกเพื่อต่อสู้ภาวะโลกร้อน

ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2551 กรีนพีซในหลายประเทศจะรณรงค์เรียกร้องให้ผู้นำโลกลงมือทำอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน)
ดูที่นี่ว่าทั่วโลกทำอะไร

คลิกที่รูปด้านล่างเพื่อดูว่าประเทศไทยทำอะไร (เราขอเรียนเชิญทุกท่านให้เข้าร่วม) และโปรดติดตามเรื่องราวและรูปถ่ายการเดินทางในศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสิทธิ ผู้ป่วยแม่เมาะัได้ที่บล็อกนี้ (จะเขียนขึ้นในวันที่ 4-6 ธันวาคม 2551)



ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะได้รับการเยี่ยมชมโดยประชาชนมาแล้วหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนในชุมชนต่างๆ ที่ต่อต้านถ่านหินในพื้นที่อื่นๆ รวมถึงบุคคลสำคัญที่สามารถมีผลต่อการกำหนดนโยบาย กลุ่มเยาวชนยุคพลังงานสะอาดกรีนพีซ (Solar Generation) กำลังมุ่งหน้าไปติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในศูนย์แห่งนี้ นอกเหนือไปจากแปลงเกษตรอินทรีย์ ป่าปลูก และ โครงการเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่พวกเขามีแผนจะสร้างขึ้นในอนาคตอันใกล้

ชาวชุมชนแม่เมาะได้รับการโยกย้ายที่อยู่ไปยังพื้นที่ใหม่ ที่ที่พวกเขาจะสร้างศูนย์การเรียนรู้ และหมู่บ้านสีเขียว ชาวหมู่บ้านแม่เมาะต่อสู้ดิ้นรนมายาวนาน เพื่อต่อต้านโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ก่อมลพิษมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพวกเขาได้รับชัยชนะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปราศจากมลพิษในที่สุด

คลิกที่รูปด้านบนเพื่อดูว่ากรีนพีซ ประเทศไทย ไปทำอะไรที่นั่นในวันรณรงค์ทั่วโลกเพื่อต่อสู้ภาวะโลกร้อน (เราขอเรียนเชิญทุกท่านให้เข้าร่วม) และโปรดติดตามเรื่องราวและรูปถ่ายการเดินทางในศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสิทธิ ผู้ป่วยแม่เมาะัได้ที่บล็อกนี้ (จะเขียนขึ้นในวันที่ 4-6 ธันวาคม 2551)

mercredi 26 novembre 2008

ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับปัญหาโลกร้อน

การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซเผย ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาโลกร้อน

ปัจจุบันแม้ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่เน้นประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นกลยุทธ์ในการตลาดมากขึ้น แต่การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซ พบว่า ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง



นับตั้งแต่การจัดอันดับครั้งแรกในปี 2549 ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะด้านการลดใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์ และการรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การพัฒนายังไม่ครอบคลุมถึงประเด็นด้านพลังงาน ซึ่งแม้ผู้ผลิตเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพที่จะช่วยแก้วิกฤตปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ รวมถึงการผลักดันรัฐบาลเพื่อเป็นผู้นำแก้ปัญหา มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ลงมือกระทำดังกล่าวอย่างแท้จริง โดยโมโตโรล่า ไมโครซอร์ป เดล แอปเปิ้ล เลอโนโว ซัมซุง นินเทนโด และ แอลจี เป็นกลุ่มผู้ผลิตที่ยังไม่มีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต รวมถึงขาดการตั้งเป้าหมายในการปฏิบัติ และการมีส่วนช่วยแก้ปัญหาที่ชัดเจน

การเป็นผู้ผลิตสีเขียวอย่างแท้จริงนั้น ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับทุกประเด็น คือ ทั้งด้านพลังงาน สารพิษ และ การรีไซเคิล ทั้งนี้ เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low carbon economy) กรีนพีซจึงผนวกการประเมินผู้ผลิตในด้านพลังงานโดยดูจาก

1) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2) ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์
3) การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด
4) การสนับสนุนหรือผลักดันภาครัฐให้เป็นผู้นำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


จากการจัดอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวจำนวน 18 แบรนด์พบว่าผู้ผลิต 9 แบรนด์ได้รับคะแนนเกินกว่าครึ่ง (5/10 คะแนน)

- ผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้คะแนนจากหลักเกณฑ์ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์

- ฟูจิซึ-ซีเมนส์ ฟิลิปส์ และ ชาร์ป เท่านั้นได้รับคะแนนจากการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่มากเพียงพอ

- ฟิลิปส์และเอชพีเท่านั้น ที่ได้คะแนนสูงสุดจากการให้คำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตทั้งระบบ

- ผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิต แม้ว่าผู้ผลิตบางรายเป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เองก็ตาม มีเพียงโนเกียซึ่งเป็นอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถจัดหาพลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิตได้มากกว่าร้อยละ 25 และมีแผนที่จะจัดหาเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ให้ได้ภายในปี 2553

ผู้ผลิตที่โดดเด่นในเกณฑ์ด้านพลังงานกลับทำได้ไม่ดีในเกณฑ์ด้านสารพิษในผลิตภัณฑ์ และความรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ นั่นคือ

- ฟิลิปส์ ต่อต้านนโยบายความรับผิดชอบของผู้ผลิตแต่ละราย (Individual Producer Responsibility) ที่มุ่งให้ผู้ผลิตเก็บรวบรวมผลิตภัณฑ์ของตนเมื่อเสื่อมสภาพแล้วนำไปไปรีไซ เคิลรวมถึงออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

- เอชพี ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ปลอดจากสารเคมีอันตรายวางขายในตลาด แม้กระทั้งแผนที่จะหยุดใช้สารเคมีอันตราย

ในขณะที่ผู้ผลิตหลายรายเริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมีอันตรายสามารถผลิตได้จริง เช่น ผลิตภัณฑ์บางรุ่นจากโนเกีย โซนี-อีริคสัน โตชิบา ฟูจิซึ-ซีเมนส์ ชาร์ป และ แอปเปิ้ล

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในการจัดอันดับฉบับล่าสุด ประกอบด้วย โมโตโรล่าที่กระโดดจากอันดับที่ 15 มาเป็นที่ 7 โตชิบาขึ้นจากอันดับที่ 7 มาเป็นที่ 3 และชาร์ปขึ้นจากอันดับที่ 16 มาเป็นที่ 10 ผู้ผลิตที่มีอันดับลดลงส่วนมากเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เช่น เอเซอร์ เดล เอชพี และแอปเปิ้ล

อย่างไรก็ตาม แอปเปิ้ล ได้คะแนนเพิ่มจากการแจ้งข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของตน (carbon footprint) และผลิตภัณฑ์ไอพอดรุ่นใหม่ ปลอดจากสารเคมีอันตราย คือ พีวีซี (PVC) และ สารหน่วงไฟโบรมีน (BFRs)

กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้ผลิตทุกรายพยายามลดและยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย และรับผลิตภัณฑ์ของตนกลับไปรีไซเคิล พร้อมทั้งนำหลักเกณฑ์ด้านพลังงานไปปฏิบัติ” นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว “และ ที่สำคัญ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นสีเขียวได้จริง ผู้ผลิตทุกรายต้องไม่หยุดเพียงแค่ปฏิบัติตามข้อบังคับขั้นต่ำของกฎหมาย แต่จะต้องพัฒนาให้อุตสาหกรรมไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้อย่างแท้จริงและ ต่อเนื่อง


ดาวน์โหลดคู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฉบับที่ 10 ได้ที่นี่
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่
ดูการจัดอันดับของแต่และบริษัทโดยสรุปได้ที่นี่

สนุกกับโคลฟิงเกอร์

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเจมส์ บอนด์หรือไม่ คุณจะต้องหลงรักกราเวอร์สัน กรีน สายลับฝีมือเยี่ยมของเรา ผู้ที่จะเปิดโปงแผนการสุดชั่วร้ายของโคลฟิงเกอร์สุดแสนร้ายกาจ และก๊าซคาร์บอนคู่หูของเขา ที่พยายามจะทำให้โลกเต็มไปด้วยโรงไฟฟ้าถ่านหิน และทำลายสภาพภูมิอากาศ ในปฏิบัติการเมฆน้ำตาล

โปรดดูหนังเรื่องนี้เพื่อหาคำตอบ :

dimanche 16 novembre 2008

มันเกิดขึ้นได้ทุกที่

วีดิโอนี้แสดงถึงอุบัติเหตุอันน่าสะพรึงกลัวของเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิด

ยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์เชอร์โนบิลซ้ำสอง ไปที่นี่ เพื่อลงชื่อ

vendredi 3 octobre 2008

หยุดภาวะโลกร้อน คนไทยต้องลงมือทำแล้ว

เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ลูกหลานของเราต้องการการปฏิวัติพลังงาน

ลงชื่อได้เลยที่นี่

โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ
จังหวัดลำปาง

ในที่สุดสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ ได้ผ่าน “ร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน” ในวันที่ 29 กันยายน 2551 ร่างกฎหมายนี้จะนำไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ ปริมาณมหาศาล เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

เพราะกรีนพีซรณรงค์ี เพื่อเรียกร้อง “การปฏิวัติพลังงาน” มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 2 ปี ในฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากการสนับสนุนจากประชาชนและสมาชิกเช่นคุณ ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราพยายามอย่างไม่ท้อถอยและมุ่งมั่นที่จะเห็นโลกที่ดีขึ้นสำหรับลูกหลาน ของเรา เราจะประสบผลสำเร็จในที่สุด ซึ่งยิ่งเร็วก็ยิ่งดี


ถึงเวลาของประเทศไทยแล้ว

ความสำเร็จของฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่เป็นไปได้ในการปฏิวัติพลังงาน และเพื่อไม่ให้ประเทศไทยล้าหลัง เราต้องหยุดการใช้ถ่านหินที่ทำลายสภาพภูมิอากาศที่ร้ายกาจที่สุดนี้ และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงาน

ลงมือทำกันเถอะ

มารวมพลังเรียกร้องให้นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ให้ หันมาใส่ใจข้อเรียกร้องของประชาชน และดำเนินการออกกฎหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน และมาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ลงชื่อเรียกร้อง


ส่งต่ออีเมลนี้ไปยังเพื่อนของคุณ


เราต้องหยุดถ่านหิน ตัวการทำลายสภาพภูมิอากาศที่ร้ายกาจที่สุด และใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานของเรา

ลูกหลานของเราต้องการการปฏิวัติพลังงาน เพื่อให้พวกเขามีอนาคตที่ยั่งยืน

>>>
ลงชื่อตอนนี้เลย <<<

* หากคุณลงชื่อแล้ว โปรดส่งข้อความนี้ไปยังเพื่อนๆ ของคุณ ที่นี่ *


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และผลกระทบของภาวะโลกร้อน เยี่ยมเราได้ที่ http://www.greenpeace.or.th

jeudi 21 août 2008

เกมปฏิวัติพลังงาน! Energy [R]evolution - The Game!

กรีนพีซนำเสนอ เกมปฏิวัติพลังงาน !



เราจะตอบสนองความต้องการพลังงานที่กำลังเพิ่มขึ้นของประเทศไทยได้อย่างไร แหล่งเชื้อเพลิงและพลังงานชนิดใหม่ชนิดใดที่เราควรพัฒนาขึ้น และเราจะปกป้องสิ่งแวดล้อมในขณะเดียวกันได้อย่างไีร เหล่านี้เป็นคำถามที่เรากำลังเผชิญอยู่จริง แต่คุณไม่ต้องใช้เงินหลายสิบล้านบาทเพื่อตอบคำถามเหล่านี้

นี่เป็นอนาคตของคุณ คุณจะัใช้อะไรเป็นพลังขับเคลื่อนมัน

ประชาชนทั่วไปหลายพันคนในประเทศไทยรู้คำตอบแล้ว คำตอบของวิกฤตพลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ มลพิษทางอากาศนั้น พวกเขากล่าวว่า ปลิวอยู่ในสายลม ส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า และ เติบโตอยู่ในสนามหลังบ้านของคุณ

พวกเขาจำนวนมากออกไปประท้วง พวกเขาเดินขบวนบนถนนในกรุงเทพฯ และทุกๆ วัน พวกเขาหลายพันคนลงชื่อเห็นด้วยกับจดหมายเร่งด่วนถึงรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน และ บอกต่อเพื่อนๆ ของพวกเขา

เพื่อช่วยกระตุ้นให้ผู้คนเข้าใจและัถกเถียงมากขึ้นเกี่ยวกับวิธีดำเนินการทางออกที่แท้จริง กรีนพีซขอนำเสนอ เกมปฏิวัติพลังงาน ! ที่ทำให้คุณเป็นผู้สั่งการ โดยใช้ค้อนทุบเพื่อสร้างอนาคตใหม่สำหรับตัวคุณ

เล่น! ทุบ! แบ่งปัน!

นี่เป็นอนาคตของคุณ


ป.ล. ระวังคนในชุดสูท !

----


Greenpeace presents Energy [R]evolution- The Game !



How do we meet our nation’s growing energy demand? What new kinds of fuels and power sources should we develop? And how do we safeguard the environment at the same time? These are questions facing all of us indeed, but you don’t need to spend millions of dollars to answer these questions.

This is your future, so how will you power it?

Thousands of ordinary people in Thailand already know the answer. The answer to energy crisis, climate change and air pollution, they say, is blowing in the wind, shining in the sky, growing in your backyard.

They have held mass protests, they have walked the streets of Bangkok and every day hundreds of them are endorsing an urgent petition to the Energy Minister and telling their friends.

To help encourage greater understanding and discussion on how to implement real solutions, Greenpeace presents Energy [R]evolution- The Game ! that puts you in charge, quite literally, to hammer a new future for yourself.

Play it! Hammer it! Share it!

It’s your Future!

vendredi 8 août 2008

อาเซียนไม่เอานิวเคลียร์ ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน Don't Nuke ASEAN; Lead the Energy [R]evolution

คุณทราบหรือไม่ว่าปัจจุบันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์สูงที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศกำลังพัฒนา รองจากจีนและอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเพิ่มการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ 350% ภายในปี 2593 เราเชื่อว่าคุณเห็นด้วยว่านี่เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ได้เตือนถึงผลกระทบรุนแรง หากไม่ลดการปล่อยก๊าซเรือกระจกทั่วโลกลงครึ่งหนึ่งภายในกลางศตวรรษนี้

หนึ่งในวิธีแก้ปัญหาความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รัฐมนตรีพลังงานของประเทศในกลุ่มอาเซียนบางท่านกำลังผลักดัน ในการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน (AMEM) ประจำปี ในกรุงเทพฯ (5-8 สิงหาคม 2551) คือ พลังงานนิวเคลียร์ ประเทศเหล่านี้และรัฐมนตรีของประเทศเหล่านี้กำลังพยายามสาธยายว่า “ทางเลือกนิวเคลียร์” เป็นทางออกที่น่าเชื่อถือและเป็นไปได้จริงเพียงอย่างเดียวของเชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างไรก็ดี แม้ว่าโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดทั่วโลกจะเพิ่มจำนวนขึ้น 2 เท่า แต่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ลงได้มากที่สุดเพียง 5% เท่านั้น และจะเกิดขึ้นเป็นเวลานานหลังปี 2563 ซึ่งเป็นปีที่นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์จะต้องลดลง ดังนั้น 5% ถือว่าน้อยมากเหลือเกิน และสายเกินไปอย่างยิ่ง ที่สำคัญที่สุด อุตสาหกรรมนิวเคลียร์ยังไม่ได้แก้ปัญหาที่ติดมาโดยธรรมชาติ นั่นคือ กากกัมมันตภาพรังสี และยังไม่ได้จัดการกับภัยเสี่ยงของอุบัติเหตุ และ/หรือ การโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ที่อาจเกิดขึ้น

ในวันที่อังคารที่ 5 สิงหาคม 2551 กรีนพีซรณรงค์แก่สาธารณชนเรื่องอาเซียนไม่เอานิวเคลียร์” เพื่อกระตุ้นให้รัฐมนตรีพลังงานอาเซียนนำข้อเท็จจริงนี้เป็นหัวข้อในการหารือในการประชุมเรื่องหนทางด้านพลังงานในอนาคตของภูมิภาค ในการประชุม AMEM ประจำปีในกรุงเทพฯ นักกิจกรรมและอาสาสมัครกรีนพีซประมาณ 50 คนเดินขบวนจากมาบุญครองไปยังโรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล สถานที่จัดประชุม AMEM นักกิจกรรมสวมแว่นตาดำที่มีข้อความ “No Nuke” (ไม่เอานิวเคลียร์) ถังกากกัมมันตภาพรังสีสีเหลือง และ หน้ากากป้องกันสารพิษ

ในวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคม 2551 นักกิจกรรมกรีนพีซกลับไปเยือนสถานที่ประชุม AMEM อีกครั้ง และ ปูป้ายรูปทางเดินสีเหลืองเขียวบนทางเดินเข้าสู่โรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล สถานที่จัดประชุม รูปลูกศรขนาดยักษ์ชี้เข้าสู่ทางเข้าโรงแรม เป็นการกระตุ้นให้อาเซียน “ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน” นอกจากนี้ทีมนักกิจกรรมยังถือป้าย “หยุดถ่านหิน” “ไม่เอานิวเคลียร์” และป้ายที่ 3 เรียกร้องให้อาเซียนเพิ่มเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 40% ภายในปี 2563

เราเชื่อว่าคุณเห็นด้วยว่าวิธีแก้ปัญหาที่แท้จริงของความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ พลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ที่สะอาด ราคาถูก และ ปลอดภัย และประสิทธิภาพทางพลังงาน ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์ เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ ชีวมวล และ พลังความร้อนใต้พิภพ

ถ้าคุณเห็นด้วย แต่ยังไม่ได้ลงชื่อในจดหมายก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน คุณสามารถลงชื่อได้ตอนนี้ และบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณ

----------English----------

Did you know that currently Southeast Asia ranks third highest in carbon dioxide emissions among developing countries, after China and India. Southeast Asia will increase its carbon dioxide emissions by 350 percent by 2050. You will agree that this is unacceptable in the face of warnings by scientists about the dire consequences if the total global greenhouse gas emissions are not cut to half by mid-century.

One of the solutions to energy security and climate change being promoted by some Energy Ministers of ASEAN countries during their annual AMEM meeting in Bangkok(5-8 August,2008) is nuclear energy. These countries and their ministers are trying to portray the 'nuclear option' as the only credible and realistic alternative to fossil fuels. Yet, even if the entire global fleet of nuclear power plants was to be doubled in number it would at best lead to a 5% cut in carbon dioxide emissions (CO2). And this would occur long after 2020 but when climate scientists say cuts need to have been made. That's far too little, far too late. And on top of this, the nuclear industry still has not solved its intrinsic problems of radioactive waste or dealt with the risks from possible accidents and/or attacks.

On Tuesday, 5th August 2008, Greenpeace led a public demonstration "Don't Nuke ASEAN" to urge the ASEAN Ministers on Energy to take this fact on board while discussing the future energy pathway for the region at their annual meeting in Bangkok.About 50 Greenpeace activists and volunteers walked from MBK to Intercontinental Hotel where the AMEM summit is being held. Activists wore black glasses with the word "No Nuke", yellow nuclear radioactive containers and toxic prevention masks.

On Thursday, 7 August 2008, Greenpeace activists revisited the AMEM meeting again and painted a yellow/green pathway on the sidewalk leading to the Intercontinental Hotel, the venue fo the meeting, a massive arrow pointing in the direction of hotel entrance, urging ASEAN to "Lead the Energy [R]evolution". In addition, the team had banners, "Quit Coal", "Stop Nuclear" and a third one with our demand of ASEAN taking up a renewables target of 40% by 2020.

You will agree that the real solution for ensuring energy security and reverse dangerous climate change is clean, cheap and safe decentralised renewable energy and energy efficiency. Now is the time that the government tap the abundant renewable energy sources like wind, solar, biomass and geothermal energy.

If you agree but have not yet signed our Lead the Energy [R]evolution petition then you should do so now and also inform your friends about it.

jeudi 7 août 2008

อาเซียน: ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน - กรีนพีซ

วันนี้อาสาสมัครกรีนพีซส่งข้อความ "อาเซียน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน" หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล ในกรุงเทพฯ สถานที่จัดประชุมรัฐมนตรีพลังงา่นอาเซียน (ASEAN Ministers on Energy; AMEM) การรณรงค์ในครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่น เริ่มด้วยอาสาสมัครกรีนพีซยิงกาวเพื่อติดป้ายลูกศรที่มีข้อความ "ASEAN Lead the Energy [R]evolution" ป้ายลูกศรชี้เข้าสู่สถานที่จัดประชุม เป็นสัญลักษณ์กระตุ้ันเตือนให้รัฐมนตรีพลังงานนานาประเทศแสดงความเป็นผู้นำและเจตจำนงทางการเพื่อทำให้ประเทศไทยมุ่งสู่อนาคตแห่งพลังงานหมุนเวียนที่ สะอาด ปลอดภัย ยั่งยืน และ เลิกการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ และเลิกทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนติดกับในวงจรอุบาทว์ของเชื้อเพลิงฟอสซิลและพลังงานนิวเคลียร์ที่สกปรก อันตราย และ ราคาแพง

นอกจากนี้อาสาสมัครยังถือป้าย "หยุดถ่านหิน" "หยุดนิวเคลียร์" และป้ายที่ 3 คือ "เพิ่มเป้าหมายพลังงานหมุนเวียน 40% ภายในปี 2563" อาสาสมัครไม่คาดว่าการรณรงค์จะราบรื่นเช่นนี้ โดยมีเวลาติดป้ายอย่างเพียงพอ ไม่มีตำรวจจำนวนมากหรือเจ้าหน้าที่ที่เคร่งเครียด นอกจากนี้คนที่เดินผ่านไปมาก็ตอบรับอย่างดี

กรีนพีซยินดีที่อาเซียนผนวกประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานเป็นประเด็นหลักของการประชุมรัฐมนตรีพลังงานที่ประเทศสิงคโปร์ และเห็นด้วยกับการตั้งเป้าหมายที่สูงส่งของอาเซียนที่จะเพิ่มส่วนแบ่งของพลังงานหมุนเวียนสำหรับผลิตไฟฟ้าในภูมิภาคให้เป็นร้อยละ 10 ภายในปี 2553 แต่เป็นเรื่องแย่ตรงที่คำประกาศดังกล่าวยังคงเป็นเพียงกระดาษ อาเซียนล้มเหลวที่จะแปรเปลี่ยนเป้าหมายดังกล่าวนั้นให้เป็นการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนที่เกิดจริงในภูมิภาค และขณะนี้เวลาใกล้หมดลงแล้ว

รัฐบาลในอาเซียนต้องเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ และทำหน้าที่เพื่อให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่เพิ่มขึ้นจากระดับที่เป็นอยู่ โดยการเลือกพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด และขยายประสิทธิภาพทางพลังงาน ในขณะเดียวกัน การใช้พลังงานควรเพิ่มขึ้นอย่างสมดุลกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ท่านสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ครั้งนี้ โดยลงชื่อเรียกร้องการปฏิวัติพลังงานได้ ที่นี่


lundi 4 août 2008

อาเซียนไม่เอานิวเคลียร์ Don't Nuke ASEAN

สวัสดีครับ นักกิจกรรมกรีนพีซ

สัปดาห์นี้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานแห่งประเทศในกลุ่มอาเซียนจะประชุมในกรุงเทพฯ เพื่อตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับทางเลือกด้านพลังงานในอนาคตสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เรามีโอกาสที่จะเปลี่ยนทิศทางของแผนการของพวกเขาจากการลงทุนกับพลังงานนิวเคลียร์ ให้หันมาลงทุนในการใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล และ พลังความร้อนใต้พิภพ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับพวกเราทุกคน

ขอเชิญมีส่วนร่วมในการเดินขบวน “อาเซียนไม่เอานิวเคลียร์” ในวันพรุ่งนี้ (อังคารที่ 5 สิงหาคม 2551) เพื่อเรียกร้องให้การประชุมสุดยอดรัฐมนตรีพลังงานแห่งอาเซียน ไม่หารือเรื่องพลังงานนิวเคลียร์

รายละเอียดของการเดินขบวนมีดังนี้

วันที่: อังคาร 5 สิงหาคม
จุดนัดพบ: Bangkok Art Gallery (ตรงข้ามมาบุญครอง)
เวลาเริ่มเดินขบวน: 16.00 น.
เส้นทางการเดินขบวน: จาก Bangkok Art Gallery ไปยังโรงแรมอินเตอร์คอนทิเนนทัล และเดินขบวนบน Skywalk กลับมายังสยามสแควร์

พลังงานนิวเคลียร์: ภัยเสี่ยงที่น่าสะพรึงกลัวต่อความปลอดภัยของพวกเรา และไม่ใช่คำตอบของความมั่นคงด้านพลังงาน

เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ดำเนินการอยู่ในโลกมีข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยเป็นของคู่กันโดยธรรมชาติ มีการพบข้อบกพร่องด้านคุณภาพและความปลอดภัย 1,500 อย่างในการก่อสร้างเครื่องปฏิกรณ์ใหม่ในฟินแลนด์ ซึ่งถูกกล่าวว่าเป็นเครื่องปฏิกรณ์สมัยใหม่

ปัจจุบัน ยังไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิตที่แน่ชัดจากอุบัติเหตุที่เชอร์โนบิล แต่มีผู้ประมาณการว่ามากกว่า 100,000 คน

มลพิษด้านกัมมันตภาพรังสีจากพลังงานนิวเคลียร์ไม่ได้เกิดขึ้นเมื่อมีอุบัติเหตุเท่านั้น แต่เกิดขึ้นทั้งวงจรของพลังงานนิวเคลียร์ ทำให้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของพวกเราอย่างต่อเนื่อง

ยิ่งไปกว่านั้น พลังงานนิวเคลียร์ทำให้พวกเราตกอยู่ในความเสี่ยงของอาวุธที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ก่อการร้ายใช้วัสดุนิวเคลียร์หรือเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์เป็นอาวุธ หรือรถขนส่งนิวเคลียร์อาจเป็นเป้าหมายของผู้ก่อการร้าย

พลังงานนิวเคลียร์ผลิตกากนิวเคลียร์ ซึ่งรวมถึงเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว 200,000 ตัน ที่พอกพูนทั่วโลก ซึ่งจะยังคงอันตรายถึงเสียชีวิตเป็นเวลาหลายแสนปี ไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ปลอดภัยของการจัดการและกำจัดกากกัมมันตภาพรังสีที่อันตรายร้ายแรงในระยะยาว แม้ว่าจะมีการลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ และมีการวิจัยหลายทศวรรษก็ตาม

วีธีแก้ปัญหาที่แท้จริงเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน คือ พลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์ที่ยั่งยืน ราคาถูก และปลอดภัย และ ประสิทธิภาพทางพลังงาน

ผมหวังว่าจะได้พบกับพวกคุณในวันอังคาร มาร่วมกันเดินขบวนเพื่อพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่สดใส สะอาด และ ปลอดภัย

ขอบคุณครับ
ธารา บัวคำศรี
ผู้จัดการฝ่ายรณรงค์
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

-------English
-------

Dear Activist,

This week the Energy Ministers of ASEAN countries will meet in Bangkok to take important decisions regarding the future energy choices for the region. We have an opportunity to steer them away from their plans to invest in nuclear energy and instead invest in tapping the abundant sources of renewable energy such as solar, wind, biomass and geothermal to ensure energy security for all of us.

Join our "Don't Nuke ASEAN" march next Tuesday demanding that nuclear energy be taken off the table at the AMEM summit.
Here are the details of the march:

Date: Tuesday 5th
Meeting point: Bangkok Art Gallery (opposite MBK Center)
March starts at: 4:00pm
Route of the March: From BKK Art Gallery to Intercontinental Hotel and marching on Skywalk back to Siam Square.

Nuclear power - a frightening risk to our safety and no answer to
energy security:

All operating reactors in the world have inherent safety flaws. 1,500
quality and safety defects have already been found in the construction
of the new reactor in Finland, described as state of the art.

Today, the precise death toll of the Chernobyl accident remains unknown but it is estimated to be more than one hundred thousand.

Radioactive pollution from nuclear power happens not only when there is an accident, but throughout the nuclear cycle, continuously harming our environment and health.

Furthermore, nuclear power puts us at risk of increased proliferation, terrorists getting nuclear materials or a nuclear reactor or nuclear transport being potential terrorist target.

Nuclear power produces nuclear waste, including the 200 000 tons of spent fuel amassed worldwide. This will remain deadly for hundreds of thousands of years. There is no safe solution to the long term management and disposal of hazardous radioactive waste despite billions of dollars in investment and decades of research.

The real solution for ensuring energy security is sustainable, cheap and safe decentralised renewable energy and energy efficiency.

I look forward to seeing all of you on Tuesday. Together, let's march towards a brighter, cleaner and safer future for Thailand.

Thank you,
Tara Buakamsri
Campaign Manager
Greenpeace Southeast Asia

dimanche 20 juillet 2008

ร่วมส่งวีดิโอ YouTube ไม่เอาพลังงานสกปรก!

ร่วมส่งข้อความถึงรัฐบาลไทยว่าคุณไม่ต้องการพลังงานสกปรก และต้องการพลังงานหมุนเวียน โดยไปที่วีดิโอนี้ของกรีนพีซ -- http://www.youtube.com/watch?v=2OZFZj31NDg

และ post "video response" ใต้วีดิโอนี้

ข้อความอาจเป็น "หยุดถ่านหิน" "ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน" "ไม่เอาพลังงานสกปรก" "ไม่เอานิวเคลียร์" หรือข้อความของคุณเอง


-----

ทำไมต้องไม่เอาถ่านหิน

การเผาไหม้ถ่านหินเป็นแหล่งกำเนิดหลักของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออก สู่บรรยากาศ และเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถ่านหินปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหนึ่งหน่วยพลังงานมากกว่าน้ำมันถึง 29 % และมากกว่าก๊าซถึง 80%

ทำไมต้องไม่เอานิวเคลียร์

พลังงานนิวเคลียร์ผลิตพลังงานทั่วโลกได้น้อยกว่าพลังงานหมุนเวียน และปริมาณการผลิตพลังงานจะยังคงลดลงต่อไปในอีกหลายปีที่กำลังจะมาถึง

ตรงกันข้ามกับสิ่งที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์บอกกับเรา การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงจนเห็นความ เปลี่ยนแปลงจะมีค่าใช้จ่ายหลายสิบล้านล้านบาท ก่อให้เกิดกากกัมมันตภาพรังสีในระดับสูงที่ทำให้เสียชีวิตได้ ทำให้ส่วนประกอบของอาวุธนิวเคลียร์เพิ่มอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงเท่ากับที่เชอร์โนบิลทุกๆ ทศวรรษ สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจเป็นการที่นิวเคลียร์จะผลาญทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ สำหรับการดำเนินวิธีแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนที่เห็นความเปลี่ยนแปลงได้

ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน

แหล่งพลังงาน​หมุนเวียน เช่น​ ​แสงอาทิตย์​และ​ลม​นั้น​ ​เป็น​แหล่งพลังงานที่​ใช้​ได้​สม่ำ​เสมอ​ ​นำ​มา​ใช้​งาน​ได้​ง่าย​ ​และ​ มี​ใช้​เหลือเฟือ​ ​รายงาน​ฉบับ​ล่าสุด​จาก​คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่า​ด้วย​การเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ​ (IPCC) ​ยืนยันว่า​เทคโนโลยีหลายพันชนิด​ใช้​งาน​ได้​แล้ว​ ​ใน​ราคาที่ต่ำ​มาก​ ​เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอัน​เป็น​หายนะต่อสภาพภูมิอากาศ​ ​และ​รัฐบาลต่างๆ​ ​ควรกำ​จัดอุปสรรคขัดขวางการ​ใช้​เทคโนโลยี​เหล่านี้

mercredi 16 juillet 2008

ตื่นเต้นที่มาบตาพุด

“กรีนพีซประท้วงอีกแล้ว” หลายคนอาจคิดเช่นนั้นเมื่อเห็นข่าวเมื่อวันที่ 15 ก.ค. เราได้ประท้วงอย่างสงบเพื่อ “หยุดถ่านหิน” นั่นคือ​ ต่อต้านการขยายโรงไฟฟ้าถ่านหินของเบลเยียม​ ​ใน​นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด​ ​จังหวัดระยอง แต่เราทุกครั้งที่เราประท้วง เรามีเหตุผล ครั้งนี้ก็เช่นกัน….

อ่านต่อ http://quitcoal.wordpress.com/2008/07/17/mapthaphut


---

After the dramatic standoff on 15 July between Rainbow Warrior and the local police, marine police, secret police, coast guards, Thai navy, port authorities and other assorted party poopers, we got a major breakthrough in the evening even before we could make a call on escalation of confrontation at the Belgian company's coal plant in Thailand.

Our demands for cancellation of the coal plant were endorsed by two key Thai senate reps, who cited violation of EIA requirements, non-compliance with the new electricity regulators rules and the massive community opposition. They will both move the senate and the energy ministry to immediately stop work on the coal plant.

samedi 5 juillet 2008

นักรบสายรุ้งเดินทางถึงประเทศไทย

ในที่สุดสายลมก็ได้พัดพาเรนโบว์ วอร์ริเออร์ เรือธงของกรีนพีซ มาสู่น่านน้ำสงขลา เพื่อส่งข้อความถึงรัฐบาลไทย ประชาชนไทยและทั่วโลกว่า เราไม่ต้องพึ่งพาพลังงานสกปรก อันตราย และ ราคาแพง เช่น ถ่านหินและนิวเคลียร์ ถ่านหินเป็นตัวการหลักของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุภาวะโลกร้อน นิวเคลียร์เป็นตัวการหลักของการฆ่าและทารุณผู้คนและสิ่งแวดล้อมด้วยกาก กัมมันตภาพรังสีอันตรายร้ายแรง

ติดตามการเดินทางของเรือเรนโบว์ วอร์ริเออร์ได้ที่
www.greenpeace.or.th/quitcoal

และ Blog: Quit Coal: Lead the Energy [R]evolution หยุดถ่านหิน ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน

ลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการปฏิวัติพลังงาน

ดูภาพไสลด์การเดินทาง

ส่งรูปของคุณ บอกโลกถึงเวลาปฏิวัติพลังงาน

lundi 23 juin 2008

รำลึก 4 ปีแห่งการสูญเสีย เจริญ วัดอักษร นักต่อสู้ผู้ปกป้องภูมิอากาศโลก

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2551 กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงานรำลึก 4 ปีแห่งการสูญเสีย เจริญ วัดอักษร นักต่อสู้ผู้ปกป้องภูมิอากาศโลก

นายเจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก ต.บ่อนอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และแกนนำต่อต้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าบ่อนอก ถูกยิงเสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เวลา 21:30 น. บริเวณทางเดินเข้าบ้าน หลังเดินทางไปยื่นข้อมูลความผิดปกติ ในการออกเอกสารสิทธิที่ดินสาธารณะให้กับ คณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา



"เจริญ เป็นคนที่มีเพื่อนฝูงมาก ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่เล่นการพนัน และไม่ใช่นักเลง เคยเตือนเขาหลายครั้งว่าถ้าทำตรงนี้ก็ ต้องมีวันนี้เพราะมีตัวอย่างให้เห็น แต่เขาไม่ยอมถอย" พระครูวิชิตพัฒนวิธาน เจ้าอาวาสวัดสี่แยกบ่อนอก พี่ชายของเจริญ ให้ข้อมูล จากความสำเร็จในการคัดค้านโรงไฟฟ้า เจริญ ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์แก่ชาวบ้านทั่วประเทศ และได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ที่มี อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นอธิการบดี

อ่านต่อ ดูภาพสไลด์ของงาน และ อ่านกลอนเพราะๆ จากเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่นี่



ก้าวสู่การปฏิวัติพลังงาน Lead the Energy [R]evolution!

สวัสดีค่ะ


หากร่วมมือกันเราจะพาประเทศไทยก้าวสู่การปฏิวัติพลังงานได้
Lead the Energy [R]evolution

กรีนพีซกำลังรณรงค์เพื่อผลักดันการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในโครงการพลังงานหมุนเวียน และประสิทธิภาพทางพลังงานในประเทศไทย กรีนพีซเชื่อว่า เราต้องปฏิวัติพลังงานเพื่อให้โลกมีระบบนิเวศและเศรษฐกิจที่ดี และวิทยาศาสตร์และตลาดต่างๆ ได้เห็นพ้องเช่นนั้น เราต้องปฏิวัติพลังงานเพื่อความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว เพื่อต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และ เพื่อสันติภาพในประเทศไทย

คุณช่วยเราได้ โดยช่วยผลักดันให้รัฐบาลไทยตัดสินใจเลือกใช้พลังงานที่ถูกต้องสำหรับประเทศไทย

คุณสามารถช่วยยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์เชอร์โนบิลซ้ำสอง หลีกเลี่ยงเหตุการณ์แม่เมาะ และ เลื่อนเวลาเกิดน้ำท่วมใหญ่ครั้งต่อไปในพื้นที่อาศัยของคุณ

คุณสามารถหยุดกระทรวงพลังงานไม่ให้สร้างความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษ ให้เลิกใช้ถ่านหิน ให้ปฏิเสธพลังงานนิวเคลียร์ และ ก้าวกระโดดไปสู่อนาคตที่มั่นคง โดยการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน ซึ่งสมเหตุสมผลทั้งด้านเศรษฐกิจและนิเวศวิทยา

คุณสามารถเป็นผู้นำการปฏิวัติพลังงานโดยการลงชื่อในจดหมาย ที่นี่ หรือคุณสามารถเป็นผู้กล้าหาญและให้คำปฏิญาณที่จะลงมือทำด้วยตัวเอง หรือ บอกเพื่อนของคุณ เกี่ยวกับความจำเป็นเร่งด่วนที่จะเลือกพลังงานที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของพวกเราทุกคน

Hi,

Together we can lead the Energy [R]evolution!
Lead the Energy [R]evolution

Greenpeace is running a campaign for increased investments in renewable energy and energy efficiency programs in Thailand. Greenpeace believes and science and markets agree that for ecological and economic good of the planet, an Energy Revolution is needed. For long term energy security, for combating climate change, for sustainable development and for peace in Thailand.

You can help us, help the Thai government make the right energy choices for Thailand.

You can help stop another Chernobyl, avoid another Mae Moh, and delay the next brown out in your neighborhood.

You can stop the Energy Ministry from committing the biggest blunder of the century , to Quit Coal, to reject Nuclear energy and leap frog into a secure future by investing in sustainable and renewable energy. Makes Economic and Ecological sense.

You can lead the energy revolution by signing on the letter here, or you can be brave and pledge to take personal action or tell you friends about the urgent need to make the right energy choices. For our collective future.


mercredi 4 juin 2008

ปกป้องน้ำกับกรีนพีซในวันสิ่งแวดล้อมโลก

วันสิ่งแวดล้อมโลก: กรีนพีซชูประเด็นแก้ปัญหามลพิษทางน้ำ พร้อมเปิดโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ



บางปู, ประเทศไทย เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก 5 มิถุนายน กรีนพีซเปิดโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ ซึ่งเป็นหน่วยศึกษาการปนเปื้อนสารพิษและผลกระทบจากมลพิษในแหล่งน้ำของชุมชน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่เกษตรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้อง กับการใช้สารเคมีอันตราย เพื่อเผยแพร่เป็นข้อมูลแก่ชุมชนในพื้นที่และประชาชนทั่วไปให้รับทราบถึงปัญหา และตระหนักต่อการร่วมแก้ไขป้องกันปัญหามลพิษทางน้ำของประเทศ



อาสาสมัครโครงการหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำยังได้ส่งข้อความ “รักษ์แหล่งน้ำ หยุดมลพิษ” ที่คลองสาธารณะของชุมชนคลองหัวลำภู ตำบลบางปู ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งรองรับน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรม ส่งผลกระทบต่อชุมชนมาตลอดระยะเวลานับสิบปี เป็นตัวอย่างของชุมชนที่ “ถูกสังเวยไปกับการพัฒนาอุตสาหกรรม” ได้อย่างชัดเจน

อ่านต่อ
ลงมือทำ
- ชมเว็บไซต์ Water Patrol Unit
- แจ้งเหตุมลพิษทางน้ำ
- สมัครอาสาสมัคร Water Patrol Unit

dimanche 27 avril 2008

เรารักข้าวไทย

สวัสดีค่ะ

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำกล่าวนี้มีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง แสดงให้เห็นว่า ข้าว เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน เปรียบเสมือน ชีวิต จิตวิญญาณ และ วัฒนธรรมของเรา แต่วันนี้ข้าวไทยกว่า 17,000 ชนิด กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงกับจีเอ็มโอ

ด้วยความพยายามที่จะปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจีเอ็มโอก่อนที่จะสายเกินไป กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดทำโครงการ "เรารักข้าวไทย" เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหยุดยั้งการเข้ามาของข้าวจีเอ็มโอ ปกป้องชาวนาไทยไม่ให้ตกเป็นทาสบริษัทต่างชาติ รักษาพันธุ์ข้าวธรรมชาติให้คงอยู่คู่วิถีชีวิตคนไทย

ประเทศไทยถือเป็นโดมิโนตัวสุดท้ายในเอเชีย หากข้าวไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอแล้ว เราคงไม่สามารถเรียกหาข้าวพันธุ์ธรรมชาติที่บรรพบุรุษเราเฝ้าฟูมฟักมาด้วย หยาดเหยื่อและภูมิปัญญาได้อีกต่อไป

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขอเชิญเจ้าของร้านอาหารร่วมโครงการ ร่วม "เรารักข้าวไทย" โดยมีนโยบายว่าจะขายข้าวปลอดจีเอ็มโอให้กับผู้บริโภคเท่านั้น คลิกที่นี่เพื่อร่วมโครงการ

สำหรับผู้บริโภค โปรดเลือกบริโภคข้าวพันธุ์ธรรมชาติเท่านั้น พร้อมทั้งปฏิเสธข้าวจีเอ็มโออย่างสิ้นเชิง เพื่อเป็นการสนับสนุนชาวนาไทยผู้เสียสละในการปกป้องและรักษาพันธุ์ข้าวไทย

ผู้ที่มีคนรู้จักเป็นเจ้าของร้านอาหาร ท่านช่วยได้โดยส่งต่อข่าวนี้

ลงมือทำทันที

ร่วมโครงการ เรารักข้าวไทย

ไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่ของเรา่เกี่ยวกับอาหารปลอดจีเอ็มโอได้ที่ Truefood.org

ร่วมโหวตให้ข้าวไทยเป็นที่หนึ่งในโลก พร้อมลุ้นของรางวัล ที่ www.truefood.org

อาหารปลอดจีเอ็มโอ คือ อาหารที่แท้จริง
True Food is GMO-Free!

หมายเหตุ
กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลก อีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค

mercredi 23 avril 2008

The 11th Hour of Humankind

วันที่ 22 เมษายน 2551 ซึ่งเป็นวันคุ้มครองโลก (Earth Day) กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับ บริษัท แคททาลิสท์ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดการฉายภาพยนตร์ DVD เรื่อง The 11th Hour (ตีแสกปมโลกวิกฤต) งานเริ่มต้นด้วยการสนทนาเรื่องภาวะโลกร้อน โดย นายธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวัฒน์ จารุพงษ์สกุล หน่วยศึกษาพิบัติภัยและข้อสนเทศเชิงพื้นที่ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดำเนินรายการโดยนายทรงกลด บางยี่ขัน บรรณาธิการนิตยสาร aday

On Earth Day, 22 April 2008 Greenpeace Southeast Asia (Thailand) and Catalyst Alliance (Thailand) had a DVD movie preview of The 11th Hour.

ดูภาพบรรยากาศภายในงานได้ที่นี่

See the slideshow of the event here.



ดู เหมือนว่าข่าวและบทความต่างๆ ที่แสดงว่าเรากำลังปฏิบัติกับโลกอย่างเลวร้ายไม่ได้ทำให้คนสำนึก ดังนั้น ทุกคนควรต้องดูภาพยนตร์เรื่องนี้ มันอาจจะไ่ม่เปลียนชีวิตคุณ แต่อาจทำให้คุณลุกขึ้นมาทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ เพื่อโลก

It seems that all the news about destructions to the earth by humans have not sunk in our minds so this movie is a must-watch. It may not change your life but it may encourage you to do some little changes for the earth.

ภาพยนตร์ เรื่องนี้อำนวยการสร้างและบรรยายโดยลีโอนาโด ดิคาปริโอ โดยมีนักวิทยาศาสตร์ นักกิจกรรมสิ่งแวดล้อม ผู้ทรงความรู้ และ นักการเมือง ออกมากล่าวโต้แย้ง ให้ข้อมูล และ วิจารณ์ผู้ต่อต้านการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม

This movie was directed and narrated by Leonardo Dicaprio. It has scientists, activists, gurus, political figures going through arguments, giving facts and criticizing the anti-green people.



สิ่ง ที่พวกเขาพูดนั้นเกี่ยวกับผู้คนที่เจ็บป่วย สัตว์ที่กำลังสูญพันธุ์ไปเรื่อยๆ ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ หมอกควันที่ปกคลุม ทะเลสาบที่กำลังเหือดแห้ง ป่าที่กำลังถูกผลาญทำลาย อากาศที่กำลังร้อนขึ้น ซึ่งพวกเราทราบดีว่ากำลังเกิดขึ้นอยู่ คำพูดของพวกเขาน่าจดจำและมีพลังอย่างยิ่ง

They were saying about sick people, disappearing animals, huge floods, billowing smoke, dying lakes, emptying forests, warming weather, which are what we know happening. Their words were memorable and powerful.

The 11th Hour อาจปลุกเบื้องลึกของจิตใจมนุษย์ ที่ถูกครอบงำโดยความคิดที่เราเคยชิน ซึ่งเป็นสาเหตุของการทำลายโลก ภาพยนต์เรื่องนี้กล่าวว่าเราเหลือเวลาอีกไม่มาก ที่จริงไม่ใช่ชั่วโมงที่ 11 ด้วยซ้ำ แต่เป็นชั่่วโมงที่ 11.59 โลกไม่มีวันหมดเวลา แต่มนุษย์เหลือเวลาน้อย แต่ความหวังยังมี ทางแก้ปัญหามีอยู่ และ พลังมวลชนจะทำให้โลกได้รับการเยียวยาได้

The 11th Hour may awake humans' hearts which are overcome by our comfort thoughts that are the causes of the earth's destructions. The movie mentioned that we don't have much time left. We are not even in the 11th hour but in 11.59 hours. The world never runs out of time but humans have little left. However, keep the hope alive because solutions exist and humans' power can cure the earth.

เรื่องย่อ

นี่คือ ชั่วโมงที่ 11 ของมนุษยชาติ: เสี้ยวเวลาสุดท้ายที่เราสามารถเปลี่ยนแปลงสาเหตุ และการเร่งทำลายระบบนิเวศของโลก นักแสดงชื่อดัง "ลีโอนาร์โด ดิคาพรีโอ" อำนวยการสร้าง และเป็นผู้บรรยายถึงวิกฤติการณ์ฉุกเฉิน ที่เหลียวมองว่าเราเคยอยู่กันอย่างไร เราเดินไปทิศทางไหน และที่สำคัญเราจะแก้ไขได้อย่างไร

พบแนวทางของ นักคิดชั้นนำ อาทิ มิคาเอล โกบาชอฟ, สตีเฟน ฮอวก์กิ้ง, วิลเลี่ยม แม็คโดนาฟ และอีกมากมาย ที่จะเผยถึงวิกฤติ ณ ปัจจุบันของทุกชีวิตบนโลก สัมผัสภาพอันน่าวิตกของภัยธรรมชาติทั้งน้ำท่วม ไฟป่า พายุเฮอร์ริเคน การพังทลายของภูเขาน้ำแข็ง และ กองขยะที่เพิ่มพูน พร้อมภาพสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันกระตุ้นเตือนให้เราลงมือเสียแต่วันนี้ เราจะหันมาใช้นวัตกรรมใหม่ และหยุดพฤติกรรมทำลายทรัพยากรได้หรือยัง? โลกกำลังป่วยหนัก แต่เรามีทางออกเพื่อเยียวยาดาวเคราะห์ดวงนี้ให้ยังคงเป็นบ้านของคนรุ่นต่อไป ในอนาคต

Synopsis

Humankind’s 11th hour is here: the last moment when we can change course and stop our rush toward global ecological collapse. Actor Leonardo DiCaprio produces and narrates this urgent and transformational look at where we’ve been, where we’re going and – most important – how we can change. Thinkers from Mikhail Gorbachev to Stephen Hawking to sustainable-design expert William McDonough and dozens more reveal the current, critical state of life on planet earth. Astonishing images of floods, fires, hurricanes, collapsing ice cliffs and growing mountains of waste juxtaposed with images of a sustainable future urge us to take action. Will we employ exciting new technologies and change our behavior to save our planet? The crisis is now; but we do have the solutions to save this unique blue planet for future generations.

......

กรีนพีซต้อง การความช่วยเหลือจากคุณ เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กร โดยบอกให้มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครเป็นนักกิจกรรมออนไลน์

1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรี นพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาลและเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์ หรือ Cyberactivist ของกรีนพีซ
ร่วม เคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการออกเสียง และส่งต่อข่าวสารสิ่งแวดล้อม มีหลายสิ่งที่คุณทำได้ เพื่อปกป้องโลกอันบอบบางใบนี้ สมัครรับจดหมายข่าวสิ่งแวดล้อม เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - เป็นส่วนหนึ่งของกรีนพีซ สละเวลาเพียงน้อยนิด ด้วยการสมัครเป็นอาสาสมัคร ทำงานรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม มีงานมากมายที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป

......

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

samedi 12 avril 2008

จีเอ็มโอ ภัยร้ายต่อเกษตรกรรมไทย


Johnsongrass ซึ่งเป็นหนึ่งในวัชพืชที่ก่อปัญหามากที่สุด ปัจจุบันต้านทานยากำจัดวัชพืชที่มีสารไกลฟอเสท(glyphosate) หรือ ราวด์อัพ ในพื้นที่เพาะปลูกในรัฐอาคันซัส และ มิสซิสซิปปี้ สหรัฐอเมริกา Johnsongrass เป็นวัชพืชชนิดล่าสุดที่ทำให้ผู้คนตั้งคำถามถึงการปลูกพืชตัดต่อพันธุกรรม (GE) ที่ต้านทานยากำจัดวัชพืชอย่างแพร่หลาย ในปีนี้ เกษตรกรในสหรัฐอเมริกาจะใช้ยาราวด์อัพ ซึ่งผลิตโดยบริษัทมอนซานโตกับพื้นที่เพาะปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด และ ฝ้าย ที่ถูกตัดต่อพันธุกรรมเพื่อให้ทนทานยากำจัดวัชพืชดังกล่าว พืชตัดต่อพันธุกรรมเหล่านี้ และชนิดอื่นๆ มีจำหน่ายให้เกษตรกร โดยบริษัทสารเคมีอ้างว่าสามารถลดการใช้ยาฆ่าแมลงลงได้ แต่การใช้ยากำจัดวัชพืชชนิดใดชนิดหนึ่งมากเกินขนาดทำให้เกิดวัชพืชที่ต้านทานยากำจัดวัชพืชอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังเช่น Johnsongrass ที่เพิ่งถูกค้นพบ

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งว่า พืชตัดต่อพันธุกรรมเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

พืชตัดต่อพันธุกรรมทำให้เกิดวัชพืชที่ร้ายแรง ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ เมื่อปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมแล้วไ่ม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้ และ ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะส่งผลต่อสุขภาพมนุษย์อย่างไร ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือ อย่ายอมให้มีการปล่อยสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมออกสู่สิ่งแวดล้อม และสนับสนุนเกษตรกรรมอินทรีย์ (Organic Farming) ซึ่งยั่งยืนและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต

รัฐบาลไทยไม่ควรนำเงินจากบริษัทสารเคมีข้ามชาติเข้ากระเป๋าตนเอง แต่ควรคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยของสิ่งมีชีวิต บริษัทสารเคมีพยายามขายเมล็ดพืชจีเอ็มโอ ซึ่งทำให้เกษตรกรต้องซื้อยาฆ่าแมลงที่ใช้สำหรับพืชชนิดนั้นๆ มาด้วย ทำให้บริษัทได้กำไรมหาศาล นอกจากนี้เคยมีกรณีเมล็ดพืชจีเอ็มโอปลิวไปสู่แปลงเกษตรกรอื่น ทำให้เกษตรกรถูกฟ้องร้องเรื่องลิขสิทธิ์ หากประเทศไทยยอมให้ปลูกจีเอ็มโอ จะทำให้บริษัทสารเคมีข้ามชาติได้กำไรมหาศาล แต่เกษตรกรไทยต้องยากจนลง เพราะบริษัทเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เมล็ดพืช

พืชจีเอ็มโอไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อใดที่จีเอ็มโอปนเปื้อนออกสู่ธรรมชาติแล้ว เราจะไม่สามารถเรียกสิ่งแวดล้อมเดิมกลับคืนมาได้ เพราะพืชจีเอ็มโอได้กลืนกินพืชธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการส่งออกของประเทศ เพราะหลายประเทศปฏิเสธพืชจีเอ็มโอ

กรีนพีซจึงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยคงมติ ครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามการปลูกพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิด เพื่อรักษาความเป็นผู้นำด้านการส่งออกของไทย รวมทั้งป้องกันไม่ให้พืชจีเอ็มโอเข้าสู่ประเทศและทำให้ภาคเกษตรกรรมไทยต้องล่มสลาย

ร่วมปกป้องให้เกษตรกรรมไทยปลอดภัยจากจีเอ็มโอ ไปที่เว็บไซต์ TRUEFOOD.org ของกรีนพีซ เพื่อดูว่าคุณสามารถช่วยได้อย่างไร

.........
คุณช่วยกรีนพีซได้ดังนี้
1. สมัครเป็นสมาชิกวันนี้
กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........
พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

samedi 5 avril 2008

เขตปลอดรถ Car-Free


เว็บไซต์นี้ --> www.carfree.com มีข้อมูลเมืองและสถานที่ (เช่น ถนน เกาะ) ต่างๆ ที่ห้ามรถวิ่ง

และนี่คือ รายชื่อสถานที่ปลอดรถทั่วโลก

เป็นความคิดที่ดีเยี่ยมใช่ไหมคะ เพราะถ้าปราศจากรถ ก็ปราศจากมลพิษและการผลาญทรัพยากร

ก๊าซคาร์บอนเป็นสารเคมีธรรมชาติที่มีอยู่ในบรรยากาศ แต่รถปล่อยคาร์บอนออกสู่บรรยากาศและทำให้ปริมาณคาร์บอนเสียสมดุล

เราอาศัยอยู่ในวงจรปิด ซึ่งหมายความว่าไม่มีอะไรสามารถเพิ่มเข้ามาหรือออกไป และไม่มีสิ่งใหม่สามารถถูกสร้างขึ้นได้ เรามีได้เท่าที่มีอยู่ หากต้องการรู้ว่าคาร์บอนทำร้ายสิ่งแวดล้อมอย่างไร ก็ให้ลองคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นหากคุณอยู่ในโรงรถที่ถูกปิดและมีรถติดเครื่องอยู่สิคะ

ครัวเรือนที่มีรถเก๋งขนาดกลาง 2 คัน ปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ 9,000 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งเท่ากับมลพิษ 9 ตันซึ่งมีผลต่อปรากฏการณ์เรือนกระจก รถ SUV ปล่อยมลพิษที่เป็นสาเหตุของโลกร้อนมากกว่ารถขนาดเล็ก 40%

มลพิษที่เป็นตัวกักเก็บความร้อน เช่น มลพิษจากรถยนต์และรถบรรทุก สามารถคงอยู่ในบรรยากาศหลายทศวรรษจนถึงประมาณ 1 ศตวรรษ

ถ้ากรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เป็นมิตรต่อจักรยานแบบกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอแลนด์ก็ดีสิคะ มีที่จอดจักรยานที่สถานีรถไฟตั้ง 2 ชั้นแหนะ แบบนี้ไง:



แต่ถึงสภาพกรุงเทพฯ ในปัจจุบันไม่เอื้อให้ขี่จักรยาน แต่สิ่งที่เราทำให้ คือ หันมาใช้รถสาธารณะกันเยอะๆ และใช้รถเท่าที่จำเป็น นอกจากจะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซต์แล้ว ยังทำให้รถติดน้อยลงด้วยนะคะ

ถ้าอยากรู้ว่าปีหนึ่งๆ คุณปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์เท่าไหร่ สามารถคำนวณได้ที่ คลินิกโลกร้อน ของกรีนพีซ

---------

กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเพื่อนๆ ของคุณเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ของกรีนพีซโดยบอกให้พวกเขาไปเยี่ยมเว็บไซต์ของกรีนพีซ – http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครจดหมายข่าวนักกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ทางอินเทอร์เน็ต

คุณช่วยเราได้ดังนี้

1. บริจาควันนี้ – ช่วยกรีนพีซให้ดำรงอยู่ สมัครสมาชิกวันนี้
กรีนพีซเป็นองค์กรต่อต้านการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรัฐบาลและบริษัท เราไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลและเอกชน จึงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือจากประชาชนเช่นคุณ
2. ลงมือทำ – เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์กรีนพีซ รับวิธีง่ายๆ เพื่อปกป้องโลก
3. เป็นอาสาสมัคร – มีหลายอย่างที่ต้องทำเพื่อปกป้องโลกใบนี้สำหรับคนรุ่นต่อไป และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

vendredi 15 février 2008

ศึกบริษัทเกมส์

สวัสดีค่ะ

กรีนพีซประเทศไทย ขอเชิญชวนนักเล่นเกมส์และทุกท่านมีส่วนร่วมในการรณรงค์โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเว็บไซต์ 'ศึกบริษัทเกมส์' ภาคภาษาไทย เพื่อส่งข้อความต่อ โซนี่ ไมโครซอฟท์ และ นินเทนโด ซึ่งเป็นผู้ผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเกมส์เพลย์สเตชั่น เอ็กซ์บ็อกซ์ และ Wii ให้มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโดยยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์

'สำหรับประเด็นเรื่องการผลิตที่สะอาดและการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์ยังคงเดินตามหลังผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์พีซีอยู่มาก โดยผู้ผลิตมือถือและคอมพิวเตอร์พีซีได้พัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ให้มีการลดการใช้สารเคมีอันตรายลงอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา' นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว 'เมื่อเครื่องเล่นเกมส์มีส่วนประกอบจำนวนมากเหมือนกับเครื่องพีซี ดังนั้นผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์ก็น่าที่จะปฎิบัติได้เช่นเดียวกัน' พลายกล่าวต่อ

กรีนพีซนำเสนอ 'วีดีโอแมชชินิมา'เรื่อง 'ศึกบริษัทเกมส์: สงครามเพื่ออนาคต'ความยาว 90 วินาที โดยมีตัวการ์ตูนดังของเกมส์ ได้แก่ Master Chief ของไมโครซอฟท์ มาริโอ ของนินเทนโด และ คราโตส ของโซนี ที่แข่งขันกันแย่งชิงของรางวัล คือ เครื่องเล่นเกมส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คุณเป็นผู้ถือแป้นบังคับ คุณ ซึ่งเป็นลูกค้า เป็นผู้ที่บริษัทเหล่านี้ฟังเสียง โปรดเข้าไปที่ เว็บไซต์นี้ และดูว่าผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์ที่คุณโปรดปราน อยู่ในระดับใด และกระตุ้นให้บริษัทนั้นก้าวสู่อีกระดับของการแข่งขันเพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


คราโตส, Master Chief และ มาริโอ เผชิญหน้ากับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์กองมหึมา

ลงมือทำ

กระตุ้นให้ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมส์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


ขอบคุณค่ะ
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

mercredi 13 février 2008

นิทรรศการภาพถ่าย "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต

English text is after Thai.

สวัสดีค่ะ

ผ่านไปแล้วกับการประกวดภาพถ่ายหัวข้อ "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต" ถึงเวลาของนิทรรศการภาพถ่ายแล้วค่ะ......











กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขอเชิญทุกท่านร่วมนิทรรศการภาพถ่าย"วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต" โดยจะมีพิธีเปิดในวันที่ 1 เมษายน 2551 ในงานจะมีการมอบรางวัลให้กับภาพถ่ายที่ชนะการประกวด และจะมีการแสดงภาพในวันที่ 1-15 เมษายน 2551 ที่เซ็นทรัล เวิร์ล ชั้น 3 โซนอีเดน


ภาพถ่ายที่ได้รับรางวัลและที่จะนำไปจัดแสดงสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตปัญหาของแหล่งน้ำกินน้ำใช้หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่ถูกกระทำย่ำยีโดยกิจกรรมมนุษย์ โดยสะท้อนหลากหลายมุมมองปัญหา ตั้งแต่วิกฤตปัญหาน้ำเสียจากอุตสาหกรรม สารเคมีปนเปื้อน ขยะถูกทิ้งในน้ำ น้ำเสียจากบ้านเรือน สภาพแห้งแล้ง รวมถึงผลกระทบจากน้ำเสีย และ ภาพบ่งบอกวิกฤตเชิงสัญลักษณ์ เป็นต้น ที่สามารถสะท้อนถึงปัญหา และให้แนวคิดต่าง
ๆ เกี่ยวกับเรื่องของวิกฤตน้ำที่ก่อโดยมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

หวังว่าจะได้พบกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Hello,

I hope you can still remember the photo contest, "Endangered Water, Endangered Lives". We have the winners and now it is time for the exhibition.

Greenpeace Southeast Asia, Thailand invites you to "Endangered Water, Endangered Lives" photo exhibition. The opening ceremony is on April 1, 2008. There will be an award reception on that day. The exhibition period is April 1-15, 2008.









The award-winning photographs, including the ones that will be exhibited, reflect the crisis of the water sources for consumption or the natural water sources which are being exploited by humans' activities. The photographs reflect many problems such as water pollution from industries, chemical contamination, garbage, waste water from households, drought, including the effects of water pollution and symbolic photographs showing the crisis. They can very well present the problems and concepts about human-induced water crisis.

See you there,
Greenpeace Southeast Asia, Thailand