และนี่เป็นภาพระยะใกล้จากพี่ตุ้ย ช่างภาพของเรา
vendredi 18 septembre 2009
ช้างระยะประชั้นชิด
คุณไม่มีวันจะได้รู้จักช้างถ้าไม่ไปร่วมคาราวานช้าง และเราก็ได้อยู่ใกล้ชิดช้าง 5 เชือกในการเดินทางครั้งนี้มาหลายวัน รู้จักช้างแต่ละตัวได้ที่นี่
และนี่เป็นภาพระยะใกล้จากพี่ตุ้ย ช่างภาพของเรา

และนี่เป็นภาพระยะใกล้จากพี่ตุ้ย ช่างภาพของเรา
ดูช้างอาบน้ำนานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ
ช้างสามารถดูดน้ำสูงสุด 14 ลิตรต่อครั้ง สัตว์ใหญ่อย่างเช่นช้างต้องการน้ำมากเหลือเกิน
การสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่เมื่อวานโดย WWF กรีนพีซ และ 350.org แสดงให้เห็นว่าชาวเอเชียคิดว่าการขาดแคลนน้ำเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่น่าหวั่นวิตกมากที่สุด ตามด้วยสุขภาพที่เลวร้ายลง การสูญพันธุ์สัตว์และพืช และ การขาดแคลนอาหาร
ถ้าช้างรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหล่าช้างคงกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนน้ำเช่นกัน
ลีอา เกอร์เรโร
jeudi 17 septembre 2009
Dumbo Drop
15 กันยายน 2552
เปล่าหรอก ฉันไม่ได้หมายถึงสิ่งที่อั้มต้องทำความสะอาด แต่หมายถึงการขนส่งช้างข้ามชายแดนจังหวัดต่างหาก ปฏิบัติการนี้ซับซ้อนเหมือนภาพยนตร์เรื่องปฏิบัติการ Dumbo Drop
กฎหมายไทยและกฎข้อบังคับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดห้ามช้างเดินข้ามชายแดนจังหวัด แต่ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกเท่านั้น โดยต้องได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ก่อน
ดังนั้น เช้าวันนี้หลังกินอาหารเช้ามื้อใหญ่ตามปกติเสร็จ ควาญช้าง สัตวแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญการขนส่งช้าง ก็ช่วยเพื่อนรักของเราให้ค่อยๆไต่ขึ้นรถบรรทุกอย่างที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อพวกมันอย่างระมัดระวัง แล้วรถก็แล่นข้ามชายแดนที่ช้างไม่สามารถรู้ได้ แต่อย่าเลย อย่าเริ่มพูดถึงเรื่องตลกแบบมีชนชั้น
ริชาร์ด แลร์ ผู้เขียนเกี่ยวกับช้างในสยามกล่าวว่า ช้างถูกใช้โดยนักสำรวจชาวยุโรปในยุคแรกๆ เมื่อพวกเขาเดินทางมาสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในศตวรรษที่ 19 ประเทศไทยมีช้างเลี้ยงมากกว่า 100,000 เชือก และจำนวนมากถูกใช้ขนส่งสินค้าและคน รวมถึงถูกใช้งานสำหรับการเดินทางของชาวยุโรป
แม้ว่าช้างจะดูงุ่มง่าม แต่ช้างชำนาญในการเดินขึ้นลงภูเขาสูงชันอย่างน่าประหลาดใจ และเท้าใหญ่ของพวกมันมีไว้เดินผ่านหนองน้ำและพื้นโคลนได้อย่างง่ายดาย ก่อนการสร้างทางรถไฟแห่งสยาม การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่เชียงใหม่มักจะเดินทางด้วยเรือครึ่งทาง และช้างอีกครึ่งทาง
เมื่อนั่งรถตามหลังรถบรรทุกช้าง ฉันสังเกตเห็นว่าช้างยื่นงวงขึ้นสัมผัสกับสายลมอ่อนๆ และสูดอากาศ แต่เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับสิ่งที่พวกมันถนัดที่สุด นั่นคือกิน
ควาญช้างนั่งอยู่บนหลังช้างในรถบรรทุก เหมือนคาวบอยในประเทศตะวันตก เป็นภาพที่น่าประทับใจทีเดียว แต่ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่หันมาสนใจการติดสอยห้อยตามแปลกๆ ของเรา นี้
คนไทยรักช้าง แต่คนไทยก็มักเมินเฉยช้าง คนไทยไหว้อย่างเร็วๆ หลังป้อนผลไม้ และ/หรือ ให้เงินเล็กๆ น้อยๆ แก่ควาญช้าง เพื่อใช้ดูแลช้าง แต่คนที่ขับรถสนใจช้างบนรถบรรทุกน้อยมาก หรืออาจไม่มีเลย
เมื่อถึงจุดหมาย ฉันตะลึงขณะมองช้างถอยหลังลงจากรถบรรทุกอย่างระมัดระวัง ลงสู่แท่นยืน และก้าวลงสู่พื้น โดยทำตามคำสั่งของควาญช้าง
ช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาดเหลือล้น และช้างของเราซึ่งถูกฝึกโดยควาญช้าง สามารถเข้าใจคำสั่งเสียงสูงสุด 40 คำสั่ง ซึ่งมากกว่าคำสั่งที่เชน ลูกชายของผม ต้องการตอบรับ ฮี่ฮี่
เราคิดว่าเราประหยัดเวลาเดินไปประมาณ 2 ชั่วโมง ด้วยการขนส่งทางรถบรรทุก แต่เวลาใกล้จะหมดลงที่ผู้นำประเทศของเราต้องเริ่มลงมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปกป้องป่า ช้างของเรา ลูกหลานของเรา อนาคตของเรา
ตลอดการเดินทางครั้งนี้ เรารวบรวมรายชื่อในจดหมายถึงประธานาธิบดีโอบามา ด้วยความหวังอันยิ่งใหญ่ แต่เพื่อนร่วมงานของผมในสหรัฐอเมริกาและเบลเยียมบอกผมว่า นักการเมืองเหล่านั้นไม่สนใจหรอก การประชุมสหประชาชาติเรื่องภาวะโลกร้อนเป็นความยุ่งเหยิง และผู้นำโลกกำลังเล่นเกมของเด็กไร้เดียงสากับอนาคตของพวกเรา
ฉันจากคาราวานช้างในวันนี้เป็นเวลา 2 วัน และกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อประชุมกับแนวร่วมของเราเพื่อคิดหาวิธีกระตุ้นให้โอบามาหันมาสนใจ ก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มขึ้น
หากโอบามาบินลงมาที่นี่ และมองลึกไปยังดวงตาที่เต็มเปี่ยมความรู้สึกและงดงามของคชาพัช ช้างหนุ่มนักรักของเรา เขาจะเข้าใจมากกว่าที่เคยเป็นมาถึงความจำเป็นในการลงมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เปล่าหรอก ฉันไม่ได้หมายถึงสิ่งที่อั้มต้องทำความสะอาด แต่หมายถึงการขนส่งช้างข้ามชายแดนจังหวัดต่างหาก ปฏิบัติการนี้ซับซ้อนเหมือนภาพยนตร์เรื่องปฏิบัติการ Dumbo Drop
กฎหมายไทยและกฎข้อบังคับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนดห้ามช้างเดินข้ามชายแดนจังหวัด แต่ต้องขนส่งด้วยรถบรรทุกเท่านั้น โดยต้องได้รับอนุญาตจากกรมปศุสัตว์ก่อน
ดังนั้น เช้าวันนี้หลังกินอาหารเช้ามื้อใหญ่ตามปกติเสร็จ ควาญช้าง สัตวแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญการขนส่งช้าง ก็ช่วยเพื่อนรักของเราให้ค่อยๆไต่ขึ้นรถบรรทุกอย่างที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อพวกมันอย่างระมัดระวัง แล้วรถก็แล่นข้ามชายแดนที่ช้างไม่สามารถรู้ได้ แต่อย่าเลย อย่าเริ่มพูดถึงเรื่องตลกแบบมีชนชั้น
แม้ว่าช้างจะดูงุ่มง่าม แต่ช้างชำนาญในการเดินขึ้นลงภูเขาสูงชันอย่างน่าประหลาดใจ และเท้าใหญ่ของพวกมันมีไว้เดินผ่านหนองน้ำและพื้นโคลนได้อย่างง่ายดาย ก่อนการสร้างทางรถไฟแห่งสยาม การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปสู่เชียงใหม่มักจะเดินทางด้วยเรือครึ่งทาง และช้างอีกครึ่งทาง
เมื่อนั่งรถตามหลังรถบรรทุกช้าง ฉันสังเกตเห็นว่าช้างยื่นงวงขึ้นสัมผัสกับสายลมอ่อนๆ และสูดอากาศ แต่เวลาส่วนใหญ่ใช้ไปกับสิ่งที่พวกมันถนัดที่สุด นั่นคือกิน
ควาญช้างนั่งอยู่บนหลังช้างในรถบรรทุก เหมือนคาวบอยในประเทศตะวันตก เป็นภาพที่น่าประทับใจทีเดียว แต่ไม่มีใครเลยสักคนเดียวที่หันมาสนใจการติดสอยห้อยตามแปลกๆ ของเรา นี้
คนไทยรักช้าง แต่คนไทยก็มักเมินเฉยช้าง คนไทยไหว้อย่างเร็วๆ หลังป้อนผลไม้ และ/หรือ ให้เงินเล็กๆ น้อยๆ แก่ควาญช้าง เพื่อใช้ดูแลช้าง แต่คนที่ขับรถสนใจช้างบนรถบรรทุกน้อยมาก หรืออาจไม่มีเลย
เมื่อถึงจุดหมาย ฉันตะลึงขณะมองช้างถอยหลังลงจากรถบรรทุกอย่างระมัดระวัง ลงสู่แท่นยืน และก้าวลงสู่พื้น โดยทำตามคำสั่งของควาญช้าง
ช้างเป็นสัตว์ที่ฉลาดเหลือล้น และช้างของเราซึ่งถูกฝึกโดยควาญช้าง สามารถเข้าใจคำสั่งเสียงสูงสุด 40 คำสั่ง ซึ่งมากกว่าคำสั่งที่เชน ลูกชายของผม ต้องการตอบรับ ฮี่ฮี่
เราคิดว่าเราประหยัดเวลาเดินไปประมาณ 2 ชั่วโมง ด้วยการขนส่งทางรถบรรทุก แต่เวลาใกล้จะหมดลงที่ผู้นำประเทศของเราต้องเริ่มลงมือปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ปกป้องป่า ช้างของเรา ลูกหลานของเรา อนาคตของเรา
ตลอดการเดินทางครั้งนี้ เรารวบรวมรายชื่อในจดหมายถึงประธานาธิบดีโอบามา ด้วยความหวังอันยิ่งใหญ่ แต่เพื่อนร่วมงานของผมในสหรัฐอเมริกาและเบลเยียมบอกผมว่า นักการเมืองเหล่านั้นไม่สนใจหรอก การประชุมสหประชาชาติเรื่องภาวะโลกร้อนเป็นความยุ่งเหยิง และผู้นำโลกกำลังเล่นเกมของเด็กไร้เดียงสากับอนาคตของพวกเรา
ฉันจากคาราวานช้างในวันนี้เป็นเวลา 2 วัน และกลับไปกรุงเทพฯ เพื่อประชุมกับแนวร่วมของเราเพื่อคิดหาวิธีกระตุ้นให้โอบามาหันมาสนใจ ก่อนการประชุมสมัชชาสหประชาชาติจะเริ่มขึ้น
หากโอบามาบินลงมาที่นี่ และมองลึกไปยังดวงตาที่เต็มเปี่ยมความรู้สึกและงดงามของคชาพัช ช้างหนุ่มนักรักของเรา เขาจะเข้าใจมากกว่าที่เคยเป็นมาถึงความจำเป็นในการลงมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
คชาพัช
ไชยเลนดรา ยัสวัน
mardi 15 septembre 2009
ช้าง! นั้นสำคัญไฉน
15 กันยายน 2552
โดย พลาย ภิรมย์
ผ่านไปแล้ว 3 วันกับเดินกับช้างสร้างการเปลี่ยนแปลง จากปากช่องจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวาน วันนี้เราก็เดินมาถึงแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อทำกิจกรรมและหยุดแวะพักที่วัดบ้านซำผักแพวตามแผนที่วางไว้ บ้านซำผักแพวเป็นบริเวณที่สงบร่มเย็นและมีผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ธรรมชาติบริเวณนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ เนื่องจากยังเป็นทุ่งนาและสวนเกษตร ปราศจากโรงงานอุตสาหกรรมและสิ่งปลูกสร้างที่รกหูรกตา

เมื่อย่างเข้าถึงบ่ายโมง นักเรียนจากโรงเรียนวัดซำผักแพวและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่ให้ความสนใจก็เริ่มทยอยเดินทางกันมาถึง ซึ่งประกอบด้วยทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กหัดเดินจนถึงผู้สูงอายุ พวกเราร้องเพลงต้อนรับเด็กๆ ด้วยเพลง “เดินกับช้าง” ที่แต่งขึ้นโดยทีมสันทนาการของ “โกอ่าง” ทีมอาสาสมัครของกรีนพีซที่มากด้วยความสามารถในการให้ความสุขพร้อมความรู้ เด็กๆ และพี่ๆ อาสาสมัครอาสาสมัครนานาชาติที่ประกอบด้วยคนไทย จีน (ซึ่งเป็นถึงดารานักร้องเพลงร็อคชื่อดังจากจีน) แอฟริกาใต้ อินเดีย และฟิลิปปินส์ ร่วมกันแต่งตัวเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เต้นร้องรำทำเพลง จูงมือน้องๆ เข้าแถวเป็นรถไฟเดินไปรับต้อนรับช้างรณรงค์ 5 เชือกที่รออยู่ ตามด้วยกิจกรรมร้องเพลง เล่นเกมส์ และนิทรรศการให้ความรู้เรื่อง-คน-ช้าง-ป่า-โลกร้อน และถาม-ตอบคำถาม ตลอด 3 ชั่วโมงแบบไม่หยุด


หนึ่งกิจกรรมที่ดึงความสนใจของเด็กๆ ได้ไม่แพ้การร้องเพลงเล่นเกม คือ กิจกรรมรู้จักกับ “คุณครูช้าง” โดยพี่ “อลงกต” ซึ่งเป็นทั้งนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิจัยช้างป่าแถวหน้าของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในขุนพลที่ขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ วันนี้พี่อลงกตได้พาช้าง 5 เชือกมาแนะนำให้รู้จักพร้อมสอดแทรกความรู้ต่างๆ ให้กับเด็กๆ พี่อลงกตตั้งคำถามที่น่าสนใจข้อหนึ่งว่า “ถ้าไม่มีช้างในป่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งก็ได้รับคำตอบจากเด็กๆ ที่ต่างกันไป บางคนก็ตอบว่า “ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว” “ก็ไม่มีช้างให้เห็นให้อนุรักษ์” แต่คำตอบที่พวกเราชอบมากที่สุดจากเด็กชายคนหนึ่งก็คือ “ป่าก็จะขาดความอุดมสมบูรณ์” ซึ่งเป็นคำตอบที่ใกล้เคียงถูกต้องที่สุด และก็เป็นที่น่าชื่นชมว่าเด็กประถม 4 สามารถตอบได้

หลังจากนั้นพี่อลงกตจึงได้เอา “ขี้ช้าง” มากองให้ดูในการเล่าให้เห็นถึงความสำคัญและความสัมพันธ์ของช้างกับป่าและระบบนิเวศ พี่อลงกตบอกให้เด็กๆ นึกภาพตามว่าเมื่อขี้ช้างหล่นออกมาจากก้นช้าง ก็จะมีด้วงช้างและแมลงต่างๆ บินมาเกาะกินขี้ช้าง ไก่ป่าก็รอมากินด้วงกินแมลง แมวป่า จนถึงเสือก็คอยมากินกันเป็นทอดๆ จนเกิดเป็นระบบนิเวศ นอกจากนี้ช้างซึ่งคอยกินใบไม้ ผลไม้ และพืชต่างๆ รวมมากถึงกว่า 200 ชนิด พืชเหล่านี้จึงสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วจากขี้ช้างที่ปนด้วยเมล็ดพันธุ์ของพืชเหล่านี้ที่ช้างกินเข้าไป นอกจากนี้แร่ธาตุอาหารยังให้ความสมบูรณ์ให้แก่ดิน ทางเดินของช้างในป่าที่เรียกว่า “ด่านช้าง” ก็เป็นทางที่ช้างเปิดทางเดินไว้และเป็นประโยชน์ให้กับสัตว์ชนิดต่างๆ ในการดำรงชีวิต เช่น ยอดกิ่งไม้สูงที่ช้างดึงลงมาก็เป็นอานิสงค์ให้กับสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งไม่สามารถเก็บกินเองได้ สัตว์ต่างๆ ก็ใช้เส้นทางเดินช้างในการหาอาหาร และเดินทาง ดังนั้นเมื่อขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และโดยเฉพาะช้าง ระบบนิเวศป่าก็ล่มสลาย สัตว์ต่างๆ ก็อยู่ไม่ได้ ช้างจึงถือว่าเป็น Umbrella Species หรือสัตว์ชนิดพันธุ์ที่เป็นร่มเงา

เด็กนักเรียนในท้องถิ่นเตรียมโยนขี้ช้างใส่ถาดที่เพื่อร่วมชั้นถือเตรียมไว้ เพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าใจว่าช้างซึ่งเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด เป็นสายพันธุ์ที่สัตว์เล็กกว่าต้องพึ่งพา
“การอนุรักษ์ป่า” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง จึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง ซึ่งไม่ใช่เพื่อการคงอยู่ของช้างหรือป่าไม้ แต่เป็นการคงอยู่ของระบบนิเวศ ความความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต และแน่นอน “มวลมนุษยชาติ”
การนำเอาเรื่องง่ายๆ ของ “ขี้ช้าง” และ “ช้าง” มาอธิบาย จึงสามารถทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในระบบนิเวศ และคน-ช้าง-ป่า ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่จะพัฒนาไปสู่จิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ ต่อไป และนี่จึงเป็นหนึ่งคำตอบว่าทำไมเราจึงนำ “ช้าง” มาเป็นทูตรณรงค์และร่วมปฎิบัติภาระกิจในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญครั้งนี้
ท้ายกิจกรรมทุกคนร่วมร้องเพลง “เดินกับช้าง” อีกครั้งในจังหวะช้าเป็นการส่งท้าย หลังจากเด็กๆ ได้รับความรู้ ได้เริ่มเข้าใจถึงธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความ “ยิ่งใหญ่” ของช้าง ในการลาจากครั้งนี้เจ้า “พลายทองแดง” ได้ก้าวเดินไปหาเด็กๆ และค่อยๆ ยื่นงวงออกไปสัมผัสมือของเด็กๆ แต่ละคน และค่อยๆ เดินจากไป และทำให้เด็กหลายคนต้อง “หลั่งน้ำตา” ออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรู้ว่ากำลังจะต้องจากกัน เป็นการประทับความทรงจำดี ๆ ให้กับเด็กที่ไม่อาจลืมเลือน
เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และน้ำตาปลาบปลื้มที่เราได้เห็นในวันนี้ทำให้ทีมงานทุกคนหายเหนื่อย และภูมิใจกับกิจกรรมสร้างความรู้ ส่งเสริมจิตสำนึก และความสุขเล็กๆ ที่เราได้สรรค์สร้างให้กับเด็กๆ และผู้คนในชุมชน

โดย พลาย ภิรมย์
ผ่านไปแล้ว 3 วันกับเดินกับช้างสร้างการเปลี่ยนแปลง จากปากช่องจังหวัดนครราชสีมาเมื่อวาน วันนี้เราก็เดินมาถึงแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เพื่อทำกิจกรรมและหยุดแวะพักที่วัดบ้านซำผักแพวตามแผนที่วางไว้ บ้านซำผักแพวเป็นบริเวณที่สงบร่มเย็นและมีผู้คนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ธรรมชาติบริเวณนี้ค่อนข้างสมบูรณ์ เนื่องจากยังเป็นทุ่งนาและสวนเกษตร ปราศจากโรงงานอุตสาหกรรมและสิ่งปลูกสร้างที่รกหูรกตา
เมื่อย่างเข้าถึงบ่ายโมง นักเรียนจากโรงเรียนวัดซำผักแพวและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงที่ให้ความสนใจก็เริ่มทยอยเดินทางกันมาถึง ซึ่งประกอบด้วยทุกวัยตั้งแต่เด็กเล็กหัดเดินจนถึงผู้สูงอายุ พวกเราร้องเพลงต้อนรับเด็กๆ ด้วยเพลง “เดินกับช้าง” ที่แต่งขึ้นโดยทีมสันทนาการของ “โกอ่าง” ทีมอาสาสมัครของกรีนพีซที่มากด้วยความสามารถในการให้ความสุขพร้อมความรู้ เด็กๆ และพี่ๆ อาสาสมัครอาสาสมัครนานาชาติที่ประกอบด้วยคนไทย จีน (ซึ่งเป็นถึงดารานักร้องเพลงร็อคชื่อดังจากจีน) แอฟริกาใต้ อินเดีย และฟิลิปปินส์ ร่วมกันแต่งตัวเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เต้นร้องรำทำเพลง จูงมือน้องๆ เข้าแถวเป็นรถไฟเดินไปรับต้อนรับช้างรณรงค์ 5 เชือกที่รออยู่ ตามด้วยกิจกรรมร้องเพลง เล่นเกมส์ และนิทรรศการให้ความรู้เรื่อง-คน-ช้าง-ป่า-โลกร้อน และถาม-ตอบคำถาม ตลอด 3 ชั่วโมงแบบไม่หยุด
หนึ่งกิจกรรมที่ดึงความสนใจของเด็กๆ ได้ไม่แพ้การร้องเพลงเล่นเกม คือ กิจกรรมรู้จักกับ “คุณครูช้าง” โดยพี่ “อลงกต” ซึ่งเป็นทั้งนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิจัยช้างป่าแถวหน้าของประเทศไทย และเป็นหนึ่งในขุนพลที่ขับเคลื่อนกิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ วันนี้พี่อลงกตได้พาช้าง 5 เชือกมาแนะนำให้รู้จักพร้อมสอดแทรกความรู้ต่างๆ ให้กับเด็กๆ พี่อลงกตตั้งคำถามที่น่าสนใจข้อหนึ่งว่า “ถ้าไม่มีช้างในป่า แล้วจะเกิดอะไรขึ้น” ซึ่งก็ได้รับคำตอบจากเด็กๆ ที่ต่างกันไป บางคนก็ตอบว่า “ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยว” “ก็ไม่มีช้างให้เห็นให้อนุรักษ์” แต่คำตอบที่พวกเราชอบมากที่สุดจากเด็กชายคนหนึ่งก็คือ “ป่าก็จะขาดความอุดมสมบูรณ์” ซึ่งเป็นคำตอบที่ใกล้เคียงถูกต้องที่สุด และก็เป็นที่น่าชื่นชมว่าเด็กประถม 4 สามารถตอบได้
หลังจากนั้นพี่อลงกตจึงได้เอา “ขี้ช้าง” มากองให้ดูในการเล่าให้เห็นถึงความสำคัญและความสัมพันธ์ของช้างกับป่าและระบบนิเวศ พี่อลงกตบอกให้เด็กๆ นึกภาพตามว่าเมื่อขี้ช้างหล่นออกมาจากก้นช้าง ก็จะมีด้วงช้างและแมลงต่างๆ บินมาเกาะกินขี้ช้าง ไก่ป่าก็รอมากินด้วงกินแมลง แมวป่า จนถึงเสือก็คอยมากินกันเป็นทอดๆ จนเกิดเป็นระบบนิเวศ นอกจากนี้ช้างซึ่งคอยกินใบไม้ ผลไม้ และพืชต่างๆ รวมมากถึงกว่า 200 ชนิด พืชเหล่านี้จึงสามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วจากขี้ช้างที่ปนด้วยเมล็ดพันธุ์ของพืชเหล่านี้ที่ช้างกินเข้าไป นอกจากนี้แร่ธาตุอาหารยังให้ความสมบูรณ์ให้แก่ดิน ทางเดินของช้างในป่าที่เรียกว่า “ด่านช้าง” ก็เป็นทางที่ช้างเปิดทางเดินไว้และเป็นประโยชน์ให้กับสัตว์ชนิดต่างๆ ในการดำรงชีวิต เช่น ยอดกิ่งไม้สูงที่ช้างดึงลงมาก็เป็นอานิสงค์ให้กับสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งไม่สามารถเก็บกินเองได้ สัตว์ต่างๆ ก็ใช้เส้นทางเดินช้างในการหาอาหาร และเดินทาง ดังนั้นเมื่อขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่ง และโดยเฉพาะช้าง ระบบนิเวศป่าก็ล่มสลาย สัตว์ต่างๆ ก็อยู่ไม่ได้ ช้างจึงถือว่าเป็น Umbrella Species หรือสัตว์ชนิดพันธุ์ที่เป็นร่มเงา
เด็กนักเรียนในท้องถิ่นเตรียมโยนขี้ช้างใส่ถาดที่เพื่อร่วมชั้นถือเตรียมไว้ เพื่อให้เด็กนักเรียนเข้าใจว่าช้างซึ่งเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่สุด เป็นสายพันธุ์ที่สัตว์เล็กกว่าต้องพึ่งพา
“การอนุรักษ์ป่า” ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของช้าง จึงเป็นเรื่องยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่ง ซึ่งไม่ใช่เพื่อการคงอยู่ของช้างหรือป่าไม้ แต่เป็นการคงอยู่ของระบบนิเวศ ความความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิต และแน่นอน “มวลมนุษยชาติ”
การนำเอาเรื่องง่ายๆ ของ “ขี้ช้าง” และ “ช้าง” มาอธิบาย จึงสามารถทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งในระบบนิเวศ และคน-ช้าง-ป่า ได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นความรู้ขั้นพื้นฐานที่จะพัฒนาไปสู่จิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับเด็กๆ ต่อไป และนี่จึงเป็นหนึ่งคำตอบว่าทำไมเราจึงนำ “ช้าง” มาเป็นทูตรณรงค์และร่วมปฎิบัติภาระกิจในการต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญครั้งนี้
ท้ายกิจกรรมทุกคนร่วมร้องเพลง “เดินกับช้าง” อีกครั้งในจังหวะช้าเป็นการส่งท้าย หลังจากเด็กๆ ได้รับความรู้ ได้เริ่มเข้าใจถึงธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม และความ “ยิ่งใหญ่” ของช้าง ในการลาจากครั้งนี้เจ้า “พลายทองแดง” ได้ก้าวเดินไปหาเด็กๆ และค่อยๆ ยื่นงวงออกไปสัมผัสมือของเด็กๆ แต่ละคน และค่อยๆ เดินจากไป และทำให้เด็กหลายคนต้อง “หลั่งน้ำตา” ออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อรู้ว่ากำลังจะต้องจากกัน เป็นการประทับความทรงจำดี ๆ ให้กับเด็กที่ไม่อาจลืมเลือน
เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และน้ำตาปลาบปลื้มที่เราได้เห็นในวันนี้ทำให้ทีมงานทุกคนหายเหนื่อย และภูมิใจกับกิจกรรมสร้างความรู้ ส่งเสริมจิตสำนึก และความสุขเล็กๆ ที่เราได้สรรค์สร้างให้กับเด็กๆ และผู้คนในชุมชน
พลาย ภิรมย์
Washington, We have a problem!!
14 กันยายน 2552
เสี่ยวเว่ย ศิลปินร็อคชาวจีน เซโป นักกิจกรรมชาวแอฟริกัน และ เชน นักศึกษาชาวอเมริกัน-อินเดียน เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานกรีนพีซกลุ่มเล็ก ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ชาวไทยและฟิลิปปินส์ และอาสาสมัคร ที่ขณะนี้เดินเท้ามาทั้งหมด 12 กิโลเมตร ในคาราวาน “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง”
เมื่อมองดูพวกเขาผ่านโหมดดูภาพในกล้องของฉัน ฉันนึกถึงคำกล่าวของมาร์กาเร็ท มีด ที่ว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลเมืองกลุ่มเล็กๆ ที่ตระหนักและทุ่มเทสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ แท้จริงแล้วนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงโลกมาแล้ว”
วันนี้เราเดินบริเวณรอบๆ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นผืนป่าธรรมชาติขนาด 2,168 ตารางกิโลเมตร ที่ก่อตั้งขึ้นในพ.ศ. 2502 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และปัจจุบันเป็นอุทยานตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในด้านการปกป้องป่าในประเทศไทย
ณ โรงเรียนบ้านโนนกระโดนใกล้เขาใหญ่ นักกิจกรรม Chang(e) กลุ่มเล็กๆ ได้รับการต้อนรับจากนักเรียนมากกว่า 300 คน ที่เริ่มส่งเสียงแหลมและร้องกรี๊ดกร๊าดอย่างตื่นเต้นว่า “ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง” ในขณะที่เราเลี้ยวเข้าโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดหยุดแวะแรกของวัน

เสี่ยว เว่ยแต่งตัวเป็นนกเงือก เซโปอยู่ในชุดเสือ และเชนอยู่ในชุดอุรังอุตัง ทั้งสามเดินนำช้างเข้าสู่โรงเรียน ในขณะที่เด็กๆ ปรบมือและกระโดดด้วยความตื่นเต้น พวกเขาสัมผัสช้างด้วยความรู้สึกเกรงขาม และจับมือกับอุรังอุตังและเสือ
ในระหว่างคุณและฉัน ฉันเห็นเด็กๆ และเห็นปัญหา ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่าช้าง เด็กเล็กๆ กลุ่มใหญ่มากทำให้จิตใจฉันเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
เมื่อได้รู้ถึงสิ่งที่เรารู้ในปัจจุบัน เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่จำกัดที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ย่อหย่อน และความละโมบไม่รู้จักพอของคนรุ่นฉัน ทำให้ฉันสิ้นหวัง เมื่อคิดว่าเด็กๆ ผู้ไร้เดียงสาและร่าเริงจะมีอนาคตเช่นไร

ฉันขอวางความคิดอันหดหู่ไว้ก่อน และนั่งดูวันเดอร์ เกิร์ลส์ หรือ ทีมกิจกรรม ได้แก่ ฝา พลอย และ จิ๊บ ร้องเพลง เต้น และเล่นเกม ซึ่งถูกคิดขึ้นเพื่อให้การศึกษาและความบันเทิงแก่เด็กๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่พวกเราต้องการเห็น โดยหลังจากนั้นเด็กๆ ได้เข้าแถวเพื่อลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ถึงโอบามา

หลังงานเลิก ฉันลองนับชื่อคนที่ลงชื่อในจดหมายถึงประธานาธิบดีโอบามาที่เรารวบรวมได้ในวันนี้ และสงสัยว่าเขาจะได้ยินเสียงเพรียกจากประชาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และลงมือแก้ไขปัญหาที่เขาได้รับการเรียกร้อง หรือเขาจะยอมแพ้ต่อแรงกดดันจากภายในประเทศ และทำให้ผู้คนทั้งโลกผิดหวัง ผู้คนที่ต้อนรับผลการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอเมริกันของเขาด้วยความหวังมากนัก
ในยามสนธยา เราติดตั้งเต็นท์ในวัดใกล้โรงเรียนบ้านโนนกระโดน พวกเราเหนื่อยแต่เบิกบานใจ ในขณะที่นั่งเงียบๆ เฝ้ามองเพื่อนและผู้ร่วมเดินทางที่แสนดี นั่นคือ เหล่าช้าง นอนหลับเคียงข้างกัน ซึ่งเป็นตอนที่ดร.อลงกตบอกฉันเกี่ยวกับความรักที่กำลังงอกเงยระหว่างช้าง 2 เชือกของเรา คชาพัช ช้างมีงาอายุ 13 ปี กำลังหลงรักหัวปักหัวปำกับดอกแก้ว ช้างพุงพลุ้ยอายุ 38 ปี ทั้งคู่แสดงอาการทั่วไปของช้างที่กำลังจับคู่ และดร.อลงกตบอกว่า ช้างไม่เหมือนมนุษย์ตรงที่ไม่เสียเวลาเกี้ยวพาราสียืดเยื้อ และจะมีลูกกันในเร็ววัน
เมื่อได้เห็นช้างกินอาหารและน้ำมากมาย และเมื่อเฝ้าสังเกตผืนป่าและทรัพยากรน้ำรอบๆ เขาใหญ่กำลังหดหาย ทำให้ฉันใช้เวลาที่เหลืออยู่ในช่วงเย็นไปกับการกังวลว่า ป่าผืนนี้จะมีอาหารและน้ำเหลือมากพอสำหรับช้างแม้อีกตัวเดียวหรือไม่
'วอชิงตัน เรามีปัญหา โปรดช่วยเราปกป้องป่า ทันที'
เสี่ยวเว่ย ศิลปินร็อคชาวจีน เซโป นักกิจกรรมชาวแอฟริกัน และ เชน นักศึกษาชาวอเมริกัน-อินเดียน เป็นส่วนหนึ่งของทีมงานกรีนพีซกลุ่มเล็ก ที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ชาวไทยและฟิลิปปินส์ และอาสาสมัคร ที่ขณะนี้เดินเท้ามาทั้งหมด 12 กิโลเมตร ในคาราวาน “เดินกับช้าง ร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลง”
เมื่อมองดูพวกเขาผ่านโหมดดูภาพในกล้องของฉัน ฉันนึกถึงคำกล่าวของมาร์กาเร็ท มีด ที่ว่า “ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพลเมืองกลุ่มเล็กๆ ที่ตระหนักและทุ่มเทสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ แท้จริงแล้วนั่นเป็นสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงโลกมาแล้ว”
วันนี้เราเดินบริเวณรอบๆ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งเป็นผืนป่าธรรมชาติขนาด 2,168 ตารางกิโลเมตร ที่ก่อตั้งขึ้นในพ.ศ. 2502 โดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และปัจจุบันเป็นอุทยานตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมในด้านการปกป้องป่าในประเทศไทย
ณ โรงเรียนบ้านโนนกระโดนใกล้เขาใหญ่ นักกิจกรรม Chang(e) กลุ่มเล็กๆ ได้รับการต้อนรับจากนักเรียนมากกว่า 300 คน ที่เริ่มส่งเสียงแหลมและร้องกรี๊ดกร๊าดอย่างตื่นเต้นว่า “ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง” ในขณะที่เราเลี้ยวเข้าโรงเรียน ซึ่งเป็นจุดหยุดแวะแรกของวัน
ในระหว่างคุณและฉัน ฉันเห็นเด็กๆ และเห็นปัญหา ซึ่งมีขนาดใหญ่เท่าช้าง เด็กเล็กๆ กลุ่มใหญ่มากทำให้จิตใจฉันเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
เมื่อได้รู้ถึงสิ่งที่เรารู้ในปัจจุบัน เกี่ยวกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติที่จำกัดที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ย่อหย่อน และความละโมบไม่รู้จักพอของคนรุ่นฉัน ทำให้ฉันสิ้นหวัง เมื่อคิดว่าเด็กๆ ผู้ไร้เดียงสาและร่าเริงจะมีอนาคตเช่นไร
ฉันขอวางความคิดอันหดหู่ไว้ก่อน และนั่งดูวันเดอร์ เกิร์ลส์ หรือ ทีมกิจกรรม ได้แก่ ฝา พลอย และ จิ๊บ ร้องเพลง เต้น และเล่นเกม ซึ่งถูกคิดขึ้นเพื่อให้การศึกษาและความบันเทิงแก่เด็กๆ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่พวกเราต้องการเห็น โดยหลังจากนั้นเด็กๆ ได้เข้าแถวเพื่อลงชื่อในจดหมายเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง ถึงโอบามา
ในยามสนธยา เราติดตั้งเต็นท์ในวัดใกล้โรงเรียนบ้านโนนกระโดน พวกเราเหนื่อยแต่เบิกบานใจ ในขณะที่นั่งเงียบๆ เฝ้ามองเพื่อนและผู้ร่วมเดินทางที่แสนดี นั่นคือ เหล่าช้าง นอนหลับเคียงข้างกัน ซึ่งเป็นตอนที่ดร.อลงกตบอกฉันเกี่ยวกับความรักที่กำลังงอกเงยระหว่างช้าง 2 เชือกของเรา คชาพัช ช้างมีงาอายุ 13 ปี กำลังหลงรักหัวปักหัวปำกับดอกแก้ว ช้างพุงพลุ้ยอายุ 38 ปี ทั้งคู่แสดงอาการทั่วไปของช้างที่กำลังจับคู่ และดร.อลงกตบอกว่า ช้างไม่เหมือนมนุษย์ตรงที่ไม่เสียเวลาเกี้ยวพาราสียืดเยื้อ และจะมีลูกกันในเร็ววัน
เมื่อได้เห็นช้างกินอาหารและน้ำมากมาย และเมื่อเฝ้าสังเกตผืนป่าและทรัพยากรน้ำรอบๆ เขาใหญ่กำลังหดหาย ทำให้ฉันใช้เวลาที่เหลืออยู่ในช่วงเย็นไปกับการกังวลว่า ป่าผืนนี้จะมีอาหารและน้ำเหลือมากพอสำหรับช้างแม้อีกตัวเดียวหรือไม่
'วอชิงตัน เรามีปัญหา โปรดช่วยเราปกป้องป่า ทันที'
ไชยเลนดรา ยาสวัน
lundi 14 septembre 2009
Love is all around
14 กันยายน 2552
ตื่นเช้าไปดูช้างอาบน้ำ
วันนี้ทุกเชือกเลยมีความสุขใหญ่ เพราะได้เล่นน้ำ ขัดตัว ล้างดินที่เปรอะทั่วตัว หลังจากนอนขลุกบนพื้นดินในป่าเมื่อคืน
อ่างกว้างๆ น้ำเย็นๆ ช้าง 5 เชือกเลยได้พ่นน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน
แต่ในบรรดาช้าง 5 เชือกนี้ คู่ที่น่าอิจฉาที่สุดคงจะเป็นดอกแก้วกับคชาพัช ที่มีวี่แววเป็นห่วงเป็นใยกันมากกว่าพิเศษมาตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง

ในอ่างกว้างๆวันนี้ เลยเห็นทั้งคู่หวานแหววกันใหญ่ งวงของทั้งสองเชือกแทบไม่เคยห่างกัน ส่วนใหญ่งวงของคชาพัชเป็นฝ่ายเริ่มไปแตะตามหน้า ปาก และคอของดอกแก้วเสียส่วนใหญ่ แต่ที่น่ารักที่สุดจนอดยิ้มไม่ได้ คงเป็นการ “กอด” บนหลังดอกแก้วในตอนที่อาบน้ำ พร้อมส่งสายตาปิ๊งๆ ไปให้ตลอดเวลา ทำเอาหลายคนอิจฉาตาร้อนไปตามๆกัน
จากตัวเลข 8 กิโลเมื่อวานนี้ ที่เราเดินทางจากจุดเริ่มต้น วันนี้เราเดินเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก 3 กิโล
รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด ก็เป็นระยะทางทั้งหมด 11 กิโลเมตร!!!!!!!
จากคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน วันนี้ขาแข้งก็เริ่มกระชับขึ้น พร้อมๆ กับสีผิวที่เปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย แต่แปลกดี ที่ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยมากเท่าเมื่อวาน คงเป็นเพราะความครื้นเครงของทีมที่เดิน ประกอบกับเพลงที่ทุกคนร่วมร้องตลอดเส้นทางเดิน เลยทำให้ความเหนื่อยหายไป แต่ความสนุกเข้ามาแทนที่

วันนี้คนเดินน้อยลง แต่หลากหลายสัญชาติเหมือนเดิม น่าแปลกเหมือนกันที่หน้าตาของขบวนนี้ดูจะมีครบทุกทวีป ตั้งแต่ไทย จีน (เรามีนักร้องวงร็อคจากเมืองจีนมาแจมด้วยนะ เลยมีโอกาสเดินประกบคนดัง) ฟิลิปปินส์ อินเดีย และ แอฟริกัน ภาษาที่ใช้จึงต้องสากล แต่เพลงที่ร้องด้วยกันไปตลอดทางคือเพลงไทย ที่คนไทยทุกคนต้องรู้จัก นั่นก็คือ เพลงช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างรึเปล่า.....
ที่ทุกคนลงความเห็นเหมือนกันหมดว่าเป็นเพลงที่น่ารักมาก และต้องร้องร่วมกับเด็กๆที่บ้านโนนกระโดนให้ได้ จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เพื่อนๆ ต่างชาติของเราต้องหยิบปากกาขึ้นมาจดเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ แล้วหยิบขึ้นมาซ้อมทุกครั้งระหว่างเดินกับช้าง
เสียงร้องแจ้วๆ จากหลากหลายสำเนียงเลยดังไปทั่วถนนมิตรภาพ
ฟ้าสดใส แดดจัดๆ เหมาะกับการเดินเท้าในช่วงเช้า พอสายหน่อย แดดเริ่มร้อน ช้างกับคนเลยต้องแวะพักเป็นระยะ ดื่มน้ำ เล่นน้ำเย็นๆ ให้ฉ่ำใจแล้วเดินทางต่อ
วันนี้นอกจากความรักของช้างในขบวนที่เราเจอแล้ว เรายังยิ้มไม่หุบไปกับคนที่นี่ ตลอด 11 กิโล ช้างได้กินกล้วย 6 หวีใหญ่ หลังจากที่คนสวนกำลังเสร็จจากงาน พอเขาเห็นช้างมา เขาก็รีบไปตัดกล้วยในสวนมาให้

คนได้กินน้อยหน่าสิบกว่าลูก หลังจากที่มีรถคนสวนผ่านมาและเห็นเราเดินรณรงค์เรื่องโลกร้อนกัน
ช้างได้กินข้าวโพดดิบ 3 เข่ง และได้เล่นน้ำ ตอนผ่านร้านขายของชำข้างทาง คนได้น้ำ 10 กว่าขวด ตอนเจ้าของร้านน้ำขี่มอเตอร์ไซค์มาเห็นเราเดินรณรงค์ ช้างได้กินอ้อยสด พร้อมกับเล่นน้ำอย่างชื่นใจอีกครั้งก่อนเดินทางเข้าไปสอนหนังสือ และเล่นเกมกับเด็กๆ ที่โนนกระโดน
การเดินวันนี้เลยไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย
กิจกรรมช่วงบ่ายก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ ทำให้ช้างติดใจ ไม่อยากเดินแยกออกมา เด็กๆ เองก็ชอบเล่นกับช้าง และพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ไปด้วยกัน แม้แต่ตอนเย็น หลังจากที่กิจกรรมเสร็จสิ้น ชุมชนใกล้ๆ ก็หอบลูกหอบหลานมาดูช้างกันใหญ่ พร้อมหยิบข้าวโพดติดไม้ติดมือมาให้ช้างอีกเพียบ
วันนี้เลยเป็นวันแห่งสีสันอีกวันหนึ่งที่เราไม่อยากลืม
ตื่นเช้าไปดูช้างอาบน้ำ
วันนี้ทุกเชือกเลยมีความสุขใหญ่ เพราะได้เล่นน้ำ ขัดตัว ล้างดินที่เปรอะทั่วตัว หลังจากนอนขลุกบนพื้นดินในป่าเมื่อคืน
อ่างกว้างๆ น้ำเย็นๆ ช้าง 5 เชือกเลยได้พ่นน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน
แต่ในบรรดาช้าง 5 เชือกนี้ คู่ที่น่าอิจฉาที่สุดคงจะเป็นดอกแก้วกับคชาพัช ที่มีวี่แววเป็นห่วงเป็นใยกันมากกว่าพิเศษมาตั้งแต่เริ่มออกเดินทาง
ในอ่างกว้างๆวันนี้ เลยเห็นทั้งคู่หวานแหววกันใหญ่ งวงของทั้งสองเชือกแทบไม่เคยห่างกัน ส่วนใหญ่งวงของคชาพัชเป็นฝ่ายเริ่มไปแตะตามหน้า ปาก และคอของดอกแก้วเสียส่วนใหญ่ แต่ที่น่ารักที่สุดจนอดยิ้มไม่ได้ คงเป็นการ “กอด” บนหลังดอกแก้วในตอนที่อาบน้ำ พร้อมส่งสายตาปิ๊งๆ ไปให้ตลอดเวลา ทำเอาหลายคนอิจฉาตาร้อนไปตามๆกัน
จากตัวเลข 8 กิโลเมื่อวานนี้ ที่เราเดินทางจากจุดเริ่มต้น วันนี้เราเดินเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก 3 กิโล
รวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด ก็เป็นระยะทางทั้งหมด 11 กิโลเมตร!!!!!!!
จากคนที่ไม่ได้ออกกำลังกายมานาน วันนี้ขาแข้งก็เริ่มกระชับขึ้น พร้อมๆ กับสีผิวที่เปลี่ยนไปอย่างน่าใจหาย แต่แปลกดี ที่ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยมากเท่าเมื่อวาน คงเป็นเพราะความครื้นเครงของทีมที่เดิน ประกอบกับเพลงที่ทุกคนร่วมร้องตลอดเส้นทางเดิน เลยทำให้ความเหนื่อยหายไป แต่ความสนุกเข้ามาแทนที่
วันนี้คนเดินน้อยลง แต่หลากหลายสัญชาติเหมือนเดิม น่าแปลกเหมือนกันที่หน้าตาของขบวนนี้ดูจะมีครบทุกทวีป ตั้งแต่ไทย จีน (เรามีนักร้องวงร็อคจากเมืองจีนมาแจมด้วยนะ เลยมีโอกาสเดินประกบคนดัง) ฟิลิปปินส์ อินเดีย และ แอฟริกัน ภาษาที่ใช้จึงต้องสากล แต่เพลงที่ร้องด้วยกันไปตลอดทางคือเพลงไทย ที่คนไทยทุกคนต้องรู้จัก นั่นก็คือ เพลงช้าง ช้าง ช้าง น้องเคยเห็นช้างรึเปล่า.....
ที่ทุกคนลงความเห็นเหมือนกันหมดว่าเป็นเพลงที่น่ารักมาก และต้องร้องร่วมกับเด็กๆที่บ้านโนนกระโดนให้ได้ จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เพื่อนๆ ต่างชาติของเราต้องหยิบปากกาขึ้นมาจดเนื้อร้องเป็นภาษาอังกฤษ แล้วหยิบขึ้นมาซ้อมทุกครั้งระหว่างเดินกับช้าง
เสียงร้องแจ้วๆ จากหลากหลายสำเนียงเลยดังไปทั่วถนนมิตรภาพ
ฟ้าสดใส แดดจัดๆ เหมาะกับการเดินเท้าในช่วงเช้า พอสายหน่อย แดดเริ่มร้อน ช้างกับคนเลยต้องแวะพักเป็นระยะ ดื่มน้ำ เล่นน้ำเย็นๆ ให้ฉ่ำใจแล้วเดินทางต่อ
วันนี้นอกจากความรักของช้างในขบวนที่เราเจอแล้ว เรายังยิ้มไม่หุบไปกับคนที่นี่ ตลอด 11 กิโล ช้างได้กินกล้วย 6 หวีใหญ่ หลังจากที่คนสวนกำลังเสร็จจากงาน พอเขาเห็นช้างมา เขาก็รีบไปตัดกล้วยในสวนมาให้
คนได้กินน้อยหน่าสิบกว่าลูก หลังจากที่มีรถคนสวนผ่านมาและเห็นเราเดินรณรงค์เรื่องโลกร้อนกัน
ช้างได้กินข้าวโพดดิบ 3 เข่ง และได้เล่นน้ำ ตอนผ่านร้านขายของชำข้างทาง คนได้น้ำ 10 กว่าขวด ตอนเจ้าของร้านน้ำขี่มอเตอร์ไซค์มาเห็นเราเดินรณรงค์ ช้างได้กินอ้อยสด พร้อมกับเล่นน้ำอย่างชื่นใจอีกครั้งก่อนเดินทางเข้าไปสอนหนังสือ และเล่นเกมกับเด็กๆ ที่โนนกระโดน
การเดินวันนี้เลยไม่รู้สึกเหนื่อยแม้แต่น้อย
กิจกรรมช่วงบ่ายก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็กๆ ทำให้ช้างติดใจ ไม่อยากเดินแยกออกมา เด็กๆ เองก็ชอบเล่นกับช้าง และพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องราวใหม่ๆ ไปด้วยกัน แม้แต่ตอนเย็น หลังจากที่กิจกรรมเสร็จสิ้น ชุมชนใกล้ๆ ก็หอบลูกหอบหลานมาดูช้างกันใหญ่ พร้อมหยิบข้าวโพดติดไม้ติดมือมาให้ช้างอีกเพียบ
วันนี้เลยเป็นวันแห่งสีสันอีกวันหนึ่งที่เราไม่อยากลืม
Inscription à :
Articles (Atom)