Affichage des articles dont le libellé est gmo. Afficher tous les articles
Affichage des articles dont le libellé est gmo. Afficher tous les articles

lundi 23 novembre 2009

Rice Harvest : เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย

คนไทยรักข้าวไทย

คุณคิดเหมือนกันไหมคะว่า ข้าวไทยอร่อยที่สุดในโลก ?

วันนี้มีโอกาสไปเกี่ยวข้าวกับผู้สนับสนุนและอาสาสมัครกรีนพีซในงาน “เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย" ที่ราชบุรี หลังจากที่ได้เริ่มปลูกกันตั้งแต่ต้นปี วันนี้ก็ถึงเวลาเกี่ยวข้าวพันธุ์ก่ำพะเยา หรือข้าวที่ให้สีดำในภาพศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์นี้แล้วนะคะ

ข้าวไทย อาหารหลักในประเทศและยังส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก การปลูกข้าวครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงความภูมิใจในข้าวไทยรวมถึงการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนและรัฐบาลตระหนักถึงวิถีแห่งการเพาะปลูกข้าวที่สืบทอดกันมา การทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนเป็นวิถีแห่งความอยู่รอด เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปกป้องข้าวไทยอันเป็นสมบัติของชาติให้ปลอดจากการดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ

งานกิจกรรมเกี่ยวข้าวนี้เริ่มต้นจากการกล่าวเปิดงานจากท่านรองผู้ว่าจังหวัด ราชบุรี และต่อด้วยการเข้าสู่พิธีบายศรีโดยหมอขวัญผู้เฒ่าผู้แก่ และการสวดพิธีไหว้แม่พระโพสพเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและขอขมาขอพร ให้เก็บเกี่ยวข้าวให้ได้ผลดีเพื่อนำมาเป็นข้าวขวัญใช้ปลูกข้าวในปีต่อไป

เสียงสวดของหมอขวัญ ผู้เฒ่าผู้แก่จบลงด้วยเสียงบทเพลงเชิญชวนให้ไปเกี่ยวข้าว และลงท้ายด้วยเสียงไชโย…โห่…ฮิ้วววว! ให้ทุกคนขานรับ เป็นสัญญาณเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันลงเกี่ยวข้าวกันในนา

จากนั้นทุกคนไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรในพื้นทีแถวนั้น อาสาสมัครกรีนพีซ ผู้สนับสนุนกรีนพีซ เด็กนักเรียน ก็ร่วมแรงกายแรงใจลงไปเกี่ยวข้าวในนากัน

'.... เกี่ยวเถอะนะแม่เกี่ยว อย่ามันชะแง้แลเหลียว เดี๋ยวเคียวจะเกี่ยวก้อยเอา.....'

(ต้องระวัง เดี๋ยวเคียวจะเกี่ยวตัวเองเอาจริงๆคะ...)

ถึงแม้จะแดดร้อนเปรี้ยง แต่พวกเราทุกคนก็ดูเหมือนสนุกสนานกับการได้ลงเกี่ยวข้าว ครั้งหนึ่งในชีวิต ทำให้เราตระหนักถึงความยากลำบากของชาวนา 'หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน' ได้ยินเสียงมาจากน้องข้างๆว่า โห ปลูกข้าวมีขั้นตอนลำบากอย่างนี้ กว่าจะได้ข้าวสารมาเป็นเม็ดๆหุงได้ ต่อไปนี้ต้องทานข้าวให้หมดจานแล้วล่ะ....

หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็มีการสาธิตการกระเทาะเม็ดข้าวออกจากเปลือกโดยวิธีการแบบดั่งเดิมที่ใช้วัววิ่งบดมัดข้าวที่วางบนขี้วัวอัดแข็งเป็นรองพื้น นอกจากนี้ในบริเวณยังมีซุ้มสาธิตขั้นตอนการผลิตข้าวแบบดั่งเดิมของไทยเราต่างๆ เช่นการโม่ข้าว วิถีภูมิปัญญาไทยด้วยนะคะ

...วันนี้ ที่ราชบุรี ท้องฟ้าแจ่มใน แดดออกเต็มที่ แต่อากาศเย็นสบาย เห็นภาพที่ผู้คนเกือบสองร้อยชีวิต ร่วมแรงร่วมใจ ลุยท้องนา เกี่ยวข้าว และมัดข้าว เพื่อเตรียมสำหรับขั้นตอนต่อไป กันในผืนนา ก็ทำให้ดีใจไม่หาย ถึงความร่วมมือร่วมใจปกป้องข้าวไทย ก็เรา คนไทย รักข้าวไทย นี่คะ








> อ่่านเรื่องราวทั้งหมดของศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนและ ปกป้องข้าวไทยจาก GMO คลิก

>
ติดตามเรื่องราวทางกรีนพีซทาง Facebook คลิก


ริน

vendredi 11 septembre 2009

ชาวนาไทย หัวใจสู้


คุณ ทราบไหมคะว่าเมื่อปีที่แล้ว ประเทศไทยได้รับประกาศนียบัตรจากกินเนสบุ๊ก Guiness Book World's Record ว่า ในปี 2008 ประเทศไทยได้ส่งข้าวออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก (ประมาณ 8 ล้านตัน - คิดเป็นประมาณ 27% จากทั้งโลก)




ข้าว อาหารหลักของคนไทย สินค้าส่งออกหลักของประเทศ แล้วมีใครทานข้าวแล้วนึกถึงชาวนา คนปลูกข้าว 'หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน' ไหมคะ

คุณป้าสำเนียง ฮวดลิ้ม อายุ 62 ปี - ชาวนาไทยคนหนึ่ง เกิดในครอบครัวที่ทำนามาตลอด และปัจจุบันก็ยังทำนาด้วยวิถีดั่งเดิมอยู่



คุณป้าเล่าชีวิตการทำนาให้เราฟังด้วยความภาคภูมิใจ;

"ป้าทำนามาตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าอายุ 13-14 ปี ก็ช่วยพ่อไถนาแล้ว สมัยนั้นก็ไม่เคยใช้เคมี ใช้ขี้วัว ไปตามธรรมชาติ แล้วอยู่มา ก็มีคนบอกให้ลองใช้ดูจะได้ผลดีขึ้น ป้าก็ลองทำดู ทำไปปีแรก ก็ได้ผลดี แต่พอทำปีต่อไป ดินมันเสื่อมคุณภาพลง และข้าวก็เป็นสารพัดโรค มันคงดื้อยา แล้วเราก็ต้องซื้อเคมีมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบำรุง ปีนึงๆ ซื้อยา 4-5 ครั้ง ครั้งละพันกว่าบาท และข้าวออกมาก็แข็ง ทั้งๆที่เป็นข้าวเราพันธุ์เดิมนั้นแหละ พอปีที่ 3 ดินมันแย่มาก ป้าก็เอาขี้วัวไปใส่ ข้าวก็เริ่มไม่เป็นโรค แข็งแรงขึ้น ป้าก็เลยเริ่มเรียนรู้ ทำจุลินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ยาฆ่าแมลงชีวภาพ ทำจากน้ำส้มควันไม้ ถ่านก็เผาเอง ไม่ต้องซื้อ แกลบ ก็เอามาทำปุ๋ยต่อ หรือ เอามาเผาถ่านเพื่อทำปุ๋ยหมัก รายได้ก็เริ่มดีขึ้น รายจ่ายก็ไม่ค่อยมี ส่วนข้าวนั้น ก็ยังเอามาแปรรูปทำขนมจีนแป้งสด เพื่อเพิ่มมูลค่า"


คุณป้าบอกว่าแค่ดูแลดินให้ดี เตรียมพื้นที่ปลูกข้าวทุกขั้นตอนด้วยเกษตรอินทรีย์ วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่นขี้วัว ขี้ควาย ไม่ใช้เคมีเกษตรเลย ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมักทำเอง ซึ่งก็ทำให้ได้ผลผลิตใกล้เคียงกับปุ๋ยเคมี แต่ต้นทุนต่ำกว่ามาก

'ปุ๋ยเคมีมีต้นทุนสูงมาก สูงกว่าการปลูกทางอินทรีย์ประมาณ 4 เท่าตัว ต้นทุนทำนาปุ๋ยเคมีประมาณ 4,600 กว่าบาทต่อไร่ เทียบกับ 1,000 บาทเท่านั้นถ้าใช้วิธีปลูกทางอินทรีย์

และนี่ที่ทางบ้านป้า (หมายถึงมีคุณป้า คุณลุง ลูกชาย และลูกสะใภ้) ช่วยกันหว่านเอง ดำนาเองด้วย ไม่ต้องเสียค่าจ้างแรงงาน ต้นทุนก็เหลือแค่ประมาณ 400 บาทต่อไร่เท่านั้น แต่เวลาถ้าทำไม่ไหว ก็จ้างลูกจ้าง คนที่เขาไม่มีงานทำ เช่นผู้ใหญ่ที่อายุแยะหน่อย หรือคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ พวกที่เขาไม่มีคนอื่นจ้างหน่ะ จะได้ช่วยชุมชนด้วย" คุณป้าสำเนียงเล่าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม


"ทีแรกลุงเขา (หมายถึงสามีคุณป้า) ก็ไม่เชื่อหรอก ว่าไม่ใช้พวกปุ๋ยเคมี หรือสารฆ่าแมลงเคมีแล้วจะได้ผลผลิตดี แต่พอทำไปแล้วมันได้ผลเหลือเชื่อ ยิ่งทำไป ทำไป ดินก็อุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ปีที่ 3 นี่ ดินสมบูรณ์มาก โดยสังเกตจากมีสัตว์ต่างๆ เช่นปูนา มาอาศัยอยู่ได้ ผลผลิตก็ดี ความนุ่มและรสชาติของข้าวก็อร่อยกว่าปลูกด้วยเคมีอีก อย่างเอาข้าวมาทำขนมจีนนี่ ข้าวที่ได้จากการปลูกโดยใช้เคมีจะแข็ง เวลาเอาทำขนมจีนแทบไ่ม่ได้ มันจะร่วนและก็บูดง่าย" คุณป้าเสริม


ตอนนี้ คุณป้าสำเนียง ได้เปิดศูนย์พ่อสร้าง ลูกสาน โพธาราม มูลนิธิกษิกรรมธรรมชาติ เปิดอบรมให้ชาวบ้านมาเรียนรู้ โดยนอกจากจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังให้ที่พัก อาหารฟรีด้วย โดยเปิดสอน 2 หลักสูตร คือหลักสูตรการเกษตรอินทรีย์ทั่วไป เช่นสอนนาข้าวปลอดสารพิษ วิธีทำจุลินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ยาฆ่าแมลงธรรมจากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดสารพิษตกค้าง และหลักสูตรต้นกล้าอาชีพ ซึ่งจะสอนเฉพาะคนว่างงาน-ไม่มีิเงินเดือน


สุดท้าย คุณป้าฝากไว้ว่า "อยากให้เกษตรกรทุกคนที่ทำนา หันมาใช้วิถีอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยหมักธรรมชาติ เพราะปลอดภัยและได้ผลดี เป็นเกษตรกรรมแบบยั่งยืน"


"ตอนนี้ชีวิตดีขึ้น ก่อนนี้ชีวิตป้าย้ำแย่ ชีวิตป้ายิ่งกว่าละครอีก ล้มหลายครั้ง รุ่งก็หลายครั้ง

หลงทาง ไปทำอะไรที่เราทำไม่เป็น เพราะเราไม่รู้ เชื่อเขาบอกว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจะรวย ก็ทำไปทั้งๆที่เราไม่มีความรู้จริง

เราต้องกลับมาดูตัวเราเองว่ามีความรู้ แก้ปัญหากับสิ่งที่เราทำให้เป็น ศึกษาเรียนรู้ทำอะไรที่เรารู้ เราจะได้แก้ปัญหาเป็น อย่าเอาแต่ฟังจากเขาพูด อย่างป้าเองปัจจุบัน ในที่สุดมีชีวิตที่ดีกลับมาได้ก็เพราะอาชีพทำนาที่เราทำมาตั้งแต่เด็ก" คุณป้าพูดด้วยใบหน้าอมยิ้มด้วยความภูมิใจ


ทางกรีนพีซมีโครงการสนับสนุนข้าวไทยปลอดภัยสารพิษ ต่อต้านข้าว GMO ดูรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่นี้นะคะ



Rin


dimanche 27 avril 2008

เรารักข้าวไทย

สวัสดีค่ะ

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำกล่าวนี้มีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง แสดงให้เห็นว่า ข้าว เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน เปรียบเสมือน ชีวิต จิตวิญญาณ และ วัฒนธรรมของเรา แต่วันนี้ข้าวไทยกว่า 17,000 ชนิด กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงกับจีเอ็มโอ

ด้วยความพยายามที่จะปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจีเอ็มโอก่อนที่จะสายเกินไป กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดทำโครงการ "เรารักข้าวไทย" เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหยุดยั้งการเข้ามาของข้าวจีเอ็มโอ ปกป้องชาวนาไทยไม่ให้ตกเป็นทาสบริษัทต่างชาติ รักษาพันธุ์ข้าวธรรมชาติให้คงอยู่คู่วิถีชีวิตคนไทย

ประเทศไทยถือเป็นโดมิโนตัวสุดท้ายในเอเชีย หากข้าวไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอแล้ว เราคงไม่สามารถเรียกหาข้าวพันธุ์ธรรมชาติที่บรรพบุรุษเราเฝ้าฟูมฟักมาด้วย หยาดเหยื่อและภูมิปัญญาได้อีกต่อไป

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขอเชิญเจ้าของร้านอาหารร่วมโครงการ ร่วม "เรารักข้าวไทย" โดยมีนโยบายว่าจะขายข้าวปลอดจีเอ็มโอให้กับผู้บริโภคเท่านั้น คลิกที่นี่เพื่อร่วมโครงการ

สำหรับผู้บริโภค โปรดเลือกบริโภคข้าวพันธุ์ธรรมชาติเท่านั้น พร้อมทั้งปฏิเสธข้าวจีเอ็มโออย่างสิ้นเชิง เพื่อเป็นการสนับสนุนชาวนาไทยผู้เสียสละในการปกป้องและรักษาพันธุ์ข้าวไทย

ผู้ที่มีคนรู้จักเป็นเจ้าของร้านอาหาร ท่านช่วยได้โดยส่งต่อข่าวนี้

ลงมือทำทันที

ร่วมโครงการ เรารักข้าวไทย

ไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่ของเรา่เกี่ยวกับอาหารปลอดจีเอ็มโอได้ที่ Truefood.org

ร่วมโหวตให้ข้าวไทยเป็นที่หนึ่งในโลก พร้อมลุ้นของรางวัล ที่ www.truefood.org

อาหารปลอดจีเอ็มโอ คือ อาหารที่แท้จริง
True Food is GMO-Free!

หมายเหตุ
กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลก อีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค

mercredi 26 décembre 2007

กรีนพีซประณาม ครม. เหตุฉวยโอกาสอนุมัติให้ทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฉวยโอกาสอนุมัติให้ทดลองปลูกพืชตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ในพื้นที่เปิดชองราชการ

“เราพบว่านี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เมื่อพิจารณาเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของมะละกอจีเอ็มโอ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากการเพิกเฉยของกระทรวงเกษตร ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาวไทยในการบริโภคพืชจีเอ็มโอซึ่งจะก่อให้เกิดภัยคุกคามอันร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของสังคม แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่สนับสนุนผลประโยชน์ของคนทั่วไป ซ้ำร้ายกลับไปสนับสนุนผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

กรีนพีซยืนยันจะขอต่อสู้ต่อไปเพื่อหยุดการทดลองพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิดของทางราชการ หวั่นเกษตรกรรมไทยจะก้าวสู่หายนะ เนื่องจากประเทศไทยเคยได้รับบทเรียนจากการปนเปื้อนมะละกอจีเอ็มโอในสิ่งแวดล้อมมาแล้วในปี 2547 ซึ่งปัจจุบันนี้กระทรวงเกษตรฯ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้



กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบทหลักการของความยั่งยืน เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย
การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลก ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค

อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่

...........
กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กร โดยบอกให้มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครเป็นนักกิจกรรมออนไลน์

1.ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาลและเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์ หรือ Cyberactivist ของกรีนพีซ
ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการออกเสียง และส่งต่อข่าวสารสิ่งแวดล้อม มีหลายสิ่งที่คุณทำได้ เพื่อปกป้องโลกอันบอบบางใบนี้ สมัครรับจดหมายข่าวสิ่งแวดล้อม เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - เป็นส่วนหนึ่งของกรีนพีซ สละเวลาเพียงน้อยนิด ด้วยการสมัครเป็นอาสาสมัคร ทำงานรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม มีงานมากมายที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป

...........
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

mardi 28 août 2007

กรีนพีซถล่มมะละกอหน้ากระทรวงเกษตรฯ รุก รมต.เกษตรฯ หยุดล้มมติ ครม. ห้ามทดลองพืชจีเอ็มโอ


English Text is After Thai


นักกิจกรรมกรีนพีซประท้วงหน้าประตูหลักของกระทรวงเกษตรฯ ในขณะที่รถบรรทุกถล่มมะละกอขวางทางเข้า กิจกรรมนี้ทำเพื่อเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับการปนเปื้อนจีเอ็มโอครั้งสำคัญที่มีสาเหตุจากการโฆษณาชวนเชื่ออย่างผิดกฎหมายของมะละกอจีเอ็มโอในขอนแก่นในปี 2547 กรีนพีซเรียกร้องให้ครม. ไม่ยกเลิกมติที่ห้ามการทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในไร่นาเปิด



.................................................


กรุงเทพฯ, 27 สิงหาคม 2550- วันนี้กลุ่มอาสาสมัครกรีนพีซถล่มมะละกอจำนวน 3 คันรถบรรทุก ประมาณ 9 ตัน ถมหน้าประตูทางเข้าออกของกระทรวงเกษตรฯ เพื่อย้ำเตือนถึงคดีมะละกอปนเปื้อนจีเอ็มโอ ที่จังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2547 ซึ่งยังคงค้างคาอยู่ พร้อมเรียกร้องไม่ให้คณะรัฐมนตรียกเลิกมติครม. ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอทุกชนิดในระดับไร่นา

“ที่กรีนพีซเอามะละกอมากองขวางที่หน้าประตูกระทรวงเกษตรฯ ในวันนี้ เพื่อเตือนรัฐมนตรีธีระ สูตะบุตร ในกรณีที่ยังพยายามที่จะทำลายอนาคตของเกษตรกรไทย เพียงเพื่อจะสนับสนุนกลุ่มผลประโยชน์บางกลุ่มที่คอยผลักดันพืชจีเอ็มโอ และบริษัทธุรกิจเคมีเกษตรเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

“ความพยายามผลักดันให้ยกเลิกมติครม.ให้มีการปลูกพืชจีเอ็มโอของรัฐมนตรีธีระ สูตะบุตรนั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากระทรวงเกษตรฯไม่ได้ใส่ใจในอนาคตของผลิตผลทางการเกษตรของประเทศที่ต้องพึ่งพาตลาดส่งออกเป็นหลัก ซึ่งตลาดเหล่านี้ไม่ต้องการผลผลิตที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอ ก่อนที่เขาจะเปิดทางให้พืชจีเอ็มโอเข้ามายึดครองพื้นที่ในประเทศ เราขอให้เขาสะสางเรื่องเก่าที่ทางกระทรวงฯ เคยก่อไว้เมื่อครั้งที่มีการทดลองปลูกมะละกอจีเอ็มโออย่างผิดกฏหมายที่จังหวัดขอนแก่น” ณัฐวิภากล่าวเสริม

ในเดือนกรกฎาคมปี 2547 กรีนพีซเปิดโปงกระทรวงเกษตรฯ ว่าเป็นสาเหตุทำให้มะละกอไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอ โดยมีการทดลองปลูกมะละกอจีเอ็มโอที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 ส่วนแยกพืชสวน จ.ขอนแก่น และปล่อยให้มีการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์มะละกอที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอให้กับเกษตรกรไทยกว่า 2,669 ราย ใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระทรวงเกษตรฯ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการควบคุมการแพร่กระจายของพืชจีเอ็มโอ สร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทย การปนเปื้อนที่ผิดกฎหมายและไม่พึงประสงค์นี้เป็นเหตุให้ตลาดโลกโดยเฉพาะในยุโรปขาดความเชื่อมั่นต่อการส่งออกมะละกอไทย


หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้กระทรวงเกษตรฯ จำต้องทำลายต้นมะละกอในสถานีทดลองที่จังหวัดขอนแก่น แต่เมื่อกรีนพีซสุ่มเก็บตัวอย่างมะละกอในแปลงเกษตร เมื่อปี 2548 ปรากฎว่ายังพบมะละกอจีเอ็มโอในแปลงเกษตรใน 5 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร กาฬสินธุ์ ชัยภูมิ มหาสารคาม และระยอง กรีนพีซจึงฟ้องกรมวิชาการเกษตรต่อศาลปกครอง ด้วยเหตุที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดการปนเปื้อนจีเอ็มโอในมะละกอดังกล่


“แทนที่กระทรวงเกษตรฯ จะจดจำบทเรียนจากการแพร่กระจายของมะละกอปนเปื้อนจีเอ็มโอในสถานีทดลองที่จังหวัดขอนแก่น ที่เกิดจากการไร้ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร แต่กระทรวงฯ ยังดื้อรั้นที่จะเดินหน้าผลักดันให้มีการยกเลิกมติครม. ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอ และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันพรุ่งนี้ กรีนพีซจึงต้องมาที่นี่เพื่อหยุดการกระทำดังกล่าว และเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมรวมทั้งภาคเกษตรกรรมของไทยให้รอดพ้นจากแผนการอันชั่วร้ายของกลุ่มผลประโยชน์เหล่านี้” ณัฐวิภา กล่าวย้ำ


กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลกอีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค

...........



CAPTION OF THE PIC ABOVE: 27th August 2007 - BANGKOK, THAILAND Greenpeace activists protest outside the main gates of the Ministry of Agriculture and Cooperatives (MoAC) in Bangkok whilst a truck dumps papayas blocking the entrance. The action is to remind the government of the legacy of genetic contamination that exists brought about by its illegal propagation of GM papayas in Khon Kaen province in 2004. The activists are demanding that the existing ban on field trials of genetically modified crops should not be repealed by the Cabinet.
©Greenpeace/Vinai Dithajohn


Greenpeace blocks Agriculture Ministry Gates

Activists demand that Sutabutra desist from nixing ban on GM crop trials

Bangkok, 27 August 2007- Greenpeace activists dumped truckloads of papayas at the main gates of the Ministry of Agriculture and Cooperatives (MoAC) in Bangkok today, to remind the government of the legacy of genetic contamination that exists brought about by its illegal propagation of GM papayas in Khon Kaen province in 2004. The activists are demanding that the existing ban on field trials of genetically modified crops should not be repealed by the Cabinet.

“We are forced to block the gates of MoAC because Minister Thira Sutabutra, seems to be hell-bent on destroying the livelihood of Thai farmers only to serve the interests of GMO pushers which include a few agro-chemical corporations.” said Natwipha Ewasakul, Genetic Engineering campaigner for Greenpeace Southeast Asia.”

“His continuing push to repeal the ban on GM crop trials betrays his lack of concern for the future of Thai agricultural production which relies strongly on export markets favoring untainted farm produce. Before he opens the floodgates that would allow more genetic contamination to take place, we dare him to first clean up the mess that his department left behind with their unwanted and illegal GM papaya experiments in Khon Kaen province.” she added.

In July 2004, Greenpeace exposed the role of a MoAC-run experimental station in Khon Kaen as the source of genetic contamination of Thai papayas. The station distributed GE contaminated papaya seeds to as many as 2,669 farmers in 37 provinces. The MoAC has so far failed to act to comprehensively rid Thai papaya farms of this widespread GE contamination. Due to the uncertainty caused by this unwanted and illegal contamination, market confidence on Thai papaya exports especially in Europe faltered.

Following an outcry, MoAC was forced to order the destruction of papaya trees in Khon Kaen research station’s field trials but Greenpeace found GE papaya in 5 provinces, Kampaengpetch, Kalasin, Chaiyaphoom, Mahasarakham and Rayong and filed a case at the Administrative Court against the Department of Agriculture for dereliction of duty in dealing with the said cases of contamination.

“Instead of learning a lesson from this widespread and unwanted contamination of papaya brought about by the Department of Agriculture’s irresponsible acts, the Minister is still planning to go ahead and present a resolution to repeal the ban on field trials of GM crops at a cabinet meeting tomorrow. We are here to stop and remind him that his mandate is to save our country’s agriculture and environment from the evil designs of vested interests.“ Natwipha added.

Greenpeace campaigns for GM free crop and food production that is grounded on the principles of sustainability, protection of biodiversity and provision of safe and nutritious food to all. Genetic engineering is an unnecessary and unwanted technology that contaminates the environment, threatens biodiversity and poses unacceptable risks to health.