mercredi 26 décembre 2007

กรีนพีซประณาม ครม. เหตุฉวยโอกาสอนุมัติให้ทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฉวยโอกาสอนุมัติให้ทดลองปลูกพืชตัดต่อพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ในพื้นที่เปิดชองราชการ

“เราพบว่านี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เมื่อพิจารณาเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของมะละกอจีเอ็มโอ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดจากการเพิกเฉยของกระทรวงเกษตร ทั้งที่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องปกป้องผลประโยชน์ของชาวไทยในการบริโภคพืชจีเอ็มโอซึ่งจะก่อให้เกิดภัยคุกคามอันร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของสังคม แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่สนับสนุนผลประโยชน์ของคนทั่วไป ซ้ำร้ายกลับไปสนับสนุนผลประโยชน์ของกลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติ” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว

กรีนพีซยืนยันจะขอต่อสู้ต่อไปเพื่อหยุดการทดลองพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิดของทางราชการ หวั่นเกษตรกรรมไทยจะก้าวสู่หายนะ เนื่องจากประเทศไทยเคยได้รับบทเรียนจากการปนเปื้อนมะละกอจีเอ็มโอในสิ่งแวดล้อมมาแล้วในปี 2547 ซึ่งปัจจุบันนี้กระทรวงเกษตรฯ ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้



กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบทหลักการของความยั่งยืน เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย
การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัย ไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลก ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค

อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่

...........
กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กร โดยบอกให้มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครเป็นนักกิจกรรมออนไลน์

1.ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ไม่รับเงินจากภาครัฐบาลและเอกชน ความเป็นอิสระทางการเงินนี้ทำให้เราสามารถกดดันทั้ง 2 ฝ่าย เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 2 ล้านคนทั่วโลกที่ช่วยเราตามกำลังความสามารถ โปรดสนับสนุนเรา

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์ หรือ Cyberactivist ของกรีนพีซ
ร่วมเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการออกเสียง และส่งต่อข่าวสารสิ่งแวดล้อม มีหลายสิ่งที่คุณทำได้ เพื่อปกป้องโลกอันบอบบางใบนี้ สมัครรับจดหมายข่าวสิ่งแวดล้อม เพื่อรับวิธีการง่ายๆ ที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - เป็นส่วนหนึ่งของกรีนพีซ สละเวลาเพียงน้อยนิด ด้วยการสมัครเป็นอาสาสมัคร ทำงานรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม มีงานมากมายที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป

...........
กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

mardi 25 décembre 2007

ประกาศผลผู้ชนะการประกวดภาพถ่ายหัวข้อ "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต"

กรีนพีซได้รับภาพส่งประกวดทั้งหมดมากกว่า 450 ภาพ ซึ่งล้วนเป็นภาพที่ดี ๆ สะท้อนหลากหลายมุมมองปัญหา ตั้งแต่วิกฤตปัญหาน้ำเสียจากอุตสาหกรรม สารเคมีปนเปื้อน ขยะถูกทิ้งในน้ำ น้ำเสียจากบ้านเรือน และสภาพแห้งแล้ง รวมถึงผลกระทบจากน้ำเสีย และภาพบ่งบอกวิกฤตเชิงสัญลักษณ์ เป็นต้น ที่สามารถสะท้อนถึงปัญหาและให้แนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องของวิกฤตน้ำที่ก่อโดยมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

แม้ว่ากรีนพีซอยากจะมอบรางวัลแด่ผู้ที่ส่งประกวดภาพถ่ายทุกท่านที่ได้พยายาม เสาะหาถ่ายภาพ "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต" ในมุมมองต่าง ๆ แต่เนื่องด้วยรางวัลมีจำกัด ภาพที่ได้รับรางวัลจึงมีเพียง 13 ภาพเท่านั้น โดยเป็นรางวัลที่ 1 รางวัลที่ 2 รางวัลที่ 3 และรางวัลชมเชย 10 รางวัล ซึ่งคัดจากภาพที่ได้รับเลือกเข้ารอบแรกจำนวน 50 ภาพจาก 450 ภาพโดยคณะกรรมการ และใช้วิธีการให้คะแนนภาพถ่ายที่ได้รับรางวัล ดังนี้

รางวัลที่ 1
ชื่อภาพ: ดำอันตราย
สถานที่ถ่ายภาพ: เขตอ่อนนุช กรุงเทพมหานคร
ถ่ายโดย: ต่อพงษ์ เหมวิเชียรพันธุ์
จุด เด่น: แม้ว่าจะเป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นภาพที่แปลกใหม่น่าสนใจค้นหาความหมาย สามารถตีความได้ต่างๆ นา ๆ แสดงให้เห็นวิกฤตมลพิษน้ำเน่าเสีย น้อมนำให้คิดถึงต้นเหตุของปัญหาที่เกิดจากผู้ผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ หรือผู้ก่อมลพิษที่ไม่คิดถึงผลกระทบภายนอก แสวงหากำไรจากการสร้างสังคมบริโภค กระตุ้นเร้าความอยากให้กับมนุษย์จนบริโภคเกินความพอดีเกินความจำเป็น ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ คุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี น้ำที่เคยสะอาด กลับกลายเป็นสีดำหรือตรงกันข้าม ถูกสังเวยให้กับการกระทำของผู้ขาดจิตสำนึกและสังคมบริโภคนิยม

รางวัลที่ 2
ชื่อภาพ: Floating Mini Mart
สถานที่ถ่ายภาพ: ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซอยสุขสวัสดิ์ 49 อำเภอพระประแดง สมุทรปราการ
ถ่ายโดย: ศักรินทร์ ปัทมชูติ
จุด เด่น: เป็นภาพที่เต็มไปด้วยเรื่องราวการบริโภคของสังคมมนุษย์ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แปรงสีฟัน กล่องโฟม ปากกา ขวด ห่อบรรจุภัณฑ์ รองเท้า และถุงพลาสติก เป็นต้น เมื่อหมดอายุการใช้งานก็ถูกทิ้งตามที่ต่าง ๆ และล้วนไหลลงมารวมกันสู่ลำน้ำลำคลองที่กลับกลายมาเป็นแหล่งรวมขยะ แสดงให้เห็นถึงสองปัญหาใหญ่ หนึ่งการผลิตสินค้าหรือผลิตผลิตภัณฑ์ที่สร้างปัญหาหรือไม่เป็นมิตรต่อสิ่ง แวดล้อม สองปัญหาการขาดจิตสำนึกของประชาชนในการรักษาสิ่งแวดล้อม

รางวัลที่ 3
ชื่อภาพ: สะท้อนน้ำสะท้อนชีวิต
สถานที่ถ่ายภาพ: ปากคลองตลาด กรุงเทพมหานคร
ถ่ายโดย: ชนะศักดิ์ ชุมนุมวรรณ
จุด เด่น: น้ำสีดำที่เป็นฉากสะท้อนภาพปัญหาของเมือง ภาพที่สื่อถึงการปลี่ยนแปลงในบางมุมของเมืองที่อยู่ระหว่าง “เก่า” และ “ใหม่” แต่ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด ปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ยังคงเป็นปัญหาที่รุมเร้าและไม่เคยได้รับการเหลียวแล...

รางวัลชมเชย 10 รางวัล

รางวัลชมเชยอันดับที่ 1
ชื่อภาพ: ผลกระทบเมืองอุตสาหกรรม
สถานที่ถ่ายภาพ: จังหวัดระยอง
ถ่ายโดย: วรชาติ สดศรี

รางวัลชมเชยอันดับที่ 2
ชื่อภาพ: ชุมชนริมน้ำเจ้าพระยา
สถานที่ถ่ายภาพ: ชุมชนบางโคล่ ริมน้ำเจ้าพระยา ถนนพระราม 3 เขตบางโพงพาง กรุงเทพมหานคร
ถ่ายโดย: อนันต์ จิรมหาสุวรรณ

รางวัลชมเชยอันดับที่ 3
ชื่อภาพ: ท่อไม่ระบายน้ำ
สถานที่ถ่ายภาพ: อำเภอปากน้ำ สมุทรปราการ
ถ่ายโดย: ชนะศักดิ์ ชุมนุมวรรณ

รางวัลชมเชยอันดับที่ 4
ชื่อภาพ: ท่อน้ำทิ้ง
สถานที่ถ่ายภาพ: คลองหลอด แขวงราชบพิตร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
ถ่ายโดย: จุรีรัตน์ ลิ้มโชคพานิช

รางวัลชมเชยอันดับที่ 5
ชื่อภาพ: วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต
สถานที่ถ่ายภาพ: อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
ถ่ายโดย: สัญชัย บัวทรง

รางวัลชมเชยอันดับที่ 6
ชื่อภาพ: กุ้งหอยปูปลา หายไปไหน
สถานที่ถ่ายภาพ: อำเภอปากน้ำ สมุทรปราการ
ถ่ายโดย: ต่อพงษ์ เหมวิเชียรพันธุ์

รางวัลชมเชยอันดับที่ 7
ชื่อภาพ: Floating Market
สถานที่ถ่ายภาพ: คลองหน้าวัดบางแก้ว เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร
ถ่ายโดย: ศักรินทร์ ปัทมชูติ

รางวัลชมเชยอันดับที่ 8
ชื่อภาพ: Dry Land
สถานที่ถ่ายภาพ: จังหวัดขอนแก่น
ถ่ายโดย: ดำรงค์ จุลถาวรทรัพย์

รางวัลชมเชยอันดับที่ 9
ชื่อภาพ: วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต
สถานที่ถ่ายภาพ: เขตนวนคร แขวงรังสิต
ถ่ายโดย: ภูวไนย พลไชย

รางวัลชมเชยอันดับที่ 10
ชื่อภาพ: วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต
สถานที่ถ่ายภาพ: อำเภอบางปู สมุทรปราการ
ถ่ายโดย: พัชรินทร์ แสนยัน

กรี นพีซขอขอบคุณผู้ที่ร่วมส่งภาพเข้าประกวดรวมทุกท่าน รวมถึงผู้ที่ร่วมจัดและสนับสนุนกิจกรรมประกวดในครั้งนี้ ทุกภาพถ่ายที่กรีนพีซได้รับท่านล้วนมีประโยชน์ต่อการการรณรงค์ต่อสู้ปัญหา สิ่งแวดล้อม โดยเป็นทั้งข้อมูลสะท้อนถึงลักษณะของปัญหา สถานที่ที่มีปัญหา ผลกระทบที่เกิด และสามารถนำไปใช้เป็นสื่อเล่าเรื่องราวได้เป็นอย่างดี กรีนพีซอาจมีการนำภาพอื่นๆ ที่ไม่ได้รับรางวัลข้างต้นไปใช้เป็นสื่อรณรงค์เกี่ยวกับวิกฤตน้ำและงานจัด แสดงภาพถ่ายเช่นเดียวกับภาพที่ได้รับรางวัล ในกรณีดังกล่าวกรีนพีซจะแจ้งต่อผู้ถ่ายภาพให้ทราบและจะระบุชื่อผู้ถ่ายภาพใน รูปทุกรูปที่มีการนำไปใช้ ทางกรีนพีซจะแจ้งและประชาสัมพันธ์รายละเอียดกิจกรรมที่ต่อเนื่องอื่น ๆ เช่น การจัดแสดงภาพถ่าย กิจกรรมรณรงค์ต่างๆ เป็นต้น ให้ทุกท่านทราบอีกครั้ง ขอให้พวกเราร่วมช่วยกันรักษาแหล่งน้ำให้ปลอดภัยจาก ภัยคุกคามมลพิษและร่วมเรียกร้องให้ผู้ก่อมลพิษเกิดจิตสำนึกรับผิดชอบต่อ มลพิษและผลกระทบที่ตนก่อ ส่งความคิดเห็นผ่านทางเกี่ยวกับการจัดประกวด และปัญหา "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต" ได้ด้านล่าง ขอบคุณครับ

mardi 20 novembre 2007

ส่งข้อความขึ้นฟ้าบาหลี Fly your message to Bali !

English text is after Thai.

ในวันที่ 3-14 ธันวาคม 2550 นักการเมืองจากทั่วโลกจะเข้าร่วมประชุมภาวะโลกร้อนแห่งสหประชาชาติอันสำคัญยิ่งในบาหลี อินโดนีเซีย เราต้องการการลงมือปฏิบัติอย่างเร่งด่วนเพื่อต่อสู้กับภาวะโลกร้อน ดังนั้นการประชุมในครั้งนี้จึงสำคัญยิ่ง

การประชุมในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเจรจาตกลงยุติภาวะโลกร้อนโดยการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับพิธีสาร เกียวโตในระยะที่ 2 โดยพวกเขาต้องหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และรักษาระดับอุณหภูมิทั่วโลกไว้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งทำได้โดยการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ลงอย่างมาก และหยุดทำลายป่าอย่างสิ้นเชิง



เชิญร่วมเขียนข้อความว่าทำไมคุณต้องการเห็นการลงมือปฏิบัติอย่างแท้จริงเพื่อแก้ไขปัญหาโลกร้อน และเราจะส่งไปยังตัวแทนการประชุมโดยปล่อยว่าวพื้นเมืองอินโดนีเซียขึ้นเหนือสถานที่จัดการประชุมที่มีข้อความของคุณเพื่อเน้นย้ำว่า "เรากำลังจับตาดูพวกคุณอยู่"

คลิกที่นี่เพื่อส่งข้อความเรียกร้องการแก้ปัญหาโลกร้อน

ขอบคุณค่ะ

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

.....................................................................................

From December 3-14, politicians from across the world will meet in Bali, Indonesia, for a UN Climate Change Conference. We need urgent action to fight the climate crisis, so this meeting is crucial.

The meeting in Bali is aimed at launching talks on a deal to stop climate change through strengthening the Kyoto Protocol in its second phase, which starts in 2012. What they need to do is to end greenhouse gas emissions and maintain the global mean temperature as far below 2 degrees C as possible. So it follows that there must be deep cuts in carbon dioxide (CO2) emissions - and also zero deforestation.



Write a personal message about why you want to see real action on climate change, and we’ll deliver it to the delegates – by flying traditional Indonesian kites above the venue, with your messages on balloons to highlight that “we are watching you”.

Click here to write your message now.

Thank you,
Greenpeace Southeast Asia



mercredi 14 novembre 2007

เืชื้อเพลิงชีวภาพอาจร้ายมากกว่าดี Biofuels May do More Harm than Good

English text is after Thai.

ตำรวจไทยประกาศขอรับน้ำมันทำอาหารที่ใช้แล้วเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงรถลาดตระเวน เนื่องจากในขณะนี้น้ำมันซึ่งกำลังแตกฟองสบู่ มีมูลค่าเกินงบประมาณสำหรับต่อสู้กับอาชญากรรม

นั่นเป็นเรื่องดีทีเดียวเพราะเป็นการนำของที่จะทิ้งออกสู่สิ่งแวดล้อมกลับมาใช้ประโยชน์ นอกจากนี้เชื้อเพลิงชีวภาพยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน เมื่อไม่นานมานี้ภาวะโลกร้อนทำให้ทั่วโลกตื่นตัวโดยมีนโยบายเปลี่ยนจากการใช้น้ำมันไปเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ

ผู้คนจำนวนมากเห็นว่าเชื้อเพลิงชีวภาพซึ่งผลิตจากข้าวโพด น้ำมันปาล์ม อ้อย และผลิตผลการเกษตรอื่นๆ นั้นเป็นวิธีในการตอบสนองความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นของโลกที่สะอาดและถูกกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งเป็นตัวปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ในขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เชื้อเพลิงชีวภาพกลายมาเป็นแหล่งพลังงานทางเลือกที่ดึงดูดสำหรับประเทศยากจน ซึ่งบางประเทศใช้เงินเพื่อนำเข้าน้ำมันมากกว่าการสาธารณสุขถึง 6 เท่า

แต่ เรื่องเลวร้ายก็คือ.......ในขณะที่โลกเห็นว่าเชื้อเพลิงชีวภาพเป็น "โอกาสทอง" ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก.....

นักสิ่งแวดล้อมได้เตือนในรายงานของสหประชาชาติเกี่ยวกับพลังงานชีวภาพซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2550 ว่าความเห่อในเชื้อเพลิงชีวภาพอาจทำลายสิ่งแวดล้อมได้เท่าๆ กับเชื้อเพลิงฟอสซิล

การเพิ่มขึ้นของการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพจะทำให้เกิดความต้องการที่ดินและแหล่งน้ำของโลกเพิ่ื่อขึ้นเมื่อความต้องการของผลิตภัณฑ์อาหารและผลิตผลจากป่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ดังนั้นสภาพคาร์บอนในดินและปริมาณคาร์บอนในป่าและป่าพรุที่เปลี่ยนแปลงไปอาจอาจเป็นผลร้ายมากกว่าผลดีจากการลดก๊าซเรือนกระจก

การปลูกพืชขนาดเล็กในบริเวณกว้างอาจนำไปสู่การสูญเสียด้านความหลากหลายทางชีวภาพ การกัดกร่อนของหน้าดิน และสารอาหารในพืชที่ลดลง ดังนั้นการลงทุนในพลังงานชีวภาพควรกระทำอย่างรอบคอบที่สุดในระดับประเทศ ภูมิภาค และท้องถิ่นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่อาจมีผลกระทบอย่างไม่สามารถกลับเป็นเหมือนเดิมได้

.....นี่เป็นข้อสรุปจากรายงานของสหประชาชาติ

ในแง่ของสิทธิมนุษยชนนั้น Oxfam องค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนชื่อดังเตือนว่า เชื้อเพลิงชีวภาพจะทำร้ายประชากรที่ยากจนของโลกด้วย เนื่องจากประเทศพัฒนา เช่น สหภาพยุโรปจะต้องนำเข้าพืชผล เช่น อ้อยและปาล์มน้ำมามาจากประเทศกำลังพัฒนาเพื่อใช้ทำเชื้อเพลิงชีวภาพ และในขณะที่บริษัทและประเทศต่างๆ เดินหน้าตอบสนองความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพ ประชาชนจะถูกขับไล่ออกจากที่ดินของตนเองและชีวิตความเป็นอยู่ถูกทำลาย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ การรณรงค์ต่อต้านการทำลายป่าพรุในอินโดนีเซียเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันของกรีนพีซเมื่อเร็วๆ นี้ โดยกรีนพีซได้เข้าไปตั้งค่ายผู้พิทักษ์ป่าและสร้างเขื่อนชั่วคราวเพื่อป้องกันการดึงน้ำออกจากป่าพรุเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน

“บริษัทน้ำมันปาล์มนี้กำลังทำสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยบริเวณผืนป่าพรุแห่งนี้” ฮัปโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว “และนอกจากนี้ยังส่งผลไปสู่ภาวะโลกร้อนอีกด้วย”

การตัดไม้ทำลายป่าทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก การทำลายป่าพรุเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศอินโดนีเซียสูงขึ้นมาก

กรีนพีซเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะปกป้องมวลมนุษย์จากความเสี่ยงที่เกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น วิกฤตการณ์น้ำ อากาศ และความอดอยากได้ โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้และผลิตพลังงาน รวมทั้งมีคำมั่นที่จะหยุดการทำลายป่าไม้ และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นรัฐบาลจะต้องให้คำมั่นสัญญาที่จะตั้งเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้นในช่วงระยะที่สองของพิธีสารเกียวโต ซึ่งจะต้องมีการเจรจากันในการประชุมด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติที่จะมีขึ้นที่บาหลี อินโดนีเซียในเดือนธันวาคมนี้

- กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย


-----

Thai police have put out an all-points bulletin for used cooking oil to fuel its patrol fleet as ballooning oil prices eat away the annual crime-fighting budget.

That is a good thing to recycle the waste and it can reduce greenhouse gas emissions from oil.
Recently, the world has woken up to global warming and rising oil price by changing policies to use biofuels instead of oil.

Biofuels, which are made from corn, palm oil, sugar cane and other agricultural products, have been seen by many as a cleaner and cheaper way to meet the world's soaring energy needs than with greenhouse-gas emitting fossil fuels.

With oil prices at record highs, biofuels have become an attractive alternative energy source for poor countries, some of which spend six times as much money importing oil than on health care.

But while saying bioenergy represents an "extraordinary opportunity" to reduce greenhouse gas emissions..............

environmentalists have warned that the biofuel craze can do as much or more damage to the environment as dirty fossil fuels a concern reflected throughout the report, which was being released in May 2007 in New York, by U.N.-Energy, a consortium of 20 U.N. agencies and programs.

"Rapid growth in liquid biofuel production will make substantial demands on the world's land and water resources at a time when demand for both food and forest products is also rising rapidly."

Changes in the carbon content of soils and carbon stocks in forests and peat lands might offset some or all of the benefits of the greenhouse gas reductions, it said.

"Use of large-scale monocropping could lead to significant biodiversity loss, soil erosion and nutrient leaching," it said, adding that investments in bioenergy must be managed carefully, at national, regional and local levels to avoid new environmental and social problems "some of which could have irreversible consequences."

In Human Rights' viewpoint, Oxfam has warned that increasing use of biofuels could harm some of the world's poorest people.

The fuel is increasingly being seen as an environmentally-friendly energy source and EU proposals would make it mandatory for biofuels to make up ten per cent of all member states' transport fuels.

Oxfam believes that in order to meet this target the EU will have to import biofuels from crops such as sugar cane and palm oil from developing countries.

As companies and countries seek to meet this demand the charity is concerned that poor people will be forced from their land and have their livelihoods destroyed.

The distinct example is Greenpeace's campaign to halt peat lands destruction in Indonesia recently. They set up Forest Defenders' camp and built dams to prevent drainage to plant palm oil.

"Palm oil companies are breaking the law and draining the very life out of Indonesia's remaining peatland forests," said Hapsoro, Greenpeace South East Asia forest campaigner. "And they are adding substantially to the problem of global warming."

Greenpeace believes it take a revolution in the way we use and produce energy, and a strong commitment to halt deforestation worldwide. More governments need to commit to tougher emissions reduction targets in the second phase of the Kyoto Protocol which will be discussed in the UN climate meeting in Bali, Indonesia this December.

---

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศไทย

Greenpeace Southeast Asia, Thailand

mardi 13 novembre 2007

การไม่แก้ปัญหาภาวะโลกร้อนเหมือน "ความไม่รับผิดชอบต่ออาชญากรรม"

การไม่แก้ปัญหาภาวะโลกร้อนเหมือน "ความไม่รับผิดชอบต่ออาชญากรรม"

คณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (The Intergovernmental Panel on Climate Change; IPCC) จัดการประชุมซึ่งเริ่มต้นเมื่อวานนี้ในเมืองวาเลนเซีย สเปน เพื่อกลั่นกรองรายงานทางวิทยาศาสตร์เรื่องภาวะโลกร้อน 3 ฉบับใหญ่ที่เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้และย่อให้เป็นบทสรุป 25 หน้าสำหรับรัฐบาลทั่วโลก คาดว่านักสิ่งแวดล้อมและผู้ที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบภาวะโลกร้อนจะล๊อบบี้ให้บทสรุปนี้มีภาษาเข้มข้นเพื่อแสดงอย่างชัดแจ้งถึงหายนะของการลงมือทำเพียงน้อยนิดหรือไม่ทำอะไรเลย

รัฐบาลของประเทศต่างๆ ซึ่งคาดว่าจะรวมถึงสหรัฐ จีน และอื่นๆ จะเจรจาเพื่อหาทางลดภัยคุกคามของภาวะโลกร้อน รวมถึงตอกย้ำความไม่แน่นอนต่างๆ และกล่าวยกย่องการลงมือปฏิบัติโดยสมัครใจ ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ผู้นำของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (U.N. Framework Convention on Climate Change; UNFCCC) คือ Yvo de Boer เน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิบัติอย่างจริงจัง โดยกล่าวว่า "ภาวะโลกร้อนกำลังโจมตีประเทศที่ยากจนและเปราะบางที่สุดอย่างรุนแรงที่สุด อย่างไรก็ตามทุกคนจะสามารถรับรู้ถึงผลกระทบโดยรวมของภาวะโลกร้อน และในบางกรณีจะเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของประชาชน" Yvo de Boer กล่าว "ความล้มเหลวในการรับรู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและไม่ลงมือปฏิบัติก็เหมือนการไม่รับผิดชอบกับอาชญากรรมซักเรื่อง"

กรีนพีซทักทาย IPCC ด้วยป้ายผ้าที่มีข้อความ "เตือนภัย: ปกป้องสภาพอากาศเดี๋ยวนี้" (“Warning: save the climate now.” )




.........
กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระระดับโลก
ที่ดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
เปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม
ปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
และส่งเสริมให้เกิดสันติภาพ

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


Greenpeace is an independent, campaigning organization that uses non-violent, creative confrontation to expose global environmental problems, and force solutions for a green and peaceful future. Greenpeace's goal is to ensure the ability of the Earth to nurture life in all its diversity.

Greenpeace Southeast Asia, Thailand


กรีนพีซเตือนภัยจากพืชจีเอ็มโอ โปรดร่วมลงชื่อ

กรีนพีซเตือนภัยจากพืชจีเอ็มโอ โปรดร่วมลงชื่อ

กรีนพีซเตือน หลังพบรายงานว่าการประชุม ครม. ในวันที่ 13 พ.ย. 50 กระทรวงเกษตรฯ อาจผลักดันให้มีการล้มมติครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอทุกชนิดในพื้นที่เปิดอีกครั้ง ท่ามกลางกระแสคัดค้านจากหลายฝ่าย

เหตุการณ์ในอดีตชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามนุษย์เราไม่สามารถควบคุมการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอได้ ท้ายสุดเมื่อจีเอ็มโอปนเปื้อนออกไปสู่สิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นมลพิษทางพันธุกรรม ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจของประเทศ ประเด็นที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม รัฐจึงควรเห็นแก่ประโยชน์ของเกษตรกรไทยมากกว่าการเอื้อประโยชน์ให้บริษัทข้ามชาติซึ่งเป็นเจ้าของเทคโนโลยีจีเอ็มโอ เพราะจีเอ็มโอจะเข้ามาสร้างปัญหาให้ภาคเกษตรของไทยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้

ในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรฯ พยายามดิ้นรนให้มีการล้มมติ ครม. ดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง นับตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม 2550 กรีนพีซออกโรงเตือนกระทรวงเกษตรฯ พร้อมประกาศจับตาดู หากพบว่ากระทรวงเกษตรฯ พยายามล้มมติ ครม.ดังกล่าว ก็พร้อมเคลื่อนไหวคัดค้าน เพราะการล้มมติ ครม.ดังกล่าว ถือเป็นการเปิดประตูรับจีเอ็มโอหรือมลพิษทางพันธุกรรมอย่างเต็มตัว และจีเอ็มโอจะเข้ามาทำลายระบบเกษตรกรรมดั้งเดิมของไทย

กรีนพีซ รณรงค์เรื่องพืชจีเอ็มโออย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกร้องให้ประเทศไทยปลอดจากจีเอ็มโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวซึ่งเป็นพืชส่งออกที่สำคัญของประเทศ ซึ่งไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงของพืชจีเอ็มโอในหลายประเด็น ได้แก่ 1) ความเสี่ยงทางด้านสุขภาพของผู้บริโภคเนื่องจากยังไม่มีการยืนยันความปลอดภัยในระยะยาว 2) เป็นมลพิษทางพันธุกรรมหากพบว่าเกิดการปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม จะไม่สามารถเรียกสิ่งแวดล้อมเดิมกลับคืนมาได้ 3) เป็นภัยคุกคามระบบเกษตรกรรมไทย หากไทยรับเอาจีเอ็มโอเข้ามาในประเทศ เกษตรกรไทยต้องแบกรับภาระความเสี่ยง ต้องตกอยู่ภายใต้การครอบงำของบริษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติ และภาวะผู้บริโภคทั่วโลกปฏิเสธจีเอ็มโอ

เพียงแค่การทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด ก็สามารถสร้างความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล เนื่องจากพืชจีเอ็มโอไม่สามารถควบคุมการปนเปื้อนได้ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ ล้มเหลวในการจัดการปัญหาการปนเปื้อนของพืชจีเอ็มโอ และจากรายงาน “ธุรกิจแห่งความเสี่ยง” ของกรีนพีซที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ก่อนชี้ชัดถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 4 หมื่น 8 พันล้านบาท บทเรียนราคาแพงของสหรัฐอเมริกาที่ปล่อยให้มีการทดลองข้าว จีเอ็มโอในพื้นที่เปิดซึ่งสุดท้ายปนเปื้อนออกสู่ตลาดข้าวโลก และจนถึงปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ สหรัฐอเมริกายังไม่สามารถเปิดเผยที่มาของการปนเปื้อนได้

ตลาดส่งออกของประเทศไทยก็เคยประสบปัญหาเนื่องจากการปนเปื้อนจีเอ็มโอเช่นกัน ในเดือนกรกฎาคม 2547 กรีนพีซเปิดโปงกระทรวงเกษตรฯ ว่าเป็นสาเหตุทำให้มะละกอไทยปนเปื้อนจีเอ็มโอ โดยมีการทดลองปลูกมะละกอจีเอ็มโอที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 ส่วนแยกพืชสวน จ.ขอนแก่น และปล่อยให้มีการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์มะละกอที่ปนเปื้อนจีเอ็มโอให้กับเกษตรกรไทยกว่า 2,669 ราย ใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กระทรวงเกษตรฯ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการควบคุมการแพร่กระจายของพืชจีเอ็มโอ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรไทย การปนเปื้อนที่ผิดกฎหมายและไม่พึงประสงค์นี้เป็นเหตุให้ตลาดโลกโดยเฉพาะในยุโรปขาดความเชื่อมั่นต่อการส่งออกมะละกอไทย

“เป็นความล้มเหลวของกระทรวงเกษตรฯ หากพยายามยกเลิกมติครม. ดังกล่าว เพื่อปูทางให้มีการทดลองพืชจีเอ็มโอในพื้นที่เปิด ทั้งๆ ที่ควรจะปกป้องสิ่งแวดล้อมและระบบเกษตรกรรมไทยให้ปลอดจากจีเอ็มโอ การยัดเยียดเทคโนโลยีจีเอ็มโอให้กับเกษตรกรไทย เท่ากับเป็นการพยายามทำลายอนาคตของเกษตรกรรมไทยและเดินตามรอยความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาโดยที่ไม่ฟังเสียงคัดค้านจากประชาชน” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล กล่าว

โปรดร่วมลงชื่อยุติภัยคุกคามจากพืชจีเอ็มโอ สนับสนุนการเกษตรยั่งยืนและเกษตรอินทรีย์ ที่นี่

.........
กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

lundi 12 novembre 2007

Linkin Park Live in Bangkok

English text is after Thai.

Linkin Park Live in Bangkok 11 พ.ย. 2550

(เราจะมาโพสรูปทีหลัง)

ชาวกรีนพีซประมาณ 30 คนร่วมกิจกรรมคอนเสิร์ต Linkin Park เมื่อวานนี้ ซึ่งทำให้ผู้จัดงานตกใจ ผู้จัดงานขอให้เราจำกัดจำนวนเจ้าหน้าที่พราะสายรัดข้อมือที่ต้องใช้เข้างานคอนเสิร์ตได้ฟรีมีจำกัด ชาวกรีนพีซที่ไม่มีสายรัดข้อมือไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมคอนเสิร์ตหรือแม้แต่ทำงานที่บู๊ทของเรา

พื้นที่ของกรีนพีซมีคลินิกโลกร้อน ทีมระดมทุน และบู๊ทขายเสื้อยืดสำหรับหาทุน เราพร้อมตั้งแต่เช้า จากนั้นประตูเปิดเวลา 4 โมงเย็น วงดนตรีที่เล่นเปิดคอนเสิร์ต (Futon, Retrospect, Slot Machine และ Ebola) เริ่มเล่นเวลา 5 โมงเย็น นั่นแสดงว่าเรามีเวลา 1 ชั่วโมงในการรณรงค์และระดมทุนก่อนที่สาวก Linkin Park จะกรูกันเข้าสู่ประตูคอนเสิร์ต

เราถูกบันทึกเทปโดยเอ็มทีวีและยูบีซี ช่อง 5 ฝาซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด้านสภาพภูมิอากาศถูกขอให้เป็นผู้นำรายการยูบีซี ช่อง 5 ก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม บู๊ทประมูลเสื้อมีผู้คนสนใจจำนวนมาก และมีผู้ลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครกรีนพีซ 47 คน นอกจากนี้เรายังได้รับเงินบริจาค 20,000 บาทสำหรับเสื้อยืดที่วาดลวดลายโดยดารา

ในขณะที่วงดนตรีเปิดกำลังเล่น พิธีกรได้ประกาศไปยังผู้ชม 40,000 คนให้ช่วยสนับสนุนกรีนพีซโดยคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์ของเรา ให้สมัครเป็นนักกิจกรรมรณรงค์ทางอินเทอร์เน็ต และให้ร่วมเป็นอาสาสมัคร นอกจากนี้ยังโชว์เสื้อยืดกรีนพีซ กระเป๋าผ้าที่มีข้อความ "Try Me, I'm Not Plastic ของกรีนพีซ และเชิญชวนให้ผู้ชมคลิกเข้าไปที่เว็บไซต์กรีนพีซภาษาไทย

ผู้จัดงานประกาศชื่อกรีนพีซหลายครั้งโดยกล่าวว่ากรีนพีซเป็นองค์กรที่ต่อสู้กับปัญหาสิ่งแวดล้อมก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่ม นอกจากนี้แผ่นพับเล็กๆ เกี่ยวกับวิธีง่ายๆ เพื่อต่อสู่กับภาวะโลกร้อนยังถูกแทรกไว้กับบัตรตอนเสิร์ต 40,000 ใบเหล่านั้นด้วย

และสุดท้ายเราก็โยกหัวและกระโดดไปกับวงดนตรีร็อคเกอร์

กรีนพีซขอขอบคุณทุกคนที่ไปช่วยงานและขอโทษอาสาสมัครและพนักงานที่ไม่สามารถเข้าร่วมงานได้

------

Linkin Park Live in Bangkok, 11 Nov 07

(We will post the pictures later).

There were about 30 Greenpeacers at the activity yesterday which amazed the organizer. We were asked to limit the number of greenpeacers due to the limited wristbands that all were asked to wear to watch the concert for free. The rest without the wristband were not allowed to join the concert or even to work at our booth.

We had Climate Clinic, fundraising team and t-shirt booth for raising fund, and games. We were ready since in the morning, then the main gate opened at 4PM and the opening bands (Futon, Retrospect, Slot Machine and Ebola) started playing at 5PM. That meant we had about 1 hour to campaign and raise fund before those audiences flooded into the gate inside.

We were covered by MTV and UBC cable TV, channel 5. Fa, our climate campaign person was asked to take the lead for the programme before the show started. The t-shirt auction was crowded with people and we got 47 new people signing up to be our volunteers. Moreover, we got a special donation for our t-shirts that were painted by celebrities, a total of 20,000 baht.

While the opening bands were playing, the host announced to those 40,000 audience to support Greenpeace by clicking on our website, to be out activists in our online community and to be Greenpeace's volunteers. They showed GP t-shirts, cloth bags (the "Try Me, I'm Not Plastic" cloth bags) and aked the audience to click on the Thai Greenpeace website.

The organizer announced GP name as a leading organization to fight the environmental problems quite often before the bands started. In addition, our small leaftlet on simple actions to fight climate change was attached with those 40,000 tickets.

At the end we were shaking heads and jumping with the rockers.

Many thanks to everyone involved and we are sorry for both volunteers and staffs who were not able to join the show.

.........
กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ้นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซเป็นองค์กรรณรงค์อิสระระดับโลก
ที่ดำเนินการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
เปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรม
ปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
และส่งเสริมให้เกิดสันติภาพ

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - http://www.greenpeace.or.th

Greenpeace is an independent, campaigning organization that uses non-violent, creative confrontation to expose global environmental problems, and force solutions for a green and peaceful future. Greenpeace's goal is to ensure the ability of the Earth to nurture life in all its diversity.

Greenpeace Southeast Asia, Thailand - http://www.greenpeace.or.th

samedi 10 novembre 2007

The World at Risk โลกอยู่ในความเสี่ยง คุณใส่ใจหรือไม่


ความล้มเหลวด้านสิ่งแวดล้อม ‘ทำให้มนุษยชาติตกอยู่ในภาวะเสี่ยง’



- รายงานของสหประชาชาติแสดงความคร่ำครวญถึงการขาดการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนโดยรัฐบาล
- การศึกษา 5 ปีนี้มีส่วนร่วมโดยนักวิทยาศาสตร์ 1,400 คน



รายงานฉบับนี้ระบุว่า แต่ละคนใช้แผ่นดินมากกว่าที่ต้องใช้ 3 เท่า ซึ่งมากกว่าที่โลกจะให้ได้รูปโดย Corbis
โดย Martin HodgsonThe Guardian26 ตุลาคม 2550
รายงานฉบับใหม่ของสหประชาชาติระบุว่า อนาคตของมนุษยชาติตกอยู่ในความเสี่ยงเพราะล้มเหลวในการจัดการกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ภาวะสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง การสูญพันธุ์ของสายพันธุ์ต่างๆ และประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้น



ความหลากหลายทางชีวภาพถูกคุกคามโดยผลกระทบจากกิจกรรมมนุษย์ 30% ของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ 23% ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และ 12% ของนกตกอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ ในขณะที่แม่น้ำ 1 ใน 10 แห่งของโลกเหือดแห้งทุกๆ ปี ก่อนไหลสู่ทะเล



รายงานกล่าวว่าโลกมีแนวโน้มจะถูกทำลายอย่างไม่สามารถกลับเป็นเหมือนเดิมหากไม่มีการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือต่ำกว่า 50% จากระดับปี 2533 ก่อนปี 2593



เพื่อให้ลดเหลือระดับดับกล่าว ประเทศร่ำรวยต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 60-80% ภายในปี 2593 และประเทศกำลังพัฒนาก็ต้องลดลงจำนวนมากเช่นกัน



รายงานระบุถึงพื้นที่จำนวนหนึ่งที่การเสื่อมของสิ่งแวดล้อมกำลังคุกคามสวัสดิภาพมนุษย์และโลก ได้แก่ น้ำ การจับปลาเกินขนาด และความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่าการสูญพันธุ์ที่เกิดจากน้ำมือมนุษย์ครั้งที่ 6 กำลังคืบคลานเข้ามา
รายงาน 550 หน้านี้ใช้เวลา 5 ปีในการจัดทำ โดยมีนักวิทยาศาสตร์เกือบ 400 คนดำเนินการวิจัยและจัดทำฉบับร่าง ซึ่งผลการค้นพบของพวกเขาได้รับการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขา 1,000 คน



รายงานเป็นตัวเลข:



- ป่า 116,550 ตารางกิโลเมตรถูกทำลายทั่วโลกทุกๆ ปี
- แม่น้ำ 60% ถูกทำลายโดยการสร้างเชื่อนหรือเปลี่ยนสภาพ
- 34% คือตัวเลขประชากรของโลกที่เพิ่มขึ้นใน 20 ปีที่ผ่านมา
- ประชาชน 75,000 คนต่อปีถูกคร่าชีวิตโดยภัยธรรมชาติ
- 50% คือตัวเลขของประชากรปลาที่ลดดิ่งลงภายใน 20 ปี
- 20% คือตัวเลขความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกาในช่วงเวลาที่ได้รับการศึกษา


-------
กรีนพีซเป็นองค์กรต่อต้านการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรัฐบาลและบริษัท เราไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลและเอกชน จึงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือจากประชาชนเช่นคุณ



กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเพื่อของคุณเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ของกรีนพีซโดยบอกให้พวกเขาไปเยี่ยมเว็บไซต์ของกรีนพีซ – http://www.greenpeace.or.th/ และมีส่วนร่วมโดยสมัครจดหมายข่าวนักกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการณรงค์ทางอินเทอร์เน็ต
บริจาควันนี้ – ช่วยกรีนพีซให้ดำรงอยู่ สมัครสมาชิกวันนี้
ลงมือทำ – เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์กรีนพีซ
เป็นอาสาสมัคร – มีหลายอย่างที่ต้องทำเพื่อปกป้องโลกใบนี้สำหรับคนรุ่นต่อไป และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ


------------------------- English, Complete Article --------------------


Environmental failures ’put humanity at risk’
http://www.guardian.co.uk/environment/2007/oct/26/climatechange


- UN report bemoans lack of urgency by governments


- Five-year study involved more than 1,400 scientists



Martin Hodgson
The Guardian
Friday October 26 2007



Each person requires a third more land for his or her needs than the planet can supply, says the study. Photograph: Corbis

The future of humanity has been put at risk by a failure to address environmental problems including climate change, species extinction and a growing human population, according to a new UN report.



In a sweeping audit of the world's environmental wellbeing, the study by the UN Environment Programme (UNEP) warns that governments are still failing to recognise the seriousness of major environmental issues.



The study, involving more than 1,400 scientists, found that human consumption had far outstripped available resources. Each person on Earth now requires a third more land to supply his or her needs than the planet can supply, it finds.



Meanwhile, biodiversity is seriously threatened by the impact of human activities: 30% of amphibians, 23% of mammals and 12% of birds are under threat of extinction, while one in 10 of the world's large rivers runs dry every year before it reaches the sea.



The report - entitled Global Environment Outlook: Environment for Development - reviews progress made since a similar study in 1987 which laid the groundwork for studying environmental issues affecting the planet.



Since the 1987 study, Our Common Future, the global response "has in some cases been courageous and inspiring," said the environment programme's executive director Achim Steiner. The international community has cut ozone-damaging chemicals, negotiated the Kyoto protocol and other international environmental treaties and supported a rise in protected areas which cover 12% of the world.



"But all too often [the response] has been slow and at a pace and scale that fails to respond to or recognise the magnitude of the challenges facing the people and the environment of the planet," Mr Steiner said. "The systematic destruction of the Earth's natural and nature-based resources has reached a point where the economic viability of economies is being challenged - and where the bill we hand to our children may prove impossible to pay," he said.



Climate change is a global priority that demands political leadership, but there has been "a remarkable lack of urgency" in the response, which the report characterised as "woefully inadequate".



The report's authors say its objective is "not to present a dark and gloomy scenario, but an urgent call to action".



It warns that tackling the problems may affect the vested interests of powerful groups, and that the environment must be moved to the core of decision-making.



The report said irreversible damage to the world's climate will be likely unless greenhouse gas emissions drop to below 50% of their 1990 levels before 2050.



To reach this level, the richer countries must cut emissions by 60% to 80% by 2050 and developing countries must also make significant reductions, it says.



It addresses a number of areas where environmental degradation is threatening human welfare and the planet, including water, over-fishing and biodiversity - where the UNEP says a sixth, human-induced, extinction is under way.



Billions of people in the developing world are put at risk by a failure to remedy relatively simple problems such as waterborne disease, the study says.



The 550-page report took five years to prepare. It was researched and drafted by almost 400 scientists, whose findings were peer-reviewed by 1,000 others.



One of the report's authors, Joseph Alcamo said that race is on to determine if leaders move fast enough to save the planet. "The question for me, for us perhaps, is whether we're going to make it to a more slowly changing world or whether we're going to hit a brick wall in the Earth's system first," he said.


"Personally, I think this could be one of the most important races that humanity will ever run."



In numbers:
· 45 thousand square miles of forest are lost across the world each year
· 60% of the world's major rivers have been dammed or diverted
· 34%: the amount by which the world's population has grown in the last 20 years
· 75 thousand people a year are killed by natural disasters
· 50%: The percentage by which populations of fresh fish have declined in 20 years
· 20%: How much the energy requirements of developed countries such as the United States have increased in the period
Source: Global Environment Output 2007



----------------
Greenpeace Needs Your Help! - We need your help spread the word tell your friends about Greenpeace and its campaigns by telling them to visit the site http://www.greenpeace.or.th/ and to Get Involved by signing up for the cyberactivist news and engaging in Greenpeace cyberactions
1: Donate Now Help Greenpeace Take a Stand. Become a Member Today.
2: Take Action Become a member of the Greenpeace cyberactivist community.
3: Volunteer There is a lot to be done when protecting the planet for future generations and help is always welcome.


vendredi 9 novembre 2007

บริษัทชื่อ "ปรุงโลกร้อนให้ร้อนขึ้น"




อาสาสมัครกรีนพีซยุติการทำลายระบบนิเวศน์ป่าพรุในพื้นที่ของบริษัทน้ำมันปาล์มพีที ดูทา พาลมา ที่จังหวัดรีอาล (Riau) ในสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย อาสาสมัครกำลังสร้างเขื่อนชั่วคราว 5 แห่งในบริเวณคลองน้ำลึก 3 เมตร ที่ใช้ในการทำซุงและดึงน้ำออกจากพื้นที่ป่าพรุเพื่อเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งขัดต่อกฎหมายอินโดนีเซียในเรื่องการปกป้องป่าและยังส่งผลให้เกิดก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาล

อาสาสมัครกรีนพีซกว่า 30 คนทำงานร่วมกับชุมชนจากหมู่บ้านใกล้เคียงในกัวลาเชนากูเพื่อสร้างเขื่อนชั่วคราวกั้นไม่ให้มีการระบายน้ำออกจากป่าพรุซึ่งจะทำให้พื้นที่บริเวณนั้นไม่เหือดแห้งและปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และก๊าซเรือนกระจกออกมา


เขื่อนชั่วคราวนี้จะช่วยป้องกันบริษัทน้ำมันปาล์มจากการเผาพื้นที่ป่าพรุอย่างผิดกฎหมาย ก่อนที่จะมีการนำไปใช้เพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งจะเพิ่มให้เกิดภาวะโลกร้อนมากขึ้น


“บริษัทน้ำมันปาล์มนี้กำลังทำสิ่งที่ผิดกฎหมายและทำลายสิ่งมีชีวิตที่อาศัยบริเวณผืนป่าพรุแห่งนี้” ฮัปโซโร ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านป่าไม้ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว “และนอกจากนี้ยังส่งผลไปสู่ภาวะโลกร้อนอีกด้วย”

เหลือเวลาเพียง 1 เดือนก่อนจะถึงวันที่รัฐบาลทั่วโลกจัดการประชุมที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซียเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับมาตรการขั้นต่อไปเพื่อต่อสู่กับภาวะโลกร้อน กรีนพีซได้เปิดเผยการตรวจสอบสินค้ายี่ห้อชั้นนำของโลกจำนวนหนึ่งที่เป็นสาเหตุของทำลายป่าพรุในอินโดนีเซีย และทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น ทั้งๆที่การทำลายป่าพรุนั้นทำให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่บรรยากาศโลกไปแล้ว 4%


รายงานของกรีนพีซที่ชื่อ ปรุงโลกให้ร้อน (Cooking the Climate) แสดงให้เห็นว่าบริษัท เช่น ยูนิลีเวอร์ (Unilever) เนสท์เล่ (Nestlé) และพร็อกเตอร์ แอนด์ แกมเบิ้ล (Procter & Gamble) เป็นตัวการของการทำลายป่าพรุในอินโดนีเซียจากสาเหตุการใช้น้ำมันปาล์มในอาหาร เครื่องสำอาง และเชื้อเพลิง ป่าพรุใน


อินโดนีเซียเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไว้มากที่สุดในโลก ดังนั้นการทำลายป่าพรุเหล่านี้จึงเป็นตัวการที่นำไปสู่ภาวะโลกร้อนอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้“การตรวจสอบนี้แสดงให้เห็นว่าท้ายที่สุดแล้ว บริษัทนานาชาติเพียงไม่กี่แห่งนี้เป็นผู้ทำลายและเผาป่าพรุของอินโดนีเซียเพื่อนำไปผลิตอาหาร น้ำมัน และน้ำยาซักผ้า


สินค้ายี่ห้อที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดบางยี่ห้อได้กำลังเพิ่มความร้อนให้กับภูมิอากาศอย่างแท้จริง” เอ็มมี่ ฮาฟิลด์ ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว



------------



กรีนพีซเป็นองค์กรต่อต้านการทำลายสิ่งแวดล้อมโดยรัฐบาลและบริษัท เราไม่รับเงินบริจาคจากรัฐบาลและเอกชน จึงยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความช่วยเหลือจากประชาชนเช่นคุณ

กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเพื่อของคุณเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ของกรีนพีซโดยบอกให้พวกเขาไปเยี่ยมเว็บไซต์ของกรีนพีซ – http://www.greenpeace.or.th/ และมีส่วนร่วมโดยสมัครจดหมายข่าวนักกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการณรงค์ทางอินเทอร์เน็ต


1. บริจาควันนี้ – ช่วยกรีนพีซให้ดำรงอยู่ สมัครสมาชิกวันนี้


2. ลงมือทำ – เป็นสมาชิกของชุมชนนักกิจกรรมออนไลน์กรีนพีซ รับวิธีง่ายๆ เพื่อปกป้องโลก


3. เป็นอาสาสมัคร – มีหลายอย่างที่ต้องทำเพื่อปกป้องโลกใบนี้สำหรับคนรุ่นต่อไป และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ




vendredi 2 novembre 2007

ฮีโร่ด้านสิ่งแวดล้อม

กรุงเทพฯ/มะนิลา — นิตยสารไทม์ฉบับล่าสุดเขียนบทความยกย่องฮีโร่ผู้ปกป้องโลกซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงวอน เฮอร์นันเดซ ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะที่ทำงานรณรงค์อย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อต่อต้านการค้าขยะพิษและโรงเผาขยะที่มีมลภาวะสูงในประเทศฟิลิปปินส์และในภูมิภาค

เฮอร์นันเดซเริ่มงานกับกรีนพีซสากลเมื่อ พ.ศ. 2538 ในตำแหน่งผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษในทวีปเอเชีย ในช่วงเวลาดังกล่าว เขาเปิดตัวการรณรงค์ต่อต้านโครงการก่อสร้างโรงงานเผาขยะ เพื่อจัดการกับปัญหาขยะที่เพิ่มปริมาณมากขึ้นในมะนิลา

งานรณรงค์ของเฮอร์นันเดซที่เปิดโปงมลพิษของสารพิษจากการเผาขยะที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ และเป็นภัยรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนนั้นได้ทำให้แผนการติดตั้งโรงเผาขยะเหล่านี้ต้องล้มเลิกไป งานรณรงค์ได้นำไปสู่การออกกฎหมายอากาศสะอาดของฟิลิปปินส์ พ.ศ. 2542 ซึ่งครอบคลุมถึงการห้ามเผาขยะในประเทศเป็นครั้งแรกอีกด้วย เฮอร์นันเดซซึ่งร่วมกับพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมในฟิลิปปินส์ได้ดำเนินการรณรงค์เพื่อให้รัฐบาลอนุมัติกฎหมายการจัดการขยะเทศบาลได้อย่างต่อเนื่องและประสบความสำเร็จ โดยกฎหมายนี้ระบุให้มีการแยกขยะและการพัฒนาโรงปรับปรุงวัสดุและการรีไซเคิลทั่วประเทศ

ผลงานนี้ทำให้เขาได้รับรางวัลด้านสิ่งแวดล้อมโกลด์แมนใน พ.ศ. 2546 ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเท่าเทียมกับรางวัลโนเบลสำหรับนักสิ่งแวดล้อมระดับรากหญ้า เฮอร์นันเดซเป็นชาวฟิลิปปินส์คนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ โดยผู้ได้รัลรางวัลคนก่อน คือ เจ้าของรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ วันการี มาไท (http://www.goldmanprize.org/node/107).

วอน ซึ่งเป็นนักกิจกรรมสิ่งแวดล้อมมามากกว่า 50 ปี ได้ริเริ่มการรณรงค์และโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมจำนวนมากในฟิลิปปินส์ เช่น การรณรงค์เพื่อฟื้นฟูแม่น้ำปาสิก และการฟื้นฟูฐานทัพสหรัฐในอดีตที่ปนเปื้อนไปด้วยสารพิษในเมืองคลาร์กและซูบิก นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ก่อตั้งและผู้ขับเคลื่อนหลักของโครงการริเริ่มและพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมมากมายทั้งในระดับประเทศและนานาประเทศ ซึ่งได้แก่ พันธมิตรต่อต้านการเผาขยะโลก (GAIA), Waste Not Asia, Lakbay Kalikasan, พันธมิตร Eco Waste, กลุ่มเคลื่อนไหว Sagip Pasig และพลังประชาชนเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ปนเปื้อนสารพิษในฐานทัพอเมริกัน (People’s Task Force for Bases Clean-up)

ปัจจุบันเขาเป็นผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ซึ่งเขาดูแลงานรณรงค์ด้านภาวะโลกร้อน สารพิษ มลพิษทางน้ำ ป่าไม้ และการเกษตรยั่งยืน

.........
กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - http://202.44.55.51/donategreenpeace_org/thai_payment.asp - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - http://www.greenpeace.org/seasia/th/getinvolved/1279356 - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - http://www.greenpeace.org/seasia/th/contactus/654734 - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ้นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "


กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - http://www.greenpeace.or.th

dimanche 21 octobre 2007

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ – อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ

แถลงการณ์ของกรีนพีซต่อกรณีการเสนอแผนงานของคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาต


กรุงเทพฯ, ประเทศไทย -- กรีนพีซมีความวิตกกังวลอย่างยิ่งต่อการเร่งให้มีการอนุมัติเห็นชอบแผนงานของคณะกรรมการเพื่อเตรียมการศึกษาความเหมาะสมในการที่จะผลิตไฟฟาจากพลังงานนิวเคลียร์ในวันนี้ เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาตินั้นไม่มีกระบวนการปรึกษาหารือและประเมินผลกระทบของอันตรายจากนิวเคลียร์กับภาคประชาสังคมและสาธารณชนอย่างเพียงพอและเหมาะสม



ถึงแม้ว่า ภาคประชาสังคมไทยจะมีประเด็นคำถามต่อทำเลที่ตั้ง ต้นทุนอันมหาศาล และความล่าช้าในการก่อสร้างของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งมีตัวอย่างที่เกิดขึ้นทั่วโลก รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ดร.ปิยะสวัสดิ์ อมรนันท์ ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยนำเสนอแผนการดำเนินงานต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติให้พิจารณาอนุมัติในวันนี้



ธารา บัวคำศรี ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เป็นข้อพิสูจน์ทั่วโลกหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า จริงๆ แล้ว พลังงานนิวเคลียร์เป็นอุปสรรคที่สำคัญต่อความมั่นคงด้านพลังงานและเบี่ยงเบนออกจากการแก้ไขปัญหาโลกร้อนที่แท้จริง นอกจากจะใช้งบประมาณจำนวนมากไปกับการลงทุนที่มีความเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจซึ่งไม่เพียงเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว พลังงานนิวเคลียร์ยังมิได้ตอบสนองต่อวิกฤตด้านพลังงานที่มีการคาดการณ์อีกด้วย รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานควรพิจารณาอย่างจริงจังให้มากกว่านี้ถึงทางเลือกที่สะอาดและปลอดภัยในการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะจากระบบพลังงานหมุนเวียนที่มีลักษณะกระจายศูนย์ซึ่งมาจากแหล่งธรรมชาติอันได้แก่ ลม แสงอาทิตย์ และพลังงานน้ำขนาดเล็ก เป็นต้น



นอกเหนือจากความเสี่ยงของการเกิดอุบัติเหตุ อย่างเช่น กรณีเชอร์โนบิล สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของพลังงานนิวเคลียร์คือกากกัมมันตภาพรังสีปริมาณนับพันตันที่เราจะต้องอยู่กับมันในอนาคต กรีนพีซขอเรียกร้องให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติทำการทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า PDP 2007 โดยทันที โดยเน้นไปที่การศึกษาและพัฒนาระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการรับประกันความมั่นคงด้านพลังงานเท่านั้น หากยังเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่คนไทยทุกคน



ในวันที่ 10 ตุลาคม 2550 ที่ผ่านมา มูลนิธินโยบายสุขภาวะและกรีนพีซได้เปิดตัวหนังสือ “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์: อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ” เพื่อให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่ง รวมทั้งทางเลือกที่เป็นไปได้ของสังคมไทยในกรณีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้านมากขึ้น อันเป็นเงื่อนไขของการตัดสินใจร่วมกันของสังคม



หนังสือ“โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ : อย่าปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ” ระบุชัดเจนว่า สังคมไทยมีทางเลือกและไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยมีองค์ประกอบ 2 แนวทางหลักคือ 1) การลดความต้องการใช้ไฟฟ้าจากที่คาดการณ์ไว้ลงร้อยละ 20 และการเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าในระบบกระจายศูนย์ขึ้นเป็นร้อยละ 20 ภายในปี ค.ศ. 2020 (พ.ศ.2563) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า หรือ PDP2007 แล้ว จะเห็นว่าทางเลือก 20:20 ภายในปี 2020 สามารถลดการสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ลงได้อย่างมาก เนื่องจากการจัดการด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า (ประมาณ 6,992 เมกะวัตต์) เพื่อลดความต้องการไฟฟ้าลงร้อยละ 20 ทำให้โดยรวมแล้วสามารถลดกำลังการผลิตที่จะต้องติดตั้งใหม่ในช่วงปี พ.ศ. 2554-2564 ลงได้ถึง 10,000 เมกะวัตต์ ขณะเดียวกัน โรงไฟฟ้าใหม่ที่จะสร้างก็จะเน้นโรงไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์มากขึ้น โดยจะสร้างโรงไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์เพิ่มขึ้นจาก 1,700 เมกะวัตต์ ขึ้นเป็น 6,400 เมกะวัตต์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 2,800 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 4,000 เมกะวัตต์ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศลงจาก 5,090 เมกะวัตต์ เหลือเพียง 2,143 เมกะวัตต์ และลดการสร้างโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติลงจาก 18,200 เมกะวัตต์เหลือเพียง 8,400 เมกะวัตต์ ผลลัพธ์จากทางเลือกดังกล่าว

ทำให้ประเทศไทยสามารถประหยัดค่าลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 240,000 ล้านบาท ลดค่าลงทุนในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินลงได้ 153,000 ล้านบาท ลดค่าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติลงได้ 184,000 ล้านบาท รวมกันประหยัดค่าลงทุนลงได้เกือบ 600,000 ล้านบาท นอกจากนั้นยังประหยัดการนำเข้าเชื้อเพลิงได้เกือบ 80,000 ล้านบาท/ปี ในปีค.ศ. 2020 และช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ถึง 50 ล้านตันต่อปี

ดาวน์โหลดหนังสือ "โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่าปิดแผ่้นฟ้าด้วยฝ่ามือ

......................

กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - http://www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ้นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


กรีนพีซพบสารเคมีอันตรายในโทรศัพท์มือถือของบริษัทแอปเปิ้ล

กรุงเทพฯ/อัมสเตอร์ดัม, ประเทศไทย — กรีนพีซเผยผลวิเคราะห์จากห้องทดลองวิทยาศาสตร์พบสารสารเคมีอันตรายในส่วนประกอบของโทรศัพท์มือถือของบริษัท แอปเปิ้ล หรือไอโฟน (iPhone) ซึ่งกรีนพีซได้ทำการทดสอบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลเป็นครั้งแรกหลังจากที่จัดทำ “คู่มือจัดอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียว” เพื่อเป็นการทดสอบคำมั่นสัญญาของ สตีฟ จ๊อบส์ ประธานคณะกรรมการบริหารใหญ่ของแอปเปิ้ลที่ให้กับลูกค้าเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าจะทำให้สินค้าของเขาเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (greener apple)

ห้องทดลองวิทยาศาสตร์อิสระได้วิเคราะห์ 18 ชิ้นส่วนจากภายในและภายนอกของไอโฟน ซึ่งจำนวนชิ้นส่วนที่วิเคราะห์มากกว่าครึ่งพบสารทนไฟประเภทโบรมีน (BFRs) (1) ที่เป็นสารเคมีอันตราย โดยมีน้ำหนักมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักของแผงวงจร และพบสารเคมีประกอบอันตรายประเภท พลาทเลทเอสเตอร์ (phthalate esters) (2) มากกว่า 1.5 เปอร์เซ็นต์ของสารเคลือบพีวีซีของสายหูฟัง การวิเคราะห์ยังพบอีกว่าชิ้นส่วนที่มีการใช้กาวติดแบตเตอรี่กับแฮนด์เซ็ทนั้นยากต่อการแยกเพื่อรีไซเคิลหรือการกำจัดที่เหมาะสมเมื่อหมดอายุการใช้งาน




“มิสคอล: สารเคมีอันตรายในไอโฟน (Missed call: the iPhone´s hazardous chemicals)” เป็นรายงานของกรีนพีซที่แสดงสารประกอบในไอโฟน (3) ซึ่งเป็นครั้งที่สามแล้วที่กรีนพีซตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลตั้งแต่ปี 2549 และพบว่าแมคบุ๊คโปรและไอพอตนาโน มีสารประกอบของพบสารทนไฟประเภทโบรมีน (BFRs) และพีวีซี (PVC) เช่นเดียวกัน

แอปเปิ้ลนำไอโฟนออกขายในตลาดสหรัฐตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา การที่พบสารเคมีอันตรายดังกล่าวในส่วนประกอบของไอโฟนแสดงให้เห็นถึงความหวังอันริบหรี่ที่จะเห็นผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในปี 2551 ตามคำมั่นสัญญาที่ สตีฟ จ๊อบส์ ให้ไว้

พลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ผลิตภัณฑ์แอปเปิ้ลควรเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเริ่มจากการเลิกใช้ส่วนประกอบและวัสดุที่มีสารพิษในผลิตภัณฑ์เพราะการไม่ใช้สารพิษจะช่วยลดอันตรายต่างๆที่เกิดจากการรีไซเคิลและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาลที่กำลังเพิ่มขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด แต่ดูเหมือนว่าแอปเปิ้ลจะยังคงห่างไกลจากความเป็นผู้นำด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งต่างจากคู่แข่งอย่างโนเกีย หรือโซนี- อิริคสัน ที่ได้ผลิตโทรศัพท์มือถือและมีนโยบายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า”

ดร. เดวิด ซานทีโล นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของห้องวิจัยของกรีนพีซ กล่าวว่า สารเคมีประกอบอันตรายประเภท พลาทเลทเอสเตอร์ เป็นสารเคมีที่จัดอยู่ในประเภทสารมลพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบสืบพันธุ์กลุ่มที่สองในกฎหมายของยุโรป เนื่องจากมีผลรบกวนต่อฮอร์โมนเพศของสัตว์เลือดอุ่น ในขณะที่สารเคมีนี้ไม่อนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ของเล่นหรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ขายในยุโรป แต่อย่างไรก็ตามยังไม่รวมถึงโทรศัพท์มือถือ

ดูวีดิโอการแยกชิ้นส่วนและการทดสอบไอโฟนได้ที่นี่ - http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/iphone


เว็บไซต์งานรณรงค์ด้านสารพิษของกรีนพีซ:
http://www.greenpeace.org/international/campaigns/toxics/electronics

หมายเหตุ

(1) โบรมีน: หากผลิตภัณฑ์ใด ๆ มีสารโบรมีนอยู่ในปริมาณที่สูงจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเมื่อผลิตภัณฑ์หมดอายุการใช้งานเมื่อนำไปเผาทำลายหรือนำไปริไซเคิลหรือนำไปฝังกลบจากการที่โบรมีนจะทำปฎิกิริยากลายเป็นสารพิษที่คงค้างในสิ่งแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม

(2) พลาทเลท: ตามระเบียบสหพันธ์ยุโรป 2005/84/EC ผลิตภัณฑ์ของเล่นหรือผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ขายในสหพันธ์ยุโรปจะต้องไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีดังกล่าวมากกว่า 0.1% ของน้ำหนัก

(3) “มิสคอล: สารเคมีอันตรายในไอโฟน (Missed call: the iPhone´s hazardous chemicals)
http://www.greenpeace.org/iphonereport

.........

กรีนพีซต้องการความช่วยเหลือจากคุณ! เราต้องการให้คุณช่วยบอกต่อเกี่ยวกับกรีนพีซและงานรณรงค์ขององค์กรโดยช่วยบอกให้พวกเขามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา - www.greenpeace.or.th และมีส่วนร่วมโดยสมัครการรณรงค์ออนไลน์และร่วมในการรณรงค์ทางออนไลน์ของกรีนพีซ


1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ้นต่อไปและเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ

.........

พันธกิจของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
"เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม
เปิดโปงและหยุดยั้งอาชญากรรมต่อสิ่งแวดล้อม
พร้อมกับเร่งรัดการพัฒนาที่สะอาด ด้วยวิธีเปิดเผย สร้างสรรค์ บนพื้นฐานของสันติวิธี"

Greenpeace Southeast Asia's Mission Statement
"Safeguard environmental rights,
Expose and stop environmental crimes,
Advance clean development. "

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้


mercredi 10 octobre 2007

ร่วมลงชื่อ คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ

กรุงเทพฯ, 9 ตุลาคม 2550 - วันนี้กรีนพีซออกล่ารายชื่อ "คนไทยไม่เอาจีเอ็มโอ"
ทั่วประเทศ เพื่อเรียกร้องให้พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์นายกรัฐมนตรีพิจารณาไม่ยอมรับ
การล้มมติ ครม. พืชจีเอ็มโอของกระทรวงเกษตรฯ พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาล สนับสนุนการเกษตรยั่งยืนและเกษตรธรรมชาติ

กรีนพีซรวบรวมรายชื่อจากสาธารณชนเพื่อร่วมแสดงความเชื่อมั่นต่อนายกรัฐมนตรีให้
รักษา ความเป็นผู้นำด้านการส่งออกผลผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย และย้ำเตือนถึง
ผลเสียที่จะตามมาหากมีการเริ่มทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิดว่าจะทำให้เกิด
การแพร่กระจาย และปนเปื้อนไปสู่พืชผลและสิ่งแวดล้อมของไทย
อย่างไม่อาจเรียกกลับคืนมาได้ ซึ่งส่งผลให้ การส่งออกผลผลิตทางการเกษตรไปให้
แก่ตลาดโลก เช่น สหภาพยุโรปและญี่ปุ่นต้องหยุดชะงักเนื่องจากประเทศเหล่านี้
ปฏิเสธพืชจีเอ็มโอ อย่างชัดเจน นอกจากนี้กรีนพีซยังเน้นย้ำถึงการยกเลิกมติ ครม.ว่าจะส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อ สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน เพราะยังไม่มีการพิสูจน์ใดๆ ว่าพืชจีเอ็มโอนั้นปลอดภัย ในระยะยาว

โปรดร่วมลงชื่อในจดหมายถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกล้มความพยายามในการทดลอง
ปลูกพืชจีเอ็มโอในไร่นาเปิดอันจะนำหายนะมาสู่สิ่งแวดล้อม
และเกษตรกรรมไทย

1. ร่วมบริจาค - โปรดช่วยกรีนพีซช่วยสิ่งแวดล้อม สมัครเป็นสมาชิกวันนี้

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระที่ไม่รับความช่วยเหลือจากองค์กรรัฐบาลและเอกชน เรายืนหยัดอยู่ได้ด้วยเงินบริจาคจากประชาชนเช่นคุณ

2. ลงมือทำ - เป็นสมาชิกของชุมชุนนักกิจกรรมออนไลน์ของกรีนพีซ
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำสำหรับโลกอันบอบบางใบนี้ และเรายินดีเสมอ
ที่จะได้รับความช่วยเหลือ สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับวิธีการที่
คุณสามารถช่วยโลกใบนี้ได้

3. เป็นอาสาสมัคร - มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำในการปกป้องโลกสำหรับคนรุ่นต่อไป
และเรายินดีรับความช่วยเหลือเสมอ


jeudi 4 octobre 2007

Photo Contest: “Endangered Water, Endangered Lives” (UPDATED VERSION)

English version is below.

กรีนพีซ องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม และสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเชิญชวนทุกท่านที่สนใจ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมรณรงค์แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย โดยส่งภาพถ่ายเข้าประกวดภายใต้หัวข้อ "วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต"



วัตถุประสงค์



1. ส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหามลพิษทางน้ำที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

2. สนับสนุนให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการถ่ายทอดปัญหามลพิษทางน้ำและผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

3. กระตุ้นให้เกิดจิตสำนึกและรับผิดชอบต่อการก่อปัญหามลพิษทางน้ำ

4. เพื่อนำผลงานต่างๆที่ได้รับคัดเลือกไปจัดแสดง รวมถึงกิจกรรมรณรงค์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง



การประกวดภาพถ่าย



ในหัวข้อ “วิกฤตน้ำ วิกฤตชีวิต” ลักษณะของภาพถ่ายจะต้องสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตปัญหาของแหล่งน้ำกินน้ำใช้หรือแหล่งน้ำธรรมชาติที่ถูกกระทำย่ำยีโดยกิจกรรมมนุษย์ เช่น โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆที่ขาดความรับผิดชอบ จนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนหรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆและสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นภาพถ่ายที่นำเสนอยังสามารถขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้ถ่ายที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวในลักษณะอื่นๆ หรือนำเสนอเป็นเชิงสัญลักษณ์ที่สามารถสื่อถึงหัวข้อประกวดได้ โดยทุกเหตุการณ์ที่บันทึกภาพจะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น



กลุ่มเป้าหมาย



1. กลุ่มช่างถ่ายภาพ

2. กลุ่มเยาวชนไทย

3. ประชาชนทั่วไป



หน่วยงานที่รับผิดชอบ



1. มูลนิธิเพื่อสันติภาพเขียว (กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

2. สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ส.ภ.ท.)



ประเภทของภาพถ่าย



ภาพถ่ายฟิล์มสี-ฟิล์มขาวดำ, Digital



ผู้มีสิทธิ์ส่งภาพเข้าประกวด

ประชาชนคนไทยทั่วไปและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทย



เงื่อนไขข้อกำหนดในการส่งภาพภาพถ่ายเข้าประกวด



1. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดสามารถถ่ายภาพโดยใช้ได้ทั้งกล้องบรรจุฟิล์มและกล้องดิจิตอล

2. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวดเป็นภาพสี-ขาวดำ ขนาดของภาพ 10x12 นิ้ว บวก-ลบได้ไม่เกิน 2 นิ้ว (ภาพที่เกินกว่าขนาดที่กำหนดจะไม่ได้รับการพิจารณาตัดสิน) พร้อมทั้งส่งฟิล์มหรือ Digital File Jpeg Large ที่มีคุณสมบัติ High Resolution ไม่ต่ำกว่า dpi โดยบันทึกลงแผ่นซีดี มาพร้อมภาพถ่ายผลงานที่เข้าร่วมประกวด และฟิล์มหรือแผ่นซีดีจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกรีนพีซ 300

3. ต้องเป็นภาพที่ถ่ายระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2550 - 30 พฤศจิกายน 2550

4. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด ห้ามตกแต่งภาพจนเกินจากความเป็นจริง

5. ส่งผลงานภาพถ่ายเข้าประกวดได้ท่านละไม่เกิน 10 ภาพ (ไม่ต้องติดการ์ดและกรอบใดๆทั้งสิ้น)

6. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด ผู้ส่งจะต้องเขียนชื่อภาพ ชื่อสถานที่ในภาพ ชื่อ นามสกุล ที่อยู่ของผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดอย่างชัดเจนในใบสมัครที่กำหนด และผู้ส่งภาพถ่ายเข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ถ่ายภาพที่ส่งเข้าประกวดด้วยตนเอง

7. ภาพถ่ายที่ส่งเข้าประกวด กรีนพีซมีสิทธิ์คัดเลือกนำไปจัดแสดงในที่ต่างๆ และมีสิทธิ์ในการจัดพิมพ์เผยแพร่ผลงานในสูจิบัตร เอกสารสิ่งพิมพ์ รวมทั้งสารสนเทศทุกประเภทและกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ



หลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกและตัดสินภาพถ่าย



คณะกรรมการตัดสินภาพจะพิจารณาจากคุณค่าของผลงานเป็นหลัก คณะกรรมการมีสิทธิ์กำหนดวิธีการตัดสิน การตัดสินของคณะกรรมการคัดเลือกและตัดสินจะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะผลงานที่มีคุณภาพเหมาะสมเข้าร่วมแสดง



คณะกรรมการตัดสิน



1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ถาวร โกอุดมวิทย์

2. อนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง

3. ดาว วาสิกศิริ

4. Von Hernandez (Campaign Director, Greenpeace SEA)

5. John Novis (Photo Editor, Greenpeace International)



รางวัล



รางวัลชนะเลิศ

จำนวน 1 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ 30,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1

จำนวน 1 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ 20,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2

จำนวน 1 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ10,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



รางวัลชมเชย

จำนวน 10 รางวัล

เงินรางวัล รางวัลละ 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร



กำหนดการส่งผลงานภาพถ่าย



ทางไปรษณีย์หรือด้วยตนเอง ระหว่างวันที่ 21 กันยายน – 30 พฤศจิกายน 2550 (ตัดสินภาพวันที่ 7 ธันวาคม 2550)

ส่งถึง ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ

มูลนิธิเพื่อสันติภาพเขียว (กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

138/1 ชั้น 2 อาคารทอง ถนนสุทธิสาร

สามเสนใน พญาไท กทม. 10400

โทร. 02-357-1921 โทรสาร 02-357-1929



หมายเหตุ: วันจัดแสดงภาพและสถานที่จะแจ้งให้ทราบหลังประกาศผลตัดสิน


คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดใบสมัคร


------------

Photo Contest: “Endangered Water, Endangered Lives”



Greenpeace Southeast Asia, in collaboration with the Royal Photographic Society of Thailand under the Royal Patronage of H.M. the King, hosts a photo contest to bring people together to celebrate and protect our important freshwater sources. The theme of the photo contest is: “Endangered Water, Endangered Lives” Submission of entries: September 21 to November 31, 2007


The Photo Contest



Under the Title “Endangered Water, Endangered Lives”, the photographs must feature freshwater and freshwater sources in Thailand, taken from January 1, 2007 to November 31, 2007. Examples are lakes, rivers, streams, springs, tap water, etc. Photos should convey how freshwater is important to people / the environment (‘celebrating water’), or how clean water is being threatened by sources of pollution (‘water at threat’). Marine water (seas, oceans) are not considered.

Target Groups


1. Photographers
2. Thai Youths
3. General Public

Responsible Organizations



1. Greenpeace Southeast Asia
2. The Royal Photographic Society of Thailand Under the Royal Patronage of H.M. The King (RPST)

Photo Contest Guidelines



1.
Who may join: The competition is open to all photographers, photojournalists, and photo enthusiasts who are residents of Thailand except for staff of Greenpeace Southeast Asia and relatives of up to the 1st degree of consanguinity.
1.1 Entrants under 18 years of age will be required to submit a waiver signed by the entrant’s legal guardian.

2. Theme:
- Celebrating Thailand fresh waters (rivers, lakes, aquifers, springs, and groundwater sources, etc) and looking at the threats

3. All entries should have been taken within Thailand from January 1, 2007 to November 31, 2007.

4. Entries should be taken with any camera using at least 35 mm film or a digital camera.

4.1 For digital photos, entries should be taken with at least a 3 Mega Pixel digital camera at the highest setting. Submitted entries should be in JPEG format (jpg or jpeg), 1200 pixels on the longest side, with at least 300 dpi resolution.

Entrants will be asked to submit the original file for the exhibit after the judges have made their decisions.

Emailed entries should be submitted to greenpeaceth.photocontest@gmail.com

4.1.1 The file name of the entry should follow the following format: Initials of the entrant (first name, middle name, last name) [dash] entry number depending on how many entries are being submitted [dash] date in (ddmmyy format) photo was submitted to contest [dot] jpg

For Example, photos submitted by Ply H. Pirom on September 5, 2007 should have the file names:
Php-1-050907.jpg
Php-2-050907.jpg

4.2 Print entries should be 8R in size and mailed and addressed to:

Greenpeace Project Water Photo Contest
Greenpeace Southeast Asia
138/1 2nd Floor, Thong Building, Suthisarn Road,
Samsennai, Payathai, Bangkok 10400

Not later than the date specified in item 5.

Greenpeace will not be responsible for prints damaged during postage/delivery.

4.3 There should be no markings (names, logo, or any writing) on photo entries.

5. Deadline for submission of all entries is November 31, 2007. All email entries received after midnight of September 28 and all print entries received by the Greenpeace office after 5:00pm of November 31, 2007, will not be accepted.
Greenpeace is not responsible for any postal or technical delay.

6. Only complete entries will be considered.

6.1 A complete entry for a digital photo submitted via email is as follows:
- entry form
- photo entry in the required parameters (see item 3.1)
- waiver for minors, if applicable

6.2 A complete print entry is as follows:
- entry form
- 8R print
- waiver for minors, if applicable

7. Images must not have been altered / enhanced in any way other than simple cropping. Any alteration or enhancement made (aside from cropping) would mean disqualification of the entry.

8. Photographs that include sculptures, statues, paintings, and other works of art will be accepted as long as they do not constitute copyright infringement or fraud; provided that entrants provide a release form as described below in “Releases.” When photographing the work of others, it must be as an object in its environment and not a full-frame close up of another person’s art.

9. Photographs that include other persons will be accepted, provided that entrants submit a release form as described below in “Releases.”

10. Each entrant can send as many as five (10) entries but can only win once.

11. Entries must be exclusive to this contest, unpublished, and must not have been submitted as an entry in previous contests. By entering the contest, entrant represents, acknowledges and warrants that the submitted photograph is an original work created solely by the entrant and that no other party has any right, title, claim or interest in the photograph.

12. The Board of judges will be composed of respected photo journalists, as well as Greenpeace Southeast Asia’s Campaigns Director, and Greenpeace International’s Photo Chief.

13. Criteria for judging is as follows:
Relevance to the theme- 50%
Technical Excellence-25%
Visual Impact and Creativity-25%

14. Prizes are as follows:
First prize: THB 30,000.00 with a certificate
Second prize: THB 20,000.00 with a certificate
Third prize: THB 10,000.00 with a certificate
Consolation Prizes: 10 prizes; THB 4,000 each with a certificate

14.1 Winners will be announced and prizes awarded on December 7, 2007.

14.2 Prizes not claimed within 30 days after the awarding ceremonies shall be forfeited.

15. By participating, the entrant shall grant to Greenpeace SEA Environmental Trust Inc. (Greenpeace)
- right to use the photo in all Greenpeace campaign and organizational materials (captioned (c)photographer).
- right to distribute the photo as part of Greenpeace's media releases (captioned (c)photographer/Greenpeace handout)
- both above rights for the period of three or for the duration of our water project

Entrant further grants Greenpeace the rights to use the photo beyond the period specified above in campaign and organizational materials (but not for distribution) so long as the use of the photo pertains to the water project and the caption shall additionally read "this photo was [an entry/winner] in the Greenpeace water project photo contest held in December 2007.

The rights granted to Greenpeace SEA Environmental Trust, Inc. shall also be granted to its global licensing intermediary Greenpeace International BV.

16. By joining this contest, entrants agree

(a) to be bound by these official rules
(b) that the decisions of the judges are final on all matters relating to the contest. All national and local taxes, fees and surcharges on prizes are the sole responsibility of the prize winners. In the event that the selected winner(s) of any prize are/is ineligible or refuses the prize, the prize will be forfeited and Greenpeace, in its sole discretion, may choose whether to award the prize to another winner.

17. Greenpeace reserves the right to disqualify entries, or to forfeit the prize for a winning entry, that
-have been altered/enhanced in any way other than simple cropping
-are obscene or contain objectionable content as determined by Greenpeace
-are not original
-are illegible, incomplete, damaged, irregular, altered, and/ or counterfeit
-have been produced through fraud
-have been obtained through theft
or entries whose details have been misrepresented in the entry form.

Board of Judges


1. Assistant Professor Thaworn Koudomwit
2. Dow Wasiksiri
3. Anuchai Srijaroonputhong
4. Von Hernandez (Campaign Director, Greenpeace SEA)
5. John Novis (Photo Editor, Greenpeace International)

You can download the registration form here.

กรีนพีซโต้กรมวิชาการเกษตรเซ็นเอ็มโอยูกับคอร์แนล ไทยเสียประโยชน์



กรุงเทพฯ – กรีนพีซประณามกรมวิชาการเกษตร กรณียื่นร่างเอ็มโอยู ที่ตกลงเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ในมะละกอจีเอ็มโอร่วมกับมหาวิทยาลัยคอร์แนล พร้อมย้ำว่าภาคเกษตรกรรมไทยจะเสียผลประโยชน์หากมีการเปิดรับพืชจีเอ็มโอ กรีนพีซเรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตร เปิดเผยรายละเอียดของบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ระหว่างกรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยคอร์แนลให้สาธารณชนรับทราบโดยเร็วเนื่องจากประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อทั้งภาคเกษตรกรรมและมูลค่าของสินค้าเกษตรไทย และก่อนที่กระทรวงเกษตรจะวิ่งโร่ไปหาคอร์แนล คนไทยควรได้รับทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับอนาคตของพวกเขา

กรีนพีซได้เรียกร้องกรมวิชาการเกษตรให้เปิดเผยร่างบันทึกข้อตกลงมาหลายครั้งแล้ว แต่ได้รับคำปฏิเสธทุกครั้ง

“ดูเหมือนกรมวิชาการเกษตรไม่เคยจดจำบทเรียนจากกรณีมะละกอปนเปื้อนจีเอ็มโอที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเกิดจากการไร้ความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร เป็นที่น่าสงสัยว่าการที่กรมวิชาการเกษตรพยายามทำข้อตกลงดังกล่าวกับคอร์แนลครั้งนี้ จะเอื้อประโยชน์ต่อการยกเลิกมติครม. 3 เมษายน 2544 ที่ห้ามทดลองปลูกพืชจีเอ็มโอในแปลงเปิดและเปิดทางให้มะละกอจีเอ็มโอเข้าประเทศไทยได้ง่ายยิ่งขึ้น เราขอให้ทางกรมวิชาการเกษตรเปิดเผยข้อมูลในร่างเอ็มโอยูนี้ก่อน เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและอธิบายให้สาธารณชนได้รับทราบ” นางสาวณัฐวิภา อิ้วสกุล ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพันธุวิศวกรรม (จีเอ็มโอ) กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าว

จากการรายงานของกระทรวงเกษตรฯ ที่กล่าวอ้างว่าการลงนามบันทึกข้อตกลงเอ็มโอยูกับมหาวิทยาลัยคอร์แนลนั้นประเทศไทยได้รับส่วนแบ่งจากผลกำไรจากการค้ามะละกอจีเอ็มโอ แต่สิทธิบัตรนั้นจะเป็นสิทธิบัตรร่วมกันกับมหาวิทยาลัย

“หากเรื่องดังกล่าวเป็นจริง ถือว่าเป็นโชคร้ายของเกษตรกรและคนไทย เนื่องจากเกษตรกรจะต้องจ่ายค่าสิทธิบัตรให้แก่สถาบันต่างชาติทั้งๆที่ไม่ควรจะจ่าย เท่านั้นยังไม่พอหากมีการปนเปื้อนของมะละกอจีเอ็มโอเกิดขึ้น ประเทศไทยก็จะสูญเสียตลาดส่งออกทั่วโลกที่ไม่ยอมรับผลผลิตจีเอ็มโอ นี่หรือคือข้อตกลงที่กระทรวงเกษตรฯ ต้องการหยิบยื่นให้แก่คนไทย” ณัฐวิภากล่าวเสริม

กรีนพีซรณรงค์เพื่อต่อต้านพืชจีเอ็มโอรวมทั้งผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของพืชจีเอ็มโอทั้งหมด ซึ่งเป็นกลไกสำคัญบนหลักการของความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าและปลอดภัย การตัดต่อพันธุกรรมเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยและไม่เป็นที่ต้องการของสังคมโลกอีกทั้งยังทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค ข่าวการรณรงค์ที่เกี่ยวข้อง

------
กรีนพีซเป็นองค์กรที่ยืนหยัดอยู่ได้ด้วยการรับเงินบริจาคจากผู้ที่รักสิ่งแวดล้อม และปฏิเสธที่จะรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลและภาคเอกชนเราจึงเป็นองค์กรที่ดำเนินงานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง

เราเชื่อว่าโลกอันแสนเปราะบางใบนี้รอการปกป้องและแก้ไขปัญหาด้วยการลงมือกระทำ....มาช่วยกันรักษา สิ่งแวดล้อมเมืองไทยกันเถอะ

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ : http://www.greenpeace.or.th



mercredi 26 septembre 2007

มาเป็นอาสาสมัครกรีนพีซเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกกันเถอะ


ร่วมเป็นอาสาสมัคร

คุณเปลี่ยนโลกให้ดีขึ้นได้ เพียงร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนพร้อมกับกรีนพีซ
พลังของคุณ ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้นได้ทุกนาที


สมัครเป็นอาสาสมัครกรีนพีซ
มีงานอาสาที่กรีนพีซรอคุณอยู่มากมาย
เพียงสละเวลาไม่ว่าจะวันธรรมดาหรือวันหยุด
คุณจะได้ประสบการณ์ชีวิตอันยิ่งใหญ่
งานง่ายๆ ตั้งแต่ติดซองจดหมายส่งข่าวสิ่งแวดล้อม
ไปจนถึงร่วมลงเรือกรีนพีซไปรณรงค์ยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก

อาสาสมัครทุกคนจะได้รับการฝึกอบรมการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี
เพื่อก้าวสู่การเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อมตัวจริง
เพื่อนของเราหลายคนเริ่มงานที่กรีนพีซ จากการเป็นอาสาสมัคร

ทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปกป้องโลกได้ทุกวัน สิ่งเล็กๆ ที่คุณทำในวันนี้ ย่อมก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ในอนาคต เพียงช่วยกันปฎิบัติต่อโลกอย่างอ่อนโยน

กรีนพีซเป็นองค์กรอิสระ ทำงานรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยแนวทางการเผชิญหน้าอย่างสร้างสรรค์ และด้วยสันติวิธิ เพื่อเปิดโปงปัญหาสิ่งแวดล้อม และนำเสนอแนวทางแก้ไขที่จำเป็นต่ออนาคตที่ยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

สนใจสมัครเป็นอาสาสมัคร โปรดติดต่อ 081 935 3327 หรือที่ bubpachart@th.greenpeace.org

วันปลอดรถ ลดโลกร้อน Bangkok Car Free Day



กรุงเทพฯ, 22 กันยายน 2550 - กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับกรุงเทพมหานคร และชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ปั่นจักรยานรณรงค์ลดโลกร้อนในวันคาร์ฟรีเดย์ (Car Free Day) เพื่อร่วมกันรณรงค์พร้อมกันทั่วโลก ในการลดการใช้พลังงาน ลดมลพิษ เพื่อนำไปสู่การลดปัญหาโลกร้อน ตามเส้นทางสายมังกร จากสนามศุภชลาศัยไปยังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และขี่กลับมายังสนามศุภชลาศัย รวมระยะทาง 12.5 กิโลเมตร อาสาสมัคร ผู้บริจาค และเจ้าหน้าที่ของกรีนพีซ 113 คน พร้อมวีเจชลลี่ แห่งสไมล์ทีวี และปุ้ม ดลรส จากภาพยนตร์เรื่องสวยลากไส้ เป็นนักแสดงอาสา ที่มาร่วม ขี่รณรงค์ปลุกจิตสำนึกการประหยัดพลังงาน เพื่อหยุดโลกร้อน ตลอดเส้นทาง

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน โดยมีผู้นำจักรยาน 1221 คัน เข้าจัดรูปขบวนเป็นแผนที่ประเทศไทย ความยาว 75 เมตร กว้าง 45 เมตร ภายในสนามศุภชลาศัย ก่อนเคลื่อนขบวนรณรงค์จักรยานความยาวกว่า 500 เมตร ผ่านเส้นทางสายมังกร (เยาวราช) สู่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร และเคลื่อนขบวนกลับสนามศุภชลาศัย ในเวลา 12.00 น. ในช่วงบ่ายเป็นภาคงานนิทรรศการ กรีนพีซเปิดคลินิกโลกร้อน ตรวจสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ส่วนบุคคล และให้คำปรึกษาและคำแนะนำเกี่ยวกับโลกร้อน