Affichage des articles dont le libellé est พายเรือรณรงค์. Afficher tous les articles
Affichage des articles dont le libellé est พายเรือรณรงค์. Afficher tous les articles

vendredi 22 mai 2009

วันแรกของการเดินทาง



ตื่นมาแบบตาขวางๆ ด้วยแรงสั่นสะเทือนจากการสวนสนามของเหล่าทีมงานและอาสาสมัคร กำลังจะหันไปต่อว่า แต่พอเหลียวไปเห็นปาท่องโก๋ที่ผู้เสียสละของพวกเราออกไปซื้อก่อนไก่จะตื่นแล้ว ความขุ่นเคืองกลายเป็นความหิวทันที อิ่มการสบายท้องเสร็จ ฝีพายเรือยางของเราก็พายเรือข้ามแม่น้ำไปที่เต็นท์พิธี





ขาไม่ทันจะก้าวพ้นน้ำดี นักข่าวก็กรูมาสัมภาษณ์พวกเราอย่างกับดารา นอกจากสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มาร่วมงานแล้ว ยังมีน้องๆ จากโรงเรียนต่างๆ มาร่วมงานด้วย แม้พวกเขาจะถูกเชิญ (ครูบังคับ) หรือมาด้วยเหตุผลอันใด แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่ากิจกรรมนี้ได้ทำให้พวกเขาตระหนักถึงคุณค่า และภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำของพวกเขาว่ามากแค่ไหน หลายครั้งที่ผมมักตั้งคำถามว่า การพายเรือจะทำให้แม่น้ำสะอาดขึ้นมาได้อย่างไรจนอยากจะตอบแบบประชดว่า “การพายเป็นการตีอากาศลงน้ำ หากทุกคนมาร่วมกันพายเรือ ก็จะทำให้มีออกซิเจนในน้ำมากขึ้น!”

แม้มันจะจริงบางส่วน แต่แท้จริงแล้วสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่คืออะไร?

ขอยกตัวอย่างนี้แทนคำอธิบาย

‘กลางดึกคืนหนึ่งในขณะที่ทุกคนกำลังหลับใหล จู่ๆ สัญญาณเตือนภัยก็ร้องดังขึ้น ทุกคนตื่น ผู้คนบางส่วนวิ่งออกจากอาคาร บางส่วนโทรเรียกตำรวจดับเพลิง และบางส่วนช่วยกันดับเพลิง ไฟมอดลง หลังจากนั้นไม่นานความเสียหายเกิดขึ้นน้อยกว่าที่ทุกคนคาด และที่สำคัญไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ’

คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทุกคนปลอดภัย?

เช่นเดียวกัน สิ่งที่พวกเราทำ คือ การทำให้ทุกคนตื่นขึ้นมาจากภวังค์ การพายเรือไม่ได้ทำให้น้ำสะอาด หรือการร้องของสัญญาณเตือนภัยก็ไม่ได้ทำให้ไฟดับได้ด้วยตัวมันเอง ทว่าทั้งสองอย่างได้ทำให้ทุกคนได้ตระหนักถึงภัยร้ายที่กำลังเกิดขึ้นกับพวกเขา และสิ่งนี้เองที่ทำให้คนจำนวนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อปกป้องตัวเขาเอง คนที่เขารัก และชุมชนของเขา

จบจากรายการดาราจำเป็น ขบวนเรือก็เริ่มเคลื่อนออกจากลานพิธี ซึ่งนำโดยนายกองค์กรบริหารส่วนจังหวัด เรือของเรามี 2 ลำ ลำแรกมีกวางกับโยย่น ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเรือของกรีนพีซชาวอินโดนีเซีย และยังเป็นคนสอนเทคนิคการพายให้กับพวกเราด้วย ส่วนอีกลำมีเดียวกับผมเป็นจับกัง เอ้ยฝีพาย ซึ่งทั้ง 4 คน ได้รับการคัดสรรมาแล้ว จะไม่พายเรือวนเป็นวงกลมให้ขายขี้หน้าในงานอย่างแน่นอน

กระบวนเรือเป็นไปอย่างอลังการภายใต้การกำกับของพี่วินัย ที่มักพูดบ่อย ๆ ว่า “เวลาที่กล้องอยู่ในมือแม้ว่าจะเป็นนายกคุณก็สั่งได้” แต่ผมไม่ได้ถามพี่วินัยว่าที่นายกอบจ. ตกเรือนั้นเป็นไปตามคำขอหรือไม่
พายไปไม่นานนักขบวนเรือที่มาส่งก็แยกจากไป เหลือเพียงเรือของพวกเราเพียงสองลำ วันนี้แดดจัดมากถึงมากที่สุด ผมนึกถึงตอนเช้าขณะที่พวกเรากำลังทาครีมกันแดด

“อ้าว กลัวจะดำไปกว่านี้หรือพ่อหนุ่ม” กัปตันหยอดแต่เช้า

“โอ้ย ดำไม่กลัวหรอกครับ...กลัวแต่มะเร็ง” ผมสวนกลับแบบไม่ต้องคิด

“กลัวทำไมหนุ่ม? มันแค่เล็งเฉยๆ...” กัปตันไม่เลิกปล่อยมุขรุ่นพิพิธภัณฑ์

แม้มุขจะดึกไปสักนิด แต่จะมีสักกี่ประเทศที่ผู้คนเป็นมิตรมากเท่านี้

ช่วงบ่ายผมยังคงพายคู่กับเดียวแต่สลับตำแหน่งกันโดยเดียวมาเป็นนายท้ายแทน ส่วนอีกลำมีการเปลี่ยนมือพาย โดยฟานมาพายแทนกวางซึ่งไปทำหน้าที่บนเรือยาง ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมน้ำหน้าดีที่โยย่นได้ลูกพายเมาเรือมาช่วย แต่ด้วยความเก๋าของหัวหน้าทีมเรืออินโด เขาก็รอดมาได้

สองฝั่งน้ำวันนี้ค่อนข้างเงียบเหงา ต่างจากอยุธยาที่เราซ้อมพายเรือเมื่อวันก่อน ซึ่งจะเห็นชาวบ้านออกมาตกปลาอยู่เกือบตลอดทาง เรือยางมาเก็บพวกเรากลับสี่โมงเย็นเนื่องจากฝนกำลังจะตก ผมรีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า เสื้อไม่ทันจะเหม็น พี่วินัย (ช่างภาพมือเทวดาของกรีนพีซ) ก็เรียกพวกเราลงน้ำอีกครั้งเพื่อถ่ายรูปเรือยางกับฟ้าหลังฝนที่มีรุ้งกินน้ำเป็นฉากหลัง โอว...มันช่างเป็นฉากแห่งนักรบสายรุ้งอย่างแท้จริง แต่วันนี้ฉันไม่ลงน้ำอีกแน่นอน!

เราจบวันด้วยอาหารเย็นจากฝีมือขั้นเทพของนุ่น (แต่มื้อนี้ข้าวนิ่มแฮะ) ต่อด้วยการสรุปกิจกรรมและปัญหา รวมถึงร่วมกันระดมความคิดเพื่อหาทางแก้ไข จากนั้นจึงแยกย้ายกันไปนอน ส่วนผมมาเขียนบันทึกการเดินทางฉบับนี้.....ง่วงมาก

- ขวัญ

ดูภาพสไลด์บรรยากาศของงาน

หรือ ดู 4 อย่างที่คุณทำได้บนอินเตอร์เน็ตตอนนี้เพื่อปกป้องน้ำ

แต่ก่อนอื่น อ่าน ข้อเท็จจริง 4 ข้อ ในหลายแง่มุม ของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่ออ่านเหตุผลที่ควรปกป้องแม่น้ำสายนี้

หรือ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ว่าเราทำโครงการนี้ทำไม