vendredi 5 décembre 2008

..แม่เมาะ..

5 ธันวาคม 2551

แม่เมาะเพาะรัก......ให้ก่อเกิด
กิจกรรมให้กำเนิดมิตรภาพ
อีกก้าวหนึ่งของนักฝันตัวน้อยๆ
ดำเนินไปตามจุดมุ่งหมายและบรรลุเป้าหมาย
แผงโซลาเซลล์ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
สามฝายแม้วจะคืนน้ำสู่วิถีชีวิต
นี่ไม่ใช่แค่การเข้าค่ายทำกิจกรรมเพื่อกู้วิกฤตโลกร้อน
แต่นี่เป็นการเริ่มต้นการสร้างและปกป้องอนาคตของเรา
"พอได้แล้วกับการจ่ายเงินเพื่อเผาโลก"

พรุ่งนี้เช้า เราจะออกค่ายกันแล้ว เพื่อนๆพี่ๆที่รัก
ฉันเชื่อเหลือเกินว่าการจากลาในวันพรุ่งนี้
จะเป็นการเริ่มต้นของความทรงจำที่ดี
สองคืนสามวันที่แม่เมาะ เราได้ช่วยกันเพาะค้นรัก
มันจะต้องเติบโต...เพื่อร่มเงาให้เราได้พิงหลังพัก
และเพื่อโลกของเรา


ด้วยรัก(เหลือเกิน)
ฟืนฝัน...

































































jeudi 4 décembre 2008

Global Day of Climate Action วันที่ 1

บรรดาเราเหล่า Solar Generation จากหลายมหาวิทยาลัยเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เมื่อเวลาสองทุ่มครึ่ง ของวันที่ 3 ธันวาคม 2551

เช้าวันที่ 4 ธันวา เราเดินทางถึงตัวเมืองลำปางอย่างปลอดภัย รถตู้พาเรามุ่งหน้าเข้าสู่ศูนย์เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ

วันที่ 4-6 ธันวาคม 2551 เรามีภารกิจนอกห้องเรียนร่วมกัน ณ ที่แห่งนี้ นั่นคือ ภารกิจกู้วิกฤตโลกร้อน ภารกิจในการเรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าเพื่อปกป้องอนาคตของพวกเราทุกคน

วันนี้เราได้เรียนรู้การต่อสู้ทางด้านสิทธิของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากถ่านหินในเหมืองแม่เมาะ จากลุงนะ ประธานเครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะ

หลังจากนั้น พี่น้ำ จากกรีนพีซได้พูดคุยถึงวิกฤตพลังงานให้น้องๆ ฟัง พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตอบคำถาม ข้อสงสัยเกี่ยวกับวิกฤตพลังงานในบ้านเรา

















ลุงนฤดล ประธานเครือข่ายฯแลกเปลี่ยนประสบการณ์การต่อสู้ให้พวกเรา


















ช่วงบ่าย เราแบ่งกิจกรรมเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ กลุ่มหนึ่งศึกษาเรื่องพลังงานหมุนเวียนพร้อมเรียนรู้ภาคปฏิบัติในการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากเซลล์สุริยะ อีกกลุ่มหนึ่งเรียนรู้การทำฝายแม้ว พร้อมลงมือปฏิบัติ ขุดดิน ถางหญ้าปรับพื้นที่ ขนอิฐบล็อกเพื่อเพื่อจะก่อฝาย

อาการของกลุ่มฝาย (ซึ่งเราอยู่ในนั้นด้วย) เหนื่อยหอบกับการขนอิฐบล็อกแสนหนัก
เหนื่อย...แต่เราเหนื่อยแบบอิ่มรอยยิ้ม เช่นเดียวกับเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่เหนื่อยแบบมีรอยยิ้มเหมือนกัน
ใน "ภารกิจการปกป้องอนาคตของเรา"
ยุติภาวะโลกร้อน เริ่มต้นยุคพลังงานหมุนเวียน



ตะวันตกดินแล้ว อีกเดี๋ยวฟ้าจะมืด
คืนนี้เราจะนอนด้วยกันที่แม่เมาะ แล้วเราก็จะฝันร่วมกัน
"ฝันและหวังที่จะเห็นอนาคตยุคพลังงานสะอาดของเราให้เป็นจริงในเร็ววัน"

















ทีมเตรียมฐานสำหรับติดตั้งโซลาเซลล์
















ทำฝายเพื่อเก็บน้ำ




mardi 2 décembre 2008

วันรณรงค์ทั่วโลกเพื่อต่อสู้ภาวะโลกร้อน

ในวันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2551 กรีนพีซในหลายประเทศจะรณรงค์เรียกร้องให้ผู้นำโลกลงมือทำอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (ภาวะโลกร้อน)
ดูที่นี่ว่าทั่วโลกทำอะไร

คลิกที่รูปด้านล่างเพื่อดูว่าประเทศไทยทำอะไร (เราขอเรียนเชิญทุกท่านให้เข้าร่วม) และโปรดติดตามเรื่องราวและรูปถ่ายการเดินทางในศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสิทธิ ผู้ป่วยแม่เมาะัได้ที่บล็อกนี้ (จะเขียนขึ้นในวันที่ 4-6 ธันวาคม 2551)



ศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสิทธิผู้ป่วยแม่เมาะได้รับการเยี่ยมชมโดยประชาชนมาแล้วหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนในชุมชนต่างๆ ที่ต่อต้านถ่านหินในพื้นที่อื่นๆ รวมถึงบุคคลสำคัญที่สามารถมีผลต่อการกำหนดนโยบาย กลุ่มเยาวชนยุคพลังงานสะอาดกรีนพีซ (Solar Generation) กำลังมุ่งหน้าไปติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในศูนย์แห่งนี้ นอกเหนือไปจากแปลงเกษตรอินทรีย์ ป่าปลูก และ โครงการเชื้อเพลิงชีวภาพ ที่พวกเขามีแผนจะสร้างขึ้นในอนาคตอันใกล้

ชาวชุมชนแม่เมาะได้รับการโยกย้ายที่อยู่ไปยังพื้นที่ใหม่ ที่ที่พวกเขาจะสร้างศูนย์การเรียนรู้ และหมู่บ้านสีเขียว ชาวหมู่บ้านแม่เมาะต่อสู้ดิ้นรนมายาวนาน เพื่อต่อต้านโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ก่อมลพิษมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพวกเขาได้รับชัยชนะเป็นพื้นที่อยู่อาศัยใหม่ที่ปราศจากมลพิษในที่สุด

คลิกที่รูปด้านบนเพื่อดูว่ากรีนพีซ ประเทศไทย ไปทำอะไรที่นั่นในวันรณรงค์ทั่วโลกเพื่อต่อสู้ภาวะโลกร้อน (เราขอเรียนเชิญทุกท่านให้เข้าร่วม) และโปรดติดตามเรื่องราวและรูปถ่ายการเดินทางในศูนย์เรียนรู้เครือข่ายสิทธิ ผู้ป่วยแม่เมาะัได้ที่บล็อกนี้ (จะเขียนขึ้นในวันที่ 4-6 ธันวาคม 2551)

mercredi 26 novembre 2008

ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์กับปัญหาโลกร้อน

การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซเผย ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาโลกร้อน

ปัจจุบันแม้ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่เน้นประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นกลยุทธ์ในการตลาดมากขึ้น แต่การจัดอันดับผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวฉบับล่าสุดของกรีนพีซ พบว่า ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ยังไม่จริงจังต่อการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างแท้จริง



นับตั้งแต่การจัดอันดับครั้งแรกในปี 2549 ผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ได้พัฒนาก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะด้านการลดใช้สารเคมีอันตรายในผลิตภัณฑ์ และการรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม การพัฒนายังไม่ครอบคลุมถึงประเด็นด้านพลังงาน ซึ่งแม้ผู้ผลิตเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพที่จะช่วยแก้วิกฤตปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ รวมถึงการผลักดันรัฐบาลเพื่อเป็นผู้นำแก้ปัญหา มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่ลงมือกระทำดังกล่าวอย่างแท้จริง โดยโมโตโรล่า ไมโครซอร์ป เดล แอปเปิ้ล เลอโนโว ซัมซุง นินเทนโด และ แอลจี เป็นกลุ่มผู้ผลิตที่ยังไม่มีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิต รวมถึงขาดการตั้งเป้าหมายในการปฏิบัติ และการมีส่วนช่วยแก้ปัญหาที่ชัดเจน

การเป็นผู้ผลิตสีเขียวอย่างแท้จริงนั้น ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญกับทุกประเด็น คือ ทั้งด้านพลังงาน สารพิษ และ การรีไซเคิล ทั้งนี้ เพื่อที่จะก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low carbon economy) กรีนพีซจึงผนวกการประเมินผู้ผลิตในด้านพลังงานโดยดูจาก

1) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
2) ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์
3) การใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด
4) การสนับสนุนหรือผลักดันภาครัฐให้เป็นผู้นำในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก


จากการจัดอันดับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวจำนวน 18 แบรนด์พบว่าผู้ผลิต 9 แบรนด์ได้รับคะแนนเกินกว่าครึ่ง (5/10 คะแนน)

- ผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้คะแนนจากหลักเกณฑ์ประสิทธิภาพการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์

- ฟูจิซึ-ซีเมนส์ ฟิลิปส์ และ ชาร์ป เท่านั้นได้รับคะแนนจากการสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่มากเพียงพอ

- ฟิลิปส์และเอชพีเท่านั้น ที่ได้คะแนนสูงสุดจากการให้คำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตทั้งระบบ

- ผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิต แม้ว่าผู้ผลิตบางรายเป็นผู้ผลิตเซลล์แสงอาทิตย์เองก็ตาม มีเพียงโนเกียซึ่งเป็นอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพราะสามารถจัดหาพลังงานหมุนเวียนเป็นพลังงานในการผลิตได้มากกว่าร้อยละ 25 และมีแผนที่จะจัดหาเพิ่มเป็นร้อยละ 50 ให้ได้ภายในปี 2553

ผู้ผลิตที่โดดเด่นในเกณฑ์ด้านพลังงานกลับทำได้ไม่ดีในเกณฑ์ด้านสารพิษในผลิตภัณฑ์ และความรับผิดชอบต่อขยะอิเล็กทรอนิกส์ นั่นคือ

- ฟิลิปส์ ต่อต้านนโยบายความรับผิดชอบของผู้ผลิตแต่ละราย (Individual Producer Responsibility) ที่มุ่งให้ผู้ผลิตเก็บรวบรวมผลิตภัณฑ์ของตนเมื่อเสื่อมสภาพแล้วนำไปไปรีไซ เคิลรวมถึงออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด

- เอชพี ไม่มีผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่ปลอดจากสารเคมีอันตรายวางขายในตลาด แม้กระทั้งแผนที่จะหยุดใช้สารเคมีอันตราย

ในขณะที่ผู้ผลิตหลายรายเริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผลิตภัณฑ์ที่ปลอดสารเคมีอันตรายสามารถผลิตได้จริง เช่น ผลิตภัณฑ์บางรุ่นจากโนเกีย โซนี-อีริคสัน โตชิบา ฟูจิซึ-ซีเมนส์ ชาร์ป และ แอปเปิ้ล

ความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในการจัดอันดับฉบับล่าสุด ประกอบด้วย โมโตโรล่าที่กระโดดจากอันดับที่ 15 มาเป็นที่ 7 โตชิบาขึ้นจากอันดับที่ 7 มาเป็นที่ 3 และชาร์ปขึ้นจากอันดับที่ 16 มาเป็นที่ 10 ผู้ผลิตที่มีอันดับลดลงส่วนมากเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ เช่น เอเซอร์ เดล เอชพี และแอปเปิ้ล

อย่างไรก็ตาม แอปเปิ้ล ได้คะแนนเพิ่มจากการแจ้งข้อมูลการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของตน (carbon footprint) และผลิตภัณฑ์ไอพอดรุ่นใหม่ ปลอดจากสารเคมีอันตราย คือ พีวีซี (PVC) และ สารหน่วงไฟโบรมีน (BFRs)

กรีนพีซเรียกร้องให้ผู้ผลิตทุกรายพยายามลดและยกเลิกการใช้สารเคมีอันตราย และรับผลิตภัณฑ์ของตนกลับไปรีไซเคิล พร้อมทั้งนำหลักเกณฑ์ด้านพลังงานไปปฏิบัติ” นายพลาย ภิรมย์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว “และ ที่สำคัญ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์จะเป็นสีเขียวได้จริง ผู้ผลิตทุกรายต้องไม่หยุดเพียงแค่ปฏิบัติตามข้อบังคับขั้นต่ำของกฎหมาย แต่จะต้องพัฒนาให้อุตสาหกรรมไม่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้อย่างแท้จริงและ ต่อเนื่อง


ดาวน์โหลดคู่มือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ฉบับที่ 10 ได้ที่นี่
อ่านข่าวฉบับเต็มได้ที่นี่
ดูการจัดอันดับของแต่และบริษัทโดยสรุปได้ที่นี่

สนุกกับโคลฟิงเกอร์

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนเจมส์ บอนด์หรือไม่ คุณจะต้องหลงรักกราเวอร์สัน กรีน สายลับฝีมือเยี่ยมของเรา ผู้ที่จะเปิดโปงแผนการสุดชั่วร้ายของโคลฟิงเกอร์สุดแสนร้ายกาจ และก๊าซคาร์บอนคู่หูของเขา ที่พยายามจะทำให้โลกเต็มไปด้วยโรงไฟฟ้าถ่านหิน และทำลายสภาพภูมิอากาศ ในปฏิบัติการเมฆน้ำตาล

โปรดดูหนังเรื่องนี้เพื่อหาคำตอบ :

dimanche 16 novembre 2008

มันเกิดขึ้นได้ทุกที่

วีดิโอนี้แสดงถึงอุบัติเหตุอันน่าสะพรึงกลัวของเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิด

ยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์เชอร์โนบิลซ้ำสอง ไปที่นี่ เพื่อลงชื่อ

vendredi 3 octobre 2008

หยุดภาวะโลกร้อน คนไทยต้องลงมือทำแล้ว

เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ลูกหลานของเราต้องการการปฏิวัติพลังงาน

ลงชื่อได้เลยที่นี่

โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ
จังหวัดลำปาง

ในที่สุดสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ ได้ผ่าน “ร่างกฎหมายพลังงานหมุนเวียน” ในวันที่ 29 กันยายน 2551 ร่างกฎหมายนี้จะนำไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ ปริมาณมหาศาล เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

เพราะกรีนพีซรณรงค์ี เพื่อเรียกร้อง “การปฏิวัติพลังงาน” มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 2 ปี ในฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากการสนับสนุนจากประชาชนและสมาชิกเช่นคุณ ความสำเร็จครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราพยายามอย่างไม่ท้อถอยและมุ่งมั่นที่จะเห็นโลกที่ดีขึ้นสำหรับลูกหลาน ของเรา เราจะประสบผลสำเร็จในที่สุด ซึ่งยิ่งเร็วก็ยิ่งดี


ถึงเวลาของประเทศไทยแล้ว

ความสำเร็จของฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงแนวทางที่เป็นไปได้ในการปฏิวัติพลังงาน และเพื่อไม่ให้ประเทศไทยล้าหลัง เราต้องหยุดการใช้ถ่านหินที่ทำลายสภาพภูมิอากาศที่ร้ายกาจที่สุดนี้ และหันมาใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตพลังงาน

ลงมือทำกันเถอะ

มารวมพลังเรียกร้องให้นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนใหม่ให้ หันมาใส่ใจข้อเรียกร้องของประชาชน และดำเนินการออกกฎหมายการใช้พลังงานหมุนเวียน และมาตรการการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ลงชื่อเรียกร้อง


ส่งต่ออีเมลนี้ไปยังเพื่อนของคุณ


เราต้องหยุดถ่านหิน ตัวการทำลายสภาพภูมิอากาศที่ร้ายกาจที่สุด และใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานของเรา

ลูกหลานของเราต้องการการปฏิวัติพลังงาน เพื่อให้พวกเขามีอนาคตที่ยั่งยืน

>>>
ลงชื่อตอนนี้เลย <<<

* หากคุณลงชื่อแล้ว โปรดส่งข้อความนี้ไปยังเพื่อนๆ ของคุณ ที่นี่ *


ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และผลกระทบของภาวะโลกร้อน เยี่ยมเราได้ที่ http://www.greenpeace.or.th