Affichage des articles dont le libellé est ข้าวไทย. Afficher tous les articles
Affichage des articles dont le libellé est ข้าวไทย. Afficher tous les articles

lundi 23 novembre 2009

Rice Harvest : เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย

คนไทยรักข้าวไทย

คุณคิดเหมือนกันไหมคะว่า ข้าวไทยอร่อยที่สุดในโลก ?

วันนี้มีโอกาสไปเกี่ยวข้าวกับผู้สนับสนุนและอาสาสมัครกรีนพีซในงาน “เกี่ยวข้าวขวัญ มหัศจรรย์ข้าวไทย" ที่ราชบุรี หลังจากที่ได้เริ่มปลูกกันตั้งแต่ต้นปี วันนี้ก็ถึงเวลาเกี่ยวข้าวพันธุ์ก่ำพะเยา หรือข้าวที่ให้สีดำในภาพศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์นี้แล้วนะคะ

ข้าวไทย อาหารหลักในประเทศและยังส่งออกเป็นอันดับ 1 ของโลก การปลูกข้าวครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงความภูมิใจในข้าวไทยรวมถึงการรณรงค์ให้คนไทยทุกคนและรัฐบาลตระหนักถึงวิถีแห่งการเพาะปลูกข้าวที่สืบทอดกันมา การทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืนเป็นวิถีแห่งความอยู่รอด เพื่อยับยั้งผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปกป้องข้าวไทยอันเป็นสมบัติของชาติให้ปลอดจากการดัดแปลงพันธุกรรมหรือจีเอ็มโอ

งานกิจกรรมเกี่ยวข้าวนี้เริ่มต้นจากการกล่าวเปิดงานจากท่านรองผู้ว่าจังหวัด ราชบุรี และต่อด้วยการเข้าสู่พิธีบายศรีโดยหมอขวัญผู้เฒ่าผู้แก่ และการสวดพิธีไหว้แม่พระโพสพเพื่อเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีและขอขมาขอพร ให้เก็บเกี่ยวข้าวให้ได้ผลดีเพื่อนำมาเป็นข้าวขวัญใช้ปลูกข้าวในปีต่อไป

เสียงสวดของหมอขวัญ ผู้เฒ่าผู้แก่จบลงด้วยเสียงบทเพลงเชิญชวนให้ไปเกี่ยวข้าว และลงท้ายด้วยเสียงไชโย…โห่…ฮิ้วววว! ให้ทุกคนขานรับ เป็นสัญญาณเชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันลงเกี่ยวข้าวกันในนา

จากนั้นทุกคนไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรในพื้นทีแถวนั้น อาสาสมัครกรีนพีซ ผู้สนับสนุนกรีนพีซ เด็กนักเรียน ก็ร่วมแรงกายแรงใจลงไปเกี่ยวข้าวในนากัน

'.... เกี่ยวเถอะนะแม่เกี่ยว อย่ามันชะแง้แลเหลียว เดี๋ยวเคียวจะเกี่ยวก้อยเอา.....'

(ต้องระวัง เดี๋ยวเคียวจะเกี่ยวตัวเองเอาจริงๆคะ...)

ถึงแม้จะแดดร้อนเปรี้ยง แต่พวกเราทุกคนก็ดูเหมือนสนุกสนานกับการได้ลงเกี่ยวข้าว ครั้งหนึ่งในชีวิต ทำให้เราตระหนักถึงความยากลำบากของชาวนา 'หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน' ได้ยินเสียงมาจากน้องข้างๆว่า โห ปลูกข้าวมีขั้นตอนลำบากอย่างนี้ กว่าจะได้ข้าวสารมาเป็นเม็ดๆหุงได้ ต่อไปนี้ต้องทานข้าวให้หมดจานแล้วล่ะ....

หลังจากเกี่ยวข้าวเสร็จ ก็มีการสาธิตการกระเทาะเม็ดข้าวออกจากเปลือกโดยวิธีการแบบดั่งเดิมที่ใช้วัววิ่งบดมัดข้าวที่วางบนขี้วัวอัดแข็งเป็นรองพื้น นอกจากนี้ในบริเวณยังมีซุ้มสาธิตขั้นตอนการผลิตข้าวแบบดั่งเดิมของไทยเราต่างๆ เช่นการโม่ข้าว วิถีภูมิปัญญาไทยด้วยนะคะ

...วันนี้ ที่ราชบุรี ท้องฟ้าแจ่มใน แดดออกเต็มที่ แต่อากาศเย็นสบาย เห็นภาพที่ผู้คนเกือบสองร้อยชีวิต ร่วมแรงร่วมใจ ลุยท้องนา เกี่ยวข้าว และมัดข้าว เพื่อเตรียมสำหรับขั้นตอนต่อไป กันในผืนนา ก็ทำให้ดีใจไม่หาย ถึงความร่วมมือร่วมใจปกป้องข้าวไทย ก็เรา คนไทย รักข้าวไทย นี่คะ








> อ่่านเรื่องราวทั้งหมดของศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ : ร่วมสนับสนุนเกษตรกรรมยั่งยืนและ ปกป้องข้าวไทยจาก GMO คลิก

>
ติดตามเรื่องราวทางกรีนพีซทาง Facebook คลิก


ริน

vendredi 11 septembre 2009

ชาวนาไทย หัวใจสู้


คุณ ทราบไหมคะว่าเมื่อปีที่แล้ว ประเทศไทยได้รับประกาศนียบัตรจากกินเนสบุ๊ก Guiness Book World's Record ว่า ในปี 2008 ประเทศไทยได้ส่งข้าวออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก (ประมาณ 8 ล้านตัน - คิดเป็นประมาณ 27% จากทั้งโลก)




ข้าว อาหารหลักของคนไทย สินค้าส่งออกหลักของประเทศ แล้วมีใครทานข้าวแล้วนึกถึงชาวนา คนปลูกข้าว 'หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน' ไหมคะ

คุณป้าสำเนียง ฮวดลิ้ม อายุ 62 ปี - ชาวนาไทยคนหนึ่ง เกิดในครอบครัวที่ทำนามาตลอด และปัจจุบันก็ยังทำนาด้วยวิถีดั่งเดิมอยู่



คุณป้าเล่าชีวิตการทำนาให้เราฟังด้วยความภาคภูมิใจ;

"ป้าทำนามาตั้งแต่เด็กๆ จำได้ว่าอายุ 13-14 ปี ก็ช่วยพ่อไถนาแล้ว สมัยนั้นก็ไม่เคยใช้เคมี ใช้ขี้วัว ไปตามธรรมชาติ แล้วอยู่มา ก็มีคนบอกให้ลองใช้ดูจะได้ผลดีขึ้น ป้าก็ลองทำดู ทำไปปีแรก ก็ได้ผลดี แต่พอทำปีต่อไป ดินมันเสื่อมคุณภาพลง และข้าวก็เป็นสารพัดโรค มันคงดื้อยา แล้วเราก็ต้องซื้อเคมีมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อบำรุง ปีนึงๆ ซื้อยา 4-5 ครั้ง ครั้งละพันกว่าบาท และข้าวออกมาก็แข็ง ทั้งๆที่เป็นข้าวเราพันธุ์เดิมนั้นแหละ พอปีที่ 3 ดินมันแย่มาก ป้าก็เอาขี้วัวไปใส่ ข้าวก็เริ่มไม่เป็นโรค แข็งแรงขึ้น ป้าก็เลยเริ่มเรียนรู้ ทำจุลินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ยาฆ่าแมลงชีวภาพ ทำจากน้ำส้มควันไม้ ถ่านก็เผาเอง ไม่ต้องซื้อ แกลบ ก็เอามาทำปุ๋ยต่อ หรือ เอามาเผาถ่านเพื่อทำปุ๋ยหมัก รายได้ก็เริ่มดีขึ้น รายจ่ายก็ไม่ค่อยมี ส่วนข้าวนั้น ก็ยังเอามาแปรรูปทำขนมจีนแป้งสด เพื่อเพิ่มมูลค่า"


คุณป้าบอกว่าแค่ดูแลดินให้ดี เตรียมพื้นที่ปลูกข้าวทุกขั้นตอนด้วยเกษตรอินทรีย์ วัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เช่นขี้วัว ขี้ควาย ไม่ใช้เคมีเกษตรเลย ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยหมักทำเอง ซึ่งก็ทำให้ได้ผลผลิตใกล้เคียงกับปุ๋ยเคมี แต่ต้นทุนต่ำกว่ามาก

'ปุ๋ยเคมีมีต้นทุนสูงมาก สูงกว่าการปลูกทางอินทรีย์ประมาณ 4 เท่าตัว ต้นทุนทำนาปุ๋ยเคมีประมาณ 4,600 กว่าบาทต่อไร่ เทียบกับ 1,000 บาทเท่านั้นถ้าใช้วิธีปลูกทางอินทรีย์

และนี่ที่ทางบ้านป้า (หมายถึงมีคุณป้า คุณลุง ลูกชาย และลูกสะใภ้) ช่วยกันหว่านเอง ดำนาเองด้วย ไม่ต้องเสียค่าจ้างแรงงาน ต้นทุนก็เหลือแค่ประมาณ 400 บาทต่อไร่เท่านั้น แต่เวลาถ้าทำไม่ไหว ก็จ้างลูกจ้าง คนที่เขาไม่มีงานทำ เช่นผู้ใหญ่ที่อายุแยะหน่อย หรือคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ พวกที่เขาไม่มีคนอื่นจ้างหน่ะ จะได้ช่วยชุมชนด้วย" คุณป้าสำเนียงเล่าด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม


"ทีแรกลุงเขา (หมายถึงสามีคุณป้า) ก็ไม่เชื่อหรอก ว่าไม่ใช้พวกปุ๋ยเคมี หรือสารฆ่าแมลงเคมีแล้วจะได้ผลผลิตดี แต่พอทำไปแล้วมันได้ผลเหลือเชื่อ ยิ่งทำไป ทำไป ดินก็อุดมสมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ ปีที่ 3 นี่ ดินสมบูรณ์มาก โดยสังเกตจากมีสัตว์ต่างๆ เช่นปูนา มาอาศัยอยู่ได้ ผลผลิตก็ดี ความนุ่มและรสชาติของข้าวก็อร่อยกว่าปลูกด้วยเคมีอีก อย่างเอาข้าวมาทำขนมจีนนี่ ข้าวที่ได้จากการปลูกโดยใช้เคมีจะแข็ง เวลาเอาทำขนมจีนแทบไ่ม่ได้ มันจะร่วนและก็บูดง่าย" คุณป้าเสริม


ตอนนี้ คุณป้าสำเนียง ได้เปิดศูนย์พ่อสร้าง ลูกสาน โพธาราม มูลนิธิกษิกรรมธรรมชาติ เปิดอบรมให้ชาวบ้านมาเรียนรู้ โดยนอกจากจะไม่คิดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังให้ที่พัก อาหารฟรีด้วย โดยเปิดสอน 2 หลักสูตร คือหลักสูตรการเกษตรอินทรีย์ทั่วไป เช่นสอนนาข้าวปลอดสารพิษ วิธีทำจุลินทรีย์ ปุ๋ยหมัก ยาฆ่าแมลงธรรมจากธรรมชาติ ไม่ก่อให้เกิดสารพิษตกค้าง และหลักสูตรต้นกล้าอาชีพ ซึ่งจะสอนเฉพาะคนว่างงาน-ไม่มีิเงินเดือน


สุดท้าย คุณป้าฝากไว้ว่า "อยากให้เกษตรกรทุกคนที่ทำนา หันมาใช้วิถีอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยหมักธรรมชาติ เพราะปลอดภัยและได้ผลดี เป็นเกษตรกรรมแบบยั่งยืน"


"ตอนนี้ชีวิตดีขึ้น ก่อนนี้ชีวิตป้าย้ำแย่ ชีวิตป้ายิ่งกว่าละครอีก ล้มหลายครั้ง รุ่งก็หลายครั้ง

หลงทาง ไปทำอะไรที่เราทำไม่เป็น เพราะเราไม่รู้ เชื่อเขาบอกว่าทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้วจะรวย ก็ทำไปทั้งๆที่เราไม่มีความรู้จริง

เราต้องกลับมาดูตัวเราเองว่ามีความรู้ แก้ปัญหากับสิ่งที่เราทำให้เป็น ศึกษาเรียนรู้ทำอะไรที่เรารู้ เราจะได้แก้ปัญหาเป็น อย่าเอาแต่ฟังจากเขาพูด อย่างป้าเองปัจจุบัน ในที่สุดมีชีวิตที่ดีกลับมาได้ก็เพราะอาชีพทำนาที่เราทำมาตั้งแต่เด็ก" คุณป้าพูดด้วยใบหน้าอมยิ้มด้วยความภูมิใจ


ทางกรีนพีซมีโครงการสนับสนุนข้าวไทยปลอดภัยสารพิษ ต่อต้านข้าว GMO ดูรายละเีอียดเพิ่มเติมได้ที่นี้นะคะ



Rin


mercredi 2 septembre 2009

ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์



คุณรู้ไหมคะว่า ข้าวไทยกำลังเจอวิกฤติที่อาจทำให้สูญพันธุ์ได้?

ใ่ช่คะ ข้าวไทยอาจสูญพันธุ์ได้จาก 2 เหตุหลักๆ
> การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ : ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้ง น้ำท่วม หรือฝนไม่ตกตามฤดูกาล
> ภัยคุกคามจากข้าว GMO หรือข้าวที่ได้รับการดัดแปลงพันธุกรรม

ด้วยความเป็นห่วงข้าวไทย ไม่อยากให้สูญพันธุ์ กรีนพีซอยากให้คนไทยหันมาสนใจวิกฤตข้าวไทย
ต้องการตอกย้ำให้รัฐบาลไทย อย่านิ่งเฉยกับวิกฤตข้าวไทย ปฎิเสธข้าว GMO หรือข้าวดัดแแปลงพันธุกรรม
ปรับทิศทางไปเกษตรอินทรีย์ ลดการใช้เคมี สนับสนุนให้เกษตรกรเพิ่งพาตนเอง

โดยการนี้ กรีนพีซจึงได้ริเริ่มโครงการศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์ โดยเมื่อวันแห่งความรักปีนี้ กรีนพีซได้จัดงาน
​ “​ปลูกรัก​ให้​ต้นข้าว​” ​ ร่วมกันลงแขกดำนา ​เพื่อสร้างสรรค์ศิลปะบนนาข้าวอินทรีย์​เป็น​ครั้งแรก​ใน​ประ​เทศไทย​ ​ที่จังหวัดราชบุรีื​ ​ศิลปะบนนาข้าวนี้ เกิดจากข้าว​ 2 ​สายพันธุ์ (ข้าวสีทอง​ พันธุ์ชัยนาท 1 กับ ​ข้าวก่ำ​ จังหวัดพะเยา สีดำ​) ปลูกในพื้นที่​ขนาด​ 10 ​ไร่​

และวันนี้ ต้นข้าวได้เติบโตออกเป็นภาพศิลปะบนผืนนาที่สวยงาม ภาพชาวนาไทย กำลังปลูกข้าว ภาพที่สะท้อนถึงวิถีชีวิตของชาวนาไทยที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของชาติไทย


วันนี้ เวลาคุณทานข้าว อยากคุณนึกถึงชาวนาไทยที่ปลูกข้าวให้คุณ (และคนอื่นๆในโลกนี้) ทานบ้างนะคะ

ช่วยเหลือชาวนาไทย สนับสนุนข้าวไทย ปฎิเสธข้าว GMO ตั้งแต่วันนี้

Rin

dimanche 27 avril 2008

เรารักข้าวไทย

สวัสดีค่ะ

ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำกล่าวนี้มีมาตั้งแต่สมัยพ่อขุนรามคำแหง แสดงให้เห็นว่า ข้าว เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทยมาช้านาน เปรียบเสมือน ชีวิต จิตวิญญาณ และ วัฒนธรรมของเรา แต่วันนี้ข้าวไทยกว่า 17,000 ชนิด กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงกับจีเอ็มโอ

ด้วยความพยายามที่จะปกป้องข้าวไทยให้ปลอดจีเอ็มโอก่อนที่จะสายเกินไป กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้จัดทำโครงการ "เรารักข้าวไทย" เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหยุดยั้งการเข้ามาของข้าวจีเอ็มโอ ปกป้องชาวนาไทยไม่ให้ตกเป็นทาสบริษัทต่างชาติ รักษาพันธุ์ข้าวธรรมชาติให้คงอยู่คู่วิถีชีวิตคนไทย

ประเทศไทยถือเป็นโดมิโนตัวสุดท้ายในเอเชีย หากข้าวไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอแล้ว เราคงไม่สามารถเรียกหาข้าวพันธุ์ธรรมชาติที่บรรพบุรุษเราเฝ้าฟูมฟักมาด้วย หยาดเหยื่อและภูมิปัญญาได้อีกต่อไป

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขอเชิญเจ้าของร้านอาหารร่วมโครงการ ร่วม "เรารักข้าวไทย" โดยมีนโยบายว่าจะขายข้าวปลอดจีเอ็มโอให้กับผู้บริโภคเท่านั้น คลิกที่นี่เพื่อร่วมโครงการ

สำหรับผู้บริโภค โปรดเลือกบริโภคข้าวพันธุ์ธรรมชาติเท่านั้น พร้อมทั้งปฏิเสธข้าวจีเอ็มโออย่างสิ้นเชิง เพื่อเป็นการสนับสนุนชาวนาไทยผู้เสียสละในการปกป้องและรักษาพันธุ์ข้าวไทย

ผู้ที่มีคนรู้จักเป็นเจ้าของร้านอาหาร ท่านช่วยได้โดยส่งต่อข่าวนี้

ลงมือทำทันที

ร่วมโครงการ เรารักข้าวไทย

ไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่ของเรา่เกี่ยวกับอาหารปลอดจีเอ็มโอได้ที่ Truefood.org

ร่วมโหวตให้ข้าวไทยเป็นที่หนึ่งในโลก พร้อมลุ้นของรางวัล ที่ www.truefood.org

อาหารปลอดจีเอ็มโอ คือ อาหารที่แท้จริง
True Food is GMO-Free!

หมายเหตุ
กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลก อีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค