dimanche 1 novembre 2009

รู้รักษ์สายน้ำ ในวันลอยกระทง ...และตลอดไป

คนสมัยก่อนดูแลรักษาสายน้ำเป็นอย่างดี คือ มีความกตัญญู แต่เมื่อเวลาผ่านไปแหล่งน้ำกลับสกปรกมากขึ้น เพราะความมักง่าย โรงงานอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น และประชากรที่หนาแน่นขึ้น

"สมัย ร.7 มีการเปลี่ยนแปลงการเมืองไทย และเปลี่ยนชื่อประเทศจากสยามเป็นไทย แต่สังคมไทยก็ยังไม่ดีขึ้น 78 ปีที่ผ่านมา หลังปฏิวัติเปลี่ยนประเทศ การ "ทำมาหากิน" เปลี่ยนมาเ็ป็น "ทำมาหาเงิน" เครื่องชี้บ่งความเจริญของสังคม คือ GDP มหาวิทยาลัย 174 แห่ง สอนนักศึกษาให้เชื่อฝรั่ง ใช้เงินวัดความเจริญ ยิ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรม ยิ่งเสื่อมถอย แต่ถ้าอยู่อย่างพอเพียงจะก้าวหน้า"

นี่เป็นส่วนหนึ่งของคำกล่าวในงานเสวนา ของอาจารย์ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกรรมธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ในงานเสวนา "รักษ์เรา ไม่เก่าเลย" ตอน "ฟื้นฟูวิถีชีวิตลุ่มน้ำเจ้าพระยา" ณ งานลอยกระทงที่กรีนพีซ ร่วมจัดกับเมืองโบราณ

คำกล่าวนี้สามารถโยงไปถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อคนแข่งขันกัน "ทำมาหาเงิน" แทนการทำมาหากินเพื่ออยู่อย่างพอเพียง เงินก็เป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะการพัฒนาอุตสาหกรรมมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ในงานลอยกระทงปีนี้กรีันพีซจึงเสนอรัฐบาลให้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อปกป้องแม่น้ำเจ้าพระยาให้ปลอดจากน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปนเปื้อนสารเคมีอันตราย หนึ่งในข้อเรียกร้อง คือ ให้ใช้เทคโนโลยีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นั่นคือ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดเพื่อปฏิวัติภาคอุตสาหกรรมเสียใหม่

ถึงแม้แหล่งน้ำจะถูกทำลาย แต่รัฐบาลก็ยังไม่ใส่ในการออกมาตรการ ดังความเป็นไปของโลกนี้ที่มีเงินเป็นสิ่งสำคัญ มาตรการควบคุมมลพิษทางน้ำในปัจจุบันล้าสมัย แทนที่จะลงโทษผู้ก่อมลพิษ การไม่ลงมือปฏิบัติของรัฐบาลกลับเป็นการอนุญาตให้มีการปล่อยน้ำทิ้งปนเปื้อนสารพิษได้อย่างถูกกฎหมาย

คุณภาพแม่น้ำเจ้าพระยาที่แย่ลงเป็นเรื่องที่น่ากังวล ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของประชากรนับล้าน และประชากรจำนวนมากต้องอาศัยคุณภาพน้ำที่ดีเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต

ในประเพณีวันลอยกระทงปีนี้ กรีนพีซเสนอว่ารัฐบาลควรเริ่มแสดงความกตัญญูต่อสายน้ำอย่างแท้จริง โดยเน้นแก้ปัญหามลพิษจากภาคอุตสาหกรรม ได้แก่
1) ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด
2) วางนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
3) เฝ้าระวังและจัดทำข้อมูลปริมาณสารเคมีอันตรายต่างๆ ที่ปล่อยทิ้งปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งของแต่ละโรงงาน
4) ออกกฎหมายที่นำไปสู่การลดปริมาณการปล่อยมลพิษ

สารเคมีอันตรายที่ปนเปื้อนมากับน้ำทิ้งอุตสาหกรรมนั้น มีอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เพราะไม่สามารถย่อยสลายได้ และ สามารถสะสมได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิต เมื่อต้นปีที่ผ่านมา กรีนพีซได้เปิดเผยรายงานพื้นที่และแหล่งน้ำที่เสี่ยงต่อการเกิดมลพิษทางน้ำในประเทศไทย ซึ่งชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความเสี่ยงของการเกิดมลพิษในแหล่งน้ำมักอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรม

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่พวกเราทุกคนจะช่วยดูแลรักษาแหล่งน้ำ และถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะต้องออกกฎหมายให้ภาคอุตสาหกรรมรับผิดชอบต่อมลพิษที่ทำร้ายสิ่งมีชีวิตและมนุษย์ทุกคน

"ปฏิญญาเมืองโบราณ" by you.
ตัวแทนเครือข่ายรักษ์เจ้าพระยาร่วมกล่าว "ปฏิญญาเมืองโบราณ" เพื่อให้คำมั่นร่วมกันว่าจะปกป้องลุ่มน้ำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

คำปฏิญญาเมืองโบราณ (บางส่วน)
เนื่องในวันลอยกระทง 2552 กรีนพีซ ร่วมกับเมืองโบราณ และมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ร่วมกันกล่าวปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะร่วมมือกับเครือข่ายรักษ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยลด ละ เลิกการใช้สารเคมีในกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดมลพิษในแหล่งน้ำ โดยเริ่มจากแม่น้ำเจ้าพระยา และทุกๆ ลุ่มน้ำในประเทศไทย

สิ่งที่พวกเราทำได้ทันที
- วิธีคืนรอยยิ้มสู่สายน้ำ
- สมัครอาสาสมัครหน่วยศึกษาและเฝ้าระวังมลพิษทางน้ำ

ระเบิดจุลินทรีย์เพื่อคืนชีวิตให้น้ำ by you.
เครือข่ายรักษ์เจ้าพระยา กรีนพีซ และประชาชนร่วมโยนระเบิดจุลินทรีย์ เพื่อคืนชีวิตให้น้ำ ในงานปล่อยกระทงยักษ์ที่ทำด้วยผักตบชวา จุลินทรีย์ช่วยย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำ ทำให้นำ้สะอาดขึ้น เนื่องจากสิ่งแขวนลอยในนำที่ย่อยสลายได้้ย่อยสลายลงไป ทำให้น้ำใส และมีปริมาณออกซิเจนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถแก้ปัญหาสารพิษได้ เนื่องจากสารพิษไม่ย่อยสลาย

กระทงยักษ์ที่ทำด้วยผักตบชวา by you.
กระทงขนาดใหญ่ของกรีนพีซ ที่ทำด้วยผักชบชวา



ซุ้มนิทรรศการ กรีนพีซ by you.
ซุ้มนิทรรศการกรีนพีซ

"ฉันรักเจ้าพระยา" by you.
ตัวแทนเครือข่ายรักษ์เจ้าพระยาถ่ายรูปกับป้าย "ฉันรักเจ้าพระยา" ณ งานลอยกระทงที่จัดโดยกรีนพีซ ร่วมกับเมืองโบราณ


นันทะ

dimanche 25 octobre 2009

ผลัก!

24 ตุลาคม 2552

คุณจะผลักโลกเป่าลมลูกใหญ่ไปบนถนนในหัวหินได้ไกลแค่ไหน?

หลายกิโลเมตรได้ไหม วันนี้เราได้พยายามและกลิ้งไปได้ไกล 200 เมตร

วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 15 ที่หัวหิน

ผู้นำประเ้ทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 10 คนกำลังประชุมที่โรงแรมดุสิตธานีเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ เช่น ความร่วมมือในภูมิภาค สิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ และ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

วันนี้เผอิญว่าเป็นวันรณรงค์ทั่วโลกเพื่อยุติภาวะโลกร้อนด้วย

อาเซียน: จงจริงจังต่อการยุติภัยคุกคามโลกร้อน ASEAN: Get serious about climate threat! by you.

ดังนั้นเราจึงกลิ้งลูกโลกเป่าลมขนาดใหญ่ไปบนถนนที่นำไปสู่สถานที่ประชุม เพื่อบอกผู้นำของภูมิภาคให้จริงจังเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักโลกไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง

อาเซียน: จงจริงจังต่อการยุติภัยคุกคามโลกร้อน ASEAN: Get serious about climate threat! by you.

เนื่องจากหัวหินเป็นสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี การรักษาความปลอดภัยจังเข้มงวดมาก ซึ่งเป็นโชคไม่ดีของเรา เราไม่สามารถกลิ้งลูกโลกไปถึงโรงแรมดุสิตธานี แต่ก็เหมือนกับผู้คนหลายหมื่นคนทั่วโลก เราได้แสดงให้ผู้นำโลกเห็นว่ามีเสียงเรียกร้องดังลั่นต่อการลงมือทำสิ่งที่ ถูกต้อง โดยการเห็นชอบข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่เข้มแข็งในเดือนธันวาคม ณ กรุงโคเปนเฮเกน

กรีนพีซกำลังเรียกร้องอะไรอยู่ อ่านได้ที่นี่

อาเซียน: จงจริงจังต่อการยุติภัยคุกคามโลกร้อน ASEAN: Get serious about climate threat! by you.

lundi 12 octobre 2009

ปฏิกิริยาตอบรับของกรีนพีซ ต่อรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีโอบามา

ข้อความต้นฉบับจากคณะกรรมการรางวัลโนเบล
รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พ.ศ. 2552


คณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้ตัดสินมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พ.ศ. 2552 แก่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา แห่งสหรัฐอเมริกา เพราะประธานาธิบดีโอบามาได้พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้แก่การทูตระหว่างประเทศ และความร่วมมือระหว่างประชาชนของประเทศต่างๆ คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับวิสัยทัศน์และผลงานของโอบามาเกี่ยวกับโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ ในฐานะประธานาธิบด โอบามาได้สร้างสภาพการณ์ใหม่ในเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ การทูตแบบพหุภาคีได้กลับมาสำคัญอีกครั้ง โดยเน้นย้าสิ่งที่สหประชาชาติและสถาบันนานาชาติต่างๆ สามารถมีบทบาทได้

การสนทนาและการเจรจาเป็นที่ยอมรับมากกว่าในฐานะเครื่องมือแก้ปัญหาต่างๆ แม้แต่ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยากที่สุด วิสัยทัศน์ของโลกที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์ได้กระตุ้นอย่างแรงกล้าให้เกิดการเจรจาเพื่อการปลดอาวุธ และการควบคุมกำลังทหาร ความคิดริเริ่มของโอบามาทำให้ปัจจุบันสหรัฐอเมริกามีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ในการเผชิญหน้ากับความท้าทายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โลกกำลังเผชิญ ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนจะแข็งแกร่งมากขึ้น

บุคคลที่ก้าวหน้าในการลงมือปฏิบัติเฉกเช่นโอบามานั้นหาได้ยากมาก โดยโอบามาคว้าความสนใจจากโลกเอาไว้ และมอบความหวังสำหรับอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ประชากรโลก การทูตของเขาจัดตั้งขึ้นมาด้วยแนวคิดที่ว่า ผู้ที่จะเป็นผู้นำโลกต้องเป็นผู้นำบนพื้นฐานของคุณค่าและทัศนคติที่ประชากรโลกส่วนใหญ่เห็นร่วมกัน

เป็นเวลา 108 ปีแล้ว ที่คณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ได้ขวนขวายที่จะกระตุ้นให้ประชากรโลกเห็นอย่างชัดตรงว่านโยบายระหว่างประเทศ และทัศนคติของโอบามาทำให้ปัจจุบันโอบามาเป็นโฆษกชั้นนำของโลก

คณะกรรมการฯ เห็นพ้องกับข้อเรียกร้องของโอบามา นั่นคือ "ขณะนี้ถึงเวลาที่พวกเราทุกคนมีส่วนรับผิดชอบในปัญหาความท้าทายระดับโลก โดยการลงมือปฏิบัติ"

เมืองออสโล นอร์เวย์ 9 ตุลาคม 2552

******

ปฏิกิริยาตอบรับของกรีนพีซ ต่อรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีโอบามา

"เราหวังว่ารางวัลโนเบลสาขาสันติภาพที่มอบให้แก่ประธานาธิบดีโอบามาจะทำให้เขากล้าหาญที่จะปฏิบัติตามความเชื่อมั่นของเขาในวิธีแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความกล้าหาญเช่นนั้นจะกระตุ้นให้เขารับผิดชอบเป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะภัยของมัน หากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศขาดการควบคุม จะสร้างหายนะร้ายแรงแก่สังคมของเรา โดยจุดชนวนการอพยพย้ายถิ่นหมู่มาก ความอดอยากหิวโหยหมู่มาก และ การสูญพันธุ์หมู่มาก มันจะเร้าให้เกิดความขัดแย้งต่างๆ ทั่วโลก

"ประธานาธิบดีโอบามาจะเป็นผู้ได้รับเกียรติรางวัลโนเบลที่แท้จริงได้ เขาจะต้องพลิกกลับบทบาทการขัดขวางในปัจจุบันของประเทศเขาในการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และดำเนินการให้ได้มาซึ่งข้อตกลงสำหรับสภาพภูมิอากาศที่เป็นธรรม มีเป้าหมายสูง และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย ในเดือนธันวาคมนี้ เขาต้องใช้อำนาจของเขาในการป้องกันความขัดแย้งและหายนะภัยด้านสภาพภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้น"

"โอบามามีโอกาสอย่างยิ่ง และเขามีความรับผิดชอบ เมื่อเดินทางไปรับมอบรางวัลโนเบลในออสโล ในวันที่ 10 ธันวาคม นั่นคือ เขาต้องเดินทางไปร่วมการประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติในกรุงโคเปนเฮเกน เดนมาร์ก ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเดียวกัน เพื่อช่วยป้องกันหายนะภัยและความขัดแย้งด้านสภาพภูมิอากาศ"

เกิร์ด เลโพลด์
ผู้อำนวยการบริหาร กรีนพีซ สากล

คุณเป็นส่วนหนึ่ีงของการผลักดันประธานาธิบดีโอบามาให้ร่วมประชุมสุดยอดโลกร้อน ณ กรุงโคเปนเฮเกนได้ คลิกที่นี่เพื่อลงชื่อ

ผู้นำต้องลงมือทำทันที โลกรอไม่ได้ หายนะโลกร้อนกำลังมาถึงทุกชีวิต

ในขณะที่การเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในกรุงเทพฯ กะโผลกกะเผลกมาถึงจุดสิ้นสุดในวันที่ 9 ตุลาคม 2552 กรีนพีซขอเรียกร้องให้ผู้นำของประเทศที่ร่ำรวยตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายทางการเมือง เพื่อปกป้องสภาพภูมิอากาศ

การเจรจาในครั้งนี้คืบหน้าจากเนื้อหาของตัวบทที่ใช้เจรจา แต่ปราศจากการเจรจาเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊า่ซเรือนกระจก และเกี่ยวกับการให้เงินสนับสนุนแก่ประเทศที่กำลังพัฒนา โดยประเทศที่พัฒนาแล้วได้ให้สัญญาใน 2 สิ่งนี้ไว้ การขาดเป้าหมายเช่นนี้จะไม่ทำให้เกิดข้อตกลงอันแข็งแกร่งสำหรับสภาพภูมิอากาศ ณ กรุงโคเปนเฮเกน

สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ คือ นโยบายของประธานาธิบดีโอบามาที่จะลดการปล่อยก๊า่ซเรือนกระจกลงอย่างมาก ซึ่งโลกรอคอยสิ่งนี้มาหลายทศวรรษ

"สหรัฐอเมริกากำลังพยายามยัดเยียดข้อจำกัดในประเทศให้กับชุมชนนานาชาติ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ขับเคลื่อนเป็นส่วนใหญ่โดยการล๊อบบี้ของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล สิ่งที่ควรใช้กำหนดผลลัพธ์จากการประชุมที่โคเปนเฮเกน คือ วิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความต้องการของประเทศที่ล่อแหลมมากที่สุด ไม่ใช่การล๊อบบี้ของอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลของสหรัฐอเมริกา และความต้องการของประัเทศที่ร่ำรวยมากที่สุด" มาติน ไกเซอร์ ที่ปรึกษาด้านนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ สากล กล่าว

ถึงเวลาที่ประธานาธิบดีโอบามาก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านสภาพภูมิอากาศ ดังที่เขากล่าวไว้
เรียกร้องประธานาธิบดีโอบามาให้เห็นชอบข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่แข็งแกร่ง โลกรอไม่ได้แล้ว หายนะกำลังมาถึงทุกชีวิต

กรีนพีซเรียกร้องให้สหภาพยุโรปรับผิดชอบ

"ตัวแทนจากสหภาพยุโรปจำนวนมากเข้าร่วมประชุมที่กรุงเทพฯ แต่พวกเขาขาดเป้าหมายอันแข็งแกร่ง ขาดการเสนอเงินทุนสนับสนุน และ มีนโยบายที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการประชุมที่โคเปนเฮเกน สิ่งนี้สร้างความไม่ไว้วางใจมากขึ้นให้กับประเทศที่กำลังพัฒนา"

"สหภาพยุโรปจะประชุมเพื่อตัดสินใจ และเราคาดหวังให้ผู้นำ โดยเฉพาะบราวน์ นายกฯ อังกฤษ เมอร์เคล นายกฯ เยอรมนี และ ซาร์โคซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส คลี่คลายประเด็นเหล่านี้ โดยก้าวขึ้นเป็นผู้นำต่อจากนอร์เวย์"

"ในท้ายที่สุดเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวิทยาศาสตร์ได้ ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนแปลงการเมือง และนั่นหมายถึงการเป็นผู้นำที่แข็งแกร่ง ณ บัดนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อันตรายไม่เคยรอคอยใคร"

กรีนพีซเรียกร้องข้อตกลงที่เป็นธรรม มีผลบังคับตามกฎหมาย และมีเป้าหมายสูง โดย

* ประเทศที่พัฒนาแล้วลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างน้อย 40% ต่ำกว่าระดับ 2533 ภายในพ.ศ. 2563
* การหยุดการทำลายป่าเขตร้อนภายในพ.ศ. 2563
* ประเทศอุตสาหกรรมให้เงินทุนอย่างน้ิอย 140 พันล้านเหรียญ (4.7 ล้านล้านบาท) ต่อปี สำหรับการปรับตัว บรรเทา และ ปกป้องป่า ในประเทศที่กำลังพัฒนา

ลงมือทำ ทันที
เรียกร้องประธานาธิบดีโอบามาให้เห็นชอบข้อตกลงสภาพภูมิอากาศที่แข็งแกร่ง โลกรอไม่ได้แล้ว หายนะกำลังมาถึงทุกชีวิต

jeudi 8 octobre 2009

นอร์เวย์เป็นผู้นำแล้ว ใครจะก้าวตามมา

ข่าวด่วนจากเว็บไซต์ Adopt A Negotiator : วันนี้เป็นวันที่ดีเยี่ยมสำหรับการเจรจาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั้งหลายที่เกิดขึ้น โดยความใฝ่ฝันของเราได้กลายเป็นจริง ประเทศนอร์เวย์ ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในซีกโลกเหนือได้ประกาศว่าจะลดการปล่อยก๊าซเ้รือนกระจกลง 40% ต่ำกว่าระดับพ.ศ. 2533 ภายในพ.ศ. 2563

จนถึงขณะนี้ คำแถลงนี้เป็นพันธะกรณีที่ยอดเยี่ยมที่สุดจากประเทศในภาคผนวกที่ 1 [ Annex I Parties ซึ่งได้แก่กลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ที่เป็นสมาชิกขององค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ] และเป็นพันธะกรณีแรกที่ใกล้เคียงเคียงกับข้อเรียกร้องทางวิทยาศาสตร์ เมื่อเทียบกับเป้าหมายทั้งหลาย (หรือที่ถูกคือการขาดเป้าหมาย) ของประเทศต่้างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา หรือ แคนาดา โดยเป้าหมายของประเทศนอร์เวย์นี้มีความหมายสำคัญอย่างยิ่ง

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องให้แรงสนับสนุนประเทศนอร์เวย์ และบอกต่อเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้แพร่หลาย นอร์เวย์แสดงให้เห็นแล้วว่า เราสามารถมีเป้าหมายที่สูงส่งในการเจรจาภาวะโลกร้อนครั้งต่างๆ นี้ นอร์เวย์ตัดสินใจเริ่มต้นเป็นผู้นำ เพื่อป้องกันการหลอมละลายของธารน้ำแข็งในประเทศของตน และเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกที่จะเกิดมากขึ้นทั่วโลก

ต้องขอบคุณทีมงานติดตามความก้าวหน้าผู้เจรจาของโครงการ tcktcktck (ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก) ที่ทำให้ท่านสามารถอ่านข่าวเกี่ยวกับช่วงเวลาอันน่ายินดีนี้เหมือนกับท่านอยู่ในที่ประชุมเอง โปรดส่งต่อลิงก์นี้ พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้กับนักการเมืองที่ท่านรู้จัก และกระตุ้นให้ประเทศของท่านก้าวตามการริเริ่มของนอร์เวย์ และให้ตั้งเป้าหมายที่สูงส่งมากขึ้น และสิ่งที่ท่านทำได้ในตอนนี้ คือ ลงชื่อเรียกร้องประธานาธิบดีโอบามา แห่งสหรัฐอเมริกาให้บรรลุเป้าหมายอันสูงส่งนี้

การต่อสู้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต้องการความกล้าหาญและความทะเยอทะยาน เราได้เห็นสิ่งนั้นแล้วเมื่อวานนี้ ที่นี่ในกรุงเทพฯ

เจสัน โมกุส

บอกต่อ:

lundi 5 octobre 2009

ท้องถนนเต็มไปด้วยผู้คน ที่เรียกร้องปฏิบัติการหยุดภาวะโลกร้อน ในกรุงเทพฯ

ผมอยู่ในกรุงเทพฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อรายงานข่าวการประชุมของสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขณะเดินทางไปกินอาหารมื้อเช้าในเช้าวันแรกในกรุงเทพฯ ผมเห็นถนนเต็มไปด้วยสีสันของผู้คนหลายพันคนที่ถือสวมเครื่องแต่งกาย ถือป้ายผ้า โทรโข่ง และ กลอง พวกเขาอยู่ที่นี่เพื่อส่งข้อความเดียวกันถึงผู้นำโลก นั่นคือ ลงมือแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในทันที ผมรู้สึกดีที่ได้เห็นประชาชนมากมายใช้สัญลักษณ์ TckTckTck ในวิธีการที่สร้างสรรค์

การประชุมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในกรุงเทพฯ นี้สำคัญ ผู้เจรจาที่เป็นตัวแทนของประเทศส่วนใหญ่กำลังร่วมคิดว่าสนธิสัญญาภูมิอากาศฉบับเสร็จสิ้นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อถูกนำเสนอต่อผู้นำรัฐบาลต่างๆ ณ การประชุมสุดยอดด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนานาชาติในกรุงโคเปนเฮเกน ในเดือนธันวาคมนี้

ช่างเป็นการเริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวิธีการที่ยอดเยี่ยม ผู้คนหลายพันคนพูดด้วยเสียงอันเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อบอกรัฐบาลของตนเองว่าต้องการให้เป็นผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิ่งนี้เป็นสมการสำคัญในสูตร ที่จะทำให้พวกเราได้ข้อตกลงที่เป็นธรรม มีเป้าหมายสูง และ มีผลบังคับตามกฎหมาย ณ โคเปนเฮเกน นี่เป็นวีดิโอของเหตุการณ์ในเช้าวันนี้

jeudi 1 octobre 2009

เราเรียกร้องคำตอบ!


ผู้หญิงจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เดินรณรงค์รอบที่ประชุมกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ในกรุงเทพฯ เมื่อวานนี้


เราเรียกร้องคำตอบ

เมื่อวันจันทร์ที่ 21 กันยายน ซึ่งมีการรณรงค์ 3,000 เหตุการณ์ ใน 134 ประเทศ ประชาชนหลายหมื่นคนเรียกร้องให้ผู้นำโลกตื่นขึ้นรับรู้ภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริงและสร้างหายนะรุนแรงยิ่ง เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันอังคารที่ 22 กันยายน วันการี มาไท เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ยืนขึ้นหน้าผู้นำประเทศมากกว่า 100 คน และเรียกร้องจากแรงกระตุ้นแรงกล้าให้พวกเขาตอบรับเสียงเรียกร้องนั้น เธอกล่าวว่า "พวกเขากำลังเรียกร้องท่าน และฉันไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นในขณะนี้ได้ีรับการตอบรับ"

ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน พายุไต้ฝุ่นกฤษณาผลาญทำลายกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์ คร่าชีวิตประชาชนมากมาย และทำให้หลายแสนคนไร้ที่อยู่อาศัย

เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน แผ่นดินไหวรุนแรงผลาญทำลายส่วนหนึ่งของซามัว, อเมริกัน ซามัว และ ทองกา เมื่อคลื่นซึนามิ 3 ลูก ลูกที่ใหญ่ที่สุดสูง 4 เมตร กวาดล้างประเทศหมู่เกาะทั้งสาม

ภัยพิบัติทางธรรมชาิติเหล่านี้ที่เพิ่งเกิดขึ้น และภัยพิบัติอื่นๆ เป็นหลักฐานถึงเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม ผู้หญิงหลายร้อยคน และชาวประมง เดินรณรงค์ในช่วงการเจรจาภาวะโลกร้อนของสหประชาชาติรอบสุดท้าย ในกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมด้านภูมิอากาศสำหรับชุมชนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรก และได้รับผลกระทบร้ายแรงที่สุด จากหายนภัยของภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง

อะไรที่จะทำให้เสียงเรียกร้องของเราได้รับการตอบรับ ฉันนั่งฟังการเจรจาในกรุงเทพฯ ที่ซึ่งฉันสามารถสัมผัสได้ชัดเจนว่ายังขาดความเร่งด่วนอยู่มาก ผู้เจรจาเดินอย่างสงบจากห้องประชุมหนึ่งไปยังอีกห้องประชุมหนึ่ง หยุดจิบกาแฟ และคุยเล่นกับเพื่อนๆ ประเทศต่างๆ กำลังเล่นเกมทางการเมือง และเพิกเฉยต่อเสียงเรียกร้องความยุติธรรมที่กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งนับเป็นเครื่องยืนยันที่เพิ่มขึ้นของสภาพภูมิอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง

การรวมตัวอย่างไม่ได้นัดหมายของกลุ่มประชาสังคมจำนวนมาก ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างแรงกดดันต่อการประชุมภาวะโลกร้อนรอบต่างๆ พวกเขารวมกลุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าและล้มเหลวเป็นเวลา 17 ปี โดยผู้รับผิดชอบมองดูอย่างนิ่งเฉย พวกเขาผลักดันตามที่ต่างๆ เพื่อความเปลี่ยนแปลงน้อยนิด โดยทั่วไปปล่อยให้สายน้ำไหลไปอย่างราบรื่น จะต้องมีวันหนึ่งในเร็วๆ นี้ที่เขื่อนจะพังทลาย ความขุ่นเคืองในหมู่ชนที่กำลังเพิ่มขึ้นที่มีต่อผู้นำที่ไม่ลงมือทำการใดๆ เพื่อตอบรับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของยุคสมัยของเรา จะเป็นที่ประจักษ์ในรูปแบบการรณรงค์ต่อต้านที่มีคนจำนวนมากขึ้น มีความขุ่นเคืองมากขึ้น และความนิ่งเฉยที่น้อยลง

ก็เพราะเ้ราไม่ได้เพียงเรียกร้องการเห็นชอบสนธิสัญญา่ เรากำลังเรียกร้องให้ช่วยชีวิตประชาชน สิ่งมีชีวิต และโลกของเรา

ผู้นำเป็นคนที่ควรรับฟังในทันที ก่อนจะสายเกินไป

เบน มาร์โกลิส